ค้นหาด้วย ' energy4.0 ' ทั้งหมด 2 รายการ
อยากรู้ "Energy 4.0 พลังงานฐานนวัตกรรม" มีอะไรบ้าง คลิกเลย

สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ได้จัดทำคลิปวิดีโอ "Energy 4.0 พลังงานฐานนวัตกรรม" เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ และเห็นทิศทางพลังงานยุคใหม่ ที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาขับเคลื่อน ซึ่งจะมีส่วนช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น

Energy 4.0 นวัตกรรมพลังงานใกล้ตัว ยุคที่เราช่วยชาติประหยัดได้ด้วยปลายนิ้ว

นโยบาย Energy 4.0 ไม่ใช่เพียงวาทกรรมให้สอดคล้องกับนโยบายThailand 4.0ของรัฐบาลเท่านั้น แต่เป็น ทิศทางของการดำเนินนโยบายทางด้านพลังงาน ที่จะรองรับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้พลังงาน ของผู้คนในอนาคต ทั้งในภาคสังคมเมืองและเกษตรกรรม  ซึ่งมุ่งให้เกิดผลจริงในการปฏิบัติ และมีเป้าหมายที่ชัดเจน ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อประเทศไทยของเราก้าวเข้าสู่ยุค Energy 4.0

 ย้อนความให้เข้าใจก่อนว่า วิวัฒนาการทางด้านพลังงานก่อนที่จะไปถึงยุค Energy 4.0 เราต้องผ่านอะไรบ้าง ยุค  Energy 1.0 คือการที่คนค้นพบไฟ ต่อมายุค Energy  2.0 เป็นการค้นพบแร่ธาตุอย่างถ่านหินที่ทำให้การจุดไฟติดได้นานขึ้น นำมาใช้เพื่อการเกษตรและอุตสาหกรรมขนาดเล็ก ส่วนยุค Energy 3.0 ซึ่งเป็นยุคปัจจุบัน คือ ยุคที่เราค้นพบน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่   ส่วนยุค Energy 4.0 ที่เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของประเทศไทย คือการที่พลังงานตั้งอยู่บนพื้นฐานของนวัตกรรม มุ่งเน้นการใช้พลังงานสะอาดและมีประสิทธิภาพสูงสุด

 

 นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.)และในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน กล่าวอธิบายถึงยุค Energy 4.0 ให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า   ENERGY 4.0 ในเชิงนโยบาย แบ่งได้เป็นพลังงานฐานนวัตกรรม ด้วยการนำเอาระบบ ICT มาประกอบโยงกับเรื่องพลังงาน ทั้งในเรื่องนวัตกรรมการประดิษฐ์ เช่น ระบบโซล่าร์เซลล์ ระบบเก็บสะสมพลังงาน(Energy Storage) รวมไปถึงยานยนต์ไฟฟ้า(EV) ผสมผสานกันจนเกิดเป็น Smart Cities  และส่วนที่สองคือ พลังงานฐานเกษตร  คือพลังงานจากพืช (Bio Energy) หรือรูปแบบการผลิตไฟฟ้าที่ผสมผสานระหว่างพลังงานธรรมชาติและพลังงานชีวภาพ

 ตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงที่ใกล้ตัวซึ่งจะเกิดในชีวิตประจำวัน คือ การใช้ไฟฟ้าในแต่ละครัวเรือน ที่สมาชิกในบ้านสามารถควบคุมการเปิดปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าผ่านระบบปฏิบัติการในมือถือได้แม้จะอยู่นอกบ้านก็ตาม เช่น การควบคุมการเปิดหรือปิด ไฟฟ้า  ทีวี และ เครื่องปรับอากาศ  เป็นต้น พร้อมกันนี้ยังสามารถทราบข้อมูลยอดการใช้ไฟฟ้าและค่าไฟฟ้าในบ้านตัวเองผ่านระบบมือถือได้อีกด้วย

 วิธีการนี้นอกจากจะช่วยตรวจสอบและควบคุมการใช้ไฟฟ้าในบ้านเรือนด้วยตัวเองแล้ว ยังทำให้ผู้ใช้เกิดความตระหนักถึงการประหยัดพลังงาน เพราะระบบปฏิบัติการในมือถือยังสามารถช่วยคำนวณวิธีการลดใช้ไฟฟ้าเพื่อประหยัดค่าไฟในแต่ละเดือนลงอีกด้วย  ซึ่งระบบปฏิบัติการดังกล่าวขณะนี้ สนพ. อยู่ระหว่างการศึกษาและทดลอง เพื่อนำมาใช้จริงในอนาคต

 สิ่งใกล้ตัวสำคัญอีกอย่างที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลง คือ รถยนต์ไฟฟ้า  หรือ EV ซึ่งปัจจุบันหลายหน่วยงานรัฐเริ่มนำมาทดลองขับกับบ้างแล้ว ทั้งรถบัส รถยนต์ และมอเตอร์ไซด์ รวมไปถึงรถตุ๊กๆ ที่ภาครัฐมีแนวคิดจะเปลี่ยนให้เป็นรถตุ๊กๆเครื่องยนต์ที่มีกว่า 2.2 หมื่นคันให้เป็นรถตุ๊กๆ ไฟฟ้าทั้งประเทศ ภายใน 5 ปีด้วย

 

สำหรับรถ EV เป็นรถยนต์ที่ใช้ไฟฟ้าเป็นเชื้อเพลิง โดยสามารถชาร์จไฟฟ้าได้ทั้งตามบ้านเรือนตัวเอง หรือ ที่ปั๊มชาร์จไฟฟ้าก็ได้ โดยขณะนี้กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างการผลักดันให้ภาคเอกชนสร้างปั๊มชาร์จไฟฟ้า ให้ได้ 150 หัวจ่าย โดยในปี 2560-2561 จะเริ่มเห็นเอกชนเปิดให้บริการใน 100 หัวจ่ายแรก ส่วนในเรื่องของราคารถ EV นั้นปัจจุบันยังแพงถึง 2 ล้านบาทต่อคัน แต่ทางนายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยออกมาระบุว่า อีกเพียง 8-9 ปี ราคารถ EV ต่ำกว่า 1 ล้านบาทและจะสามารถออกมาขายแข่งกับรถเครื่องยนต์ได้แน่

 Energy 4.0 ยังเกี่ยวข้องกับเรื่องการผลิตไฟฟ้าที่แต่ละครัวเรือนยังสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ จากโครงการผลิตไฟฟ้าบนหลังคา(โซล่าร์รูฟท็อป) เสรี ที่กระทรวงพลังงานเตรียมจะเปิดให้เข้าร่วมโครงการนำร่องเร็วๆนี้ โดยการติดตั้งโซล่าร์รูปท็อป  ผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เองในช่วงเวลากลางวันแล้ว ในอนาคตถ้าระบบแบตเตอรี่มีความพร้อมก็สามารถเก็บไฟฟ้าช่วงกลางวันไว้ใช้กลางคืนได้อีกด้วย  ส่วนไฟฟ้าที่ผลิตได้เกินความต้องการใช้ในช่วงกลางวันยังสามารถขายเข้าระบบการไฟฟ้าสร้างรายได้เพิ่มอีกทางหนึ่งอีกด้วย

 โดยขณะนี้ทั้งการไฟฟ้าและภาครัฐ กำลังร่วมกันพัฒนาระบบทั้งมิเตอร์ไฟฟ้าอัจฉริยะ สายส่งไฟฟ้าอัจฉริยะ ที่สามารถคำนวณและรับส่งไฟฟ้าที่ผลิตจากบ้านเรือนขายเข้าระบบไฟฟ้าภาครัฐ ซึ่งเร็วๆนี้คงจะเห็นการนำร่องทดลองระบบแล้วใช้จริงต่อไป

 สำหรับในภาคการผลิตไฟฟ้า สัญญาณการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นค่อนข้างชัดเจน โดยการผลิตไฟฟ้าจะมุ่งไปสู่พลังงานสะอาดมากขึ้น โดยเป็นการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงธรรมชาติ ที่เป็นพืชพลังงาน ทั้งชีวมวล จากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ชีวภาพจากน้ำเสียในฟาร์มปศุสัตว์ รวมถึงพลังงานนจากแสงแดด ลม เป็นต้น  รวมทั้งการส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์มและเอทานอลมาผสมในน้ำมันให้มากขึ้นด้วย เพื่อให้เกิดการใช้พลังงานสะอาดสูงขึ้นในอนาคต ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรในอนาคตต่อไป

 โดยล่าสุดคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) มีมติเมื่อวันที่ 17 ก.พ. 2560 ให้มีการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานทดแทนแบบผสมผสาน(ไฮบริด) คือ นำเชื้อเพลิงพลังงานทดแทนชนิดใดก็ได้มาผสมกันเพื่อผลิตไฟฟ้าให้ได้ระยะยาวตามสัญญา(สัญญา Firm) สำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก(SPP) นำร่อง 300 เมกะวัตต์ ส่วนผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กมาก(VSPP) นำร่องรับซื้อ 269 เมกะวัตต์ แบบสัญญาผลิตไฟฟ้าเสถียรในช่วงความต้องการใช้สูงสุด(พีค) หรือที่เรียกว่า สัญญาแบบ Semi Firm

 พร้อมกันนี้เตรียมผลักดันให้เกิดการพัฒนาระบบกักเก็บพลังงาน(Energy Storage)ทั้งในภาคไฟฟ้าและยานยนต์ให้เกิดการกับเก็บพลังงานได้นานและมากขึ้น ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการผลิตและใช้ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ   

ทั้งนี้ภาครัฐคาดว่าจากนโยบาย Energy 4.0 ดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งให้ประเทศไทยประหยัดการใช้พลังงานลงได้มากและก้าวสู่จุดหมายการลดใช้พลังงานลงไป 30%ในปี 2579 ลดการพึ่งพาพลังงานจากฟอสซิลลงประมาณ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน  ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ 111 ล้านตันต่อปี

 

โดยตามเป้าหมายของกระทรวงพลังงานนั้น ระบุว่า ในส่วนของรถ EV นั้น ภาครัฐตั้งเป้าให้มีการใช้รถEV ถึง 1.2 ล้านคันในปี 2579 ซึ่งจะช่วยลดการใช้น้ำมันลงได้ถึง 3.6 ล้านลิตรต่อวัน จากปัจจุบันที่ไทยใช้น้ำมันในภาคขนส่งถึง 132 ล้านลิตรต่อวัน  ขณะที่การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพด้วยการนำนวัตกรรมมาช่วยนั้น ก็จะทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าลดลง  89,000 ล้านหน่วย หรือลดการก่อสร้างโรงไฟฟ้าลงได้ 10,000 เมกะวัตต์ และการผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนก็จะเพิ่มขึ้นจาก 8%เป็น 20% ในปี 2579  

อย่างไรก็ตามเพื่อให้นโยบาย Energy 4.0 เดินหน้าได้รวดเร็วขึ้น ทางกระทรวงพลังงานยังได้ตั้งงบประมาณสนับสนุนการวิจัยจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานในปี 2560 ไว้ที่ 1,200 ล้านบาท โดย 400 ล้านบาท ใช้สำหรับ 33 โครงการที่เกี่ยวกับรถ EV และ Energy storage ส่วนอีก 800 ล้านบาท ใช้ใน 34 กลุ่มโครงการที่เกี่ยวข้องกับการประหยัดพลังงาน และการส่งเสริมพลังงานทดแทน

 ใครที่เคยคิดว่าEnergy 4.0เป็นเรื่องไกลตัว  หรือเป็นเรื่องที่จับต้องยาก คงจะต้องเปลี่ยนความคิด  เพราะเริ่มเห็นนวัตกรรมทางด้านพลังงานที่เกี่ยวข้อง ขยับเข้ามาใกล้ตัวเรามากขึ้นในชีวิตประจำวัน  จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกคนจะต้องศึกษาและเรียนรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น  เพราะในอนาคตอันใกล้นี้เราจะมีนวัตกรรมที่จะช่วยอำนวยความสะดวกและช่วยชาติประหยัดใช้พลังงานด้วยปลายนิ้วของตัวคุณเอง