กฟผ. จับมือ มิตซูบิชิ ลงนาม MOU ส่งเสริมพัฒนาการนำไฮโดรเจนผลิตไฟฟ้าร่วมกับก๊าซธรรมชาติ ลดการปลดปล่อยคาร์บอน

- Advertisment-


กฟผ. จับมือ มิตซูบิชิ ลงนาม MOU ส่งเสริมพัฒนาการนำไฮโดรเจนผลิตไฟฟ้าร่วมกับก๊าซธรรมชาติ ลดการปล่อยคาร์บอน มุ่งเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสะอาดอย่างมีประสิทธิภาพ สู่เป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี ค.ศ. 2065

วันนี้ (4 มิถุนายน 2567) นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน และ นายนรินทร์ เผ่าวณิช รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมประชุมหารือความร่วมมือทวิภาคีด้านพลังงานระหว่างประเทศญี่ปุ่นกับประเทศไทย ครั้งที่ 6 (The 6th Japan-Thailand Energy Policy Dialogue : 6th JTEPD) ณ กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม (METI) กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างภาครัฐและเอกชน พร้อมติดตามความก้าวหน้าของความร่วมมือ และนำเสนอโครงการ แนวทางนโยบาย แลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์พลังงาน โดยมุ่งเน้นพลังงานสะอาด พลังงานทดแทน เทคโนโลยีและนวัตกรรมพลังงานในอนาคต 


ในงานประชุมฯ กฟผ. ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum Of Understanding: MOU) กับ Mitsubishi Heavy Industries (บริษัท มิตซูบิชิ เฮฟวี อินดัสทรีส์) โดยมี ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน และ Mr. Shinichi Kihara (ชินอิจิ คิฮารา), Director General of Agency for Natural Resources and Energy, Ministry of Economy, Trade and Industry of Japan (อธิบดีกรมทรัพยากรธรรมชาติและพลังงาน กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม ประเทศญี่ปุ่น) ร่วมเป็นสักขีพยาน เพื่อร่วมศึกษาศักยภาพและพัฒนาการนำไฮโดรเจนมาใช้เป็นเชื้อเพลิงร่วมกับก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้า ส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน มุ่งสู่เป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี ค.ศ. 2065

- Advertisment -

นายนรินทร์ เผ่าวณิช รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง กฟผ. กล่าวถึง การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ว่า เป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ เพื่อเดินหน้าเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดตามแผนพัฒนาพลังงานและแนวทางส่งเสริมการใช้ไฮโดรเจนของประเทศไทย ที่ริเริ่มนำเชื้อเพลิงทางเลือกและเชื้อเพลิงสะอาดมาประยุกต์ใช้ร่วมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ของญี่ปุ่น เพื่อผลิตไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นโอกาสอันดีที่จะมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางเทคโนโลยีและแผนพัฒนาโครงการไฮโดรเจนตลอดห่วงโซ่คุณค่า (value chain) กับบริษัทชั้นนำของญี่ปุ่น นำไปสู่การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีพลังงานสะอาด เพิ่มโอกาสทางธุรกิจด้านการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย ควบคู่ไปกับการส่งเสริมและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม 

Mr. Toshiyuki Hashi  (โทชิยูกิ ฮาชิ) Executive Vice President, President and CEO, Energy Systems of MHI (รองประธานกรรมการบริหาร ประธานและซีอีโอสาขาระบบพลังงาน บริษัท มิตซูบิชิ เฮฟวี อินดัสทรีส์) กล่าวว่า บริษัทฯ รู้สึกยินดีที่ได้ร่วมกับ กฟผ. พัฒนาโครงการใช้ไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิงร่วมกับก๊าซธรรมชาติ สำหรับกังหันก๊าซ (Gas Turbine) มั่นใจว่าความร่วมมือครั้งนี้  ทั้ง 2 ประเทศจะใช้ความเชี่ยวชาญเพื่อพัฒนาโครงการพลังงานสะอาดให้กับประเทศ อีกทั้งจะช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการประยุกต์ใช้ไฮโดรเจนเพื่อการผลิตไฟฟ้าในภาคพลังงาน ร้อยละ 20 ภายในปี ค.ศ. 2050 ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศไทยอย่างมีประสิทธิภาพ

Advertisment

- Advertisment -.