ค้นหาด้วย ' PTT ' ทั้งหมด 22 รายการ
พลังงานรอบโลก: รายงานต่างประเทศระบุจีนก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านพลังงานสะอาด

จากรายงานของ Institute for Energy Economics and Financial Analysis (IEEFA) ที่เผยแพร่ออกมาเร็วๆนี้ ชี้ให้เห็นว่าจีนได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านพลังงานสะอาดของโลก โดยในปี 2016 จีนทำสถิติทุ่มเม็ดเงินลงทุนในโครงการพลังงานทดแทนต่างๆ ในต่างประเทศ ถึง 3.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือพุ่งสูงขึ้นราว 60% และคาดว่าในปีนี้จะเดินหน้าลงทุนต่อไป

ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 มกราคม ที่ผ่านมา จีนประกาศว่าเตรียมลงทุนกว่า 3.61 แสนล้านเหรียญสหรัฐในโครงการด้านพลังงานทดแทนภายในปี 2020 โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของหน่วยงานด้านพลังงานของจีนกล่าวว่า พลังงานทดแทนจะเป็นหลักสำคัญของการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานของจีน

ทั้งนี้ ในปี 2016 ที่ผ่านมา จีนได้ทำข้อตกลงลงทุนในโครงการด้านพลังงานทดแทนต่างๆ ในต่างประเทศ จำนวน 11 โครงการ ซึ่งแต่ละโครงการมีมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยการลงทุนดังกล่าว ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น บริษัทผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมในออสเตรเลียและชิลี การจัดจำหน่ายไฟฟ้าในบราซิล และการสร้างโรงงานผลิตโซลาร์เซลล์ในเวียดนาม

นอกจากการลงทุนด้านพลังงานทดแทนในต่างประเทศแล้ว จีนก็มีการลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนภายในประเทศ ด้วยเม็ดเงินมหาศาล โดยในปี 2015 จีนใส่เงินลงทุนกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ ลงในทั้งโครงการพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานน้ำ และภาคธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นมูลค่าที่สูงกว่าการลงทุนของสหรัฐฯ ในภาคพลังงานสะอาดเกินกว่าเท่าตัว จีนจึงได้ก้าวแซงหน้าสหรัฐฯ ในการเป็นผู้ผลิตพลังงานทดแทนที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเมื่อพิจารณาจากนโยบายด้านพลังงานของรัฐบาลใหม่ของสหรัฐฯ ที่จะมีนายโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้นำแล้ว จึงคาดว่าแนวโน้มการลงทุนด้านพลังงานของสหรัฐฯ คงไม่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ส่งเสริมพลังงานทดแทนแต่อย่างใด

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานโดยอ้างความคิดเห็นของนักวิชาการด้านการเงินและการจัดการจากมหาวิทยาลัยในเยอรมัน ว่า จีนได้กลายมาเป็นผู้นำด้านพลังงานทดแทน แซงหน้าประเทศร่ำรวยอย่างสหรัฐฯและเยอรมันแล้ว โดยปัจจุบัน จีนเป็นเจ้าของโรงงานผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่ใหญ่สุดในโลกถึง 5  โรง จากทั้งหมด 6 โรง โดยจีนมีความได้เปรียบในด้านต้นทุนการผลิต หากเป็นการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ในระดับมาตรฐาน ที่ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีที่ยุ่งยากซับซ้อน เช่นเดียวกับการผลิตอุปกรณ์สำหรับการผลิตพลังงานลมแบบมาตรฐาน

อย่างไรก็ตาม ยุโรปและอเมริกา ยังคงมีข้อได้เปรียบอยู่ หากวัดกันที่ความทันสมัยและความมีประสิทธิภาพของอุปกรณ์ที่มีเทคโนโลยีที่ซับซ้อนขึ้น อาทิ แผงโซล่าเซลล์ชนิดฟิล์มบาง (thin-film solar) และการให้บริการแก่ผู้ประกอบการด้านพลังงานที่ต้องการความรู้ความเชี่ยวชาญทางวิศวกรรมขั้นสูงในการเดินระบบ

จีนเล็งปรับลดการเติบโตของการใช้พลังงานต่อปีเหลือ 2.5% ในช่วง 2016-2020

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข้อมูลจากแผนพลังงาน 5 ปี ฉบับล่าสุดของจีน ที่ระบุว่าจีนตั้งเป้าอัตราการเติบโตของการใช้พลังงานต่อปีเฉลี่ยที่ 2.5% ในช่วงปี 2016-2020 ซึ่งน้อยกว่าช่วงปี 2011-2015 ที่อยู่ที่ระดับ 3.6% โดยเป้าหมายการเติบโตที่น้อยลงนี้ สอดคล้องกับแนวโน้มการใช้พลังงานใหม่ ตามการเติบโตของเศรษฐกิจแบบ new normal ของประเทศ

ทั้งนี้ การปรับลดเป้าดังกล่าว จะทำให้การใช้พลังงานรวมในปี 2020 อยู่ที่ประมาณ 5,000 ล้านเมตริกตันเทียบเท่าถ่านหินมาตรฐาน

จากแถลงการณ์ร่วมของ National Energy Administration และ National Development and Reform Commission ของจีนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จีนยังตั้งเป้าลดความเข้มข้นของพลังงาน หรือการใช้พลังงานต่อหน่วยจีดีพีภายในปี 2020 ลงอีกกว่า 15% จากปี 2015 พร้อมจะเพิ่มสัดส่วนของพลังงานที่ไม่ใช่ฟอสซิลเป็นกว่า 15% ของการใช้พลังงานทั้งหมด และการใช้ก๊าซธรรมชาติเพิ่มเป็น 10% จาก 8% แต่จะลดสัดส่วนการใช้ถ่านหินจาก 62% เหลือน้อยกว่า 58%

ขณะเดียวกัน จีนได้กระตุ้นให้เปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าและใช้ก๊าซแทนรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน มากขึ้นด้วย 

กระทรวงพลังงานพอใจเวทีรับฟังความเห็นร่างพ.ร.บ.กองทุนน้ำมันฯ

กระทรวงพลังงานพอใจเวทีเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น “ร่างพ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. …. ”ตามมาตรา77 ของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เตรียมสรุปประเด็น นำเสนอต่อคณะกรรมการกฤษฎีกา  คณะรัฐมนตรี และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตามลำดับ

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2560  กระทรวงพลังงานโดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)  มีการจัดเวทีสัมมนารับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ที่สโมสรกองทัพบก ถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งเป็นไปตามบทบัญญัติมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่กำหนดให้ ก่อนการตรากฎหมายทุกฉบับ รัฐพึงจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง  โดยก่อนหน้านี้ ทางสนพ. ได้เปิดช่องทางให้ประชาชนได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นผ่านช่องทางผ่านเว็บไซต์www.eppo.go.th  และ www.lawamendment.go.th  รวมทั้งการจัดส่งเอกสารทางไปรษณีย์ลงทะเบียนมาที่สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)  หรือ โทรสาร 02-612 1391 ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2560 

นาย.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)และโฆษกกระทรวงพลังงาน   กล่าวแสดงความพอใจกับการจัดงาน ที่ได้รับการตอบรับจากประชาชนทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ ผู้ค้าน้ำมัน โรงกลั่นน้ำมัน สมาคม มูลนิธิ ภาควิชาการ รวมถึงประชาชนทั่วไป รวมกว่า 300 คน ซึ่ง ผ่านพ้นไปด้วยความเรียบร้อย         โดยขั้นตอนหลังจากนี้ ทาง สนพ. จะจัดทำรายงานสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นประเด็นที่มีการแสดงความคิดเห็น ประกอบการจัดทำคำชี้แจงตามหลักเกณฑ์การตรวจสอบความจำเป็นใน การตราพระราชบัญญัติ (Checklist)เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการกฤษฎีกา  คณะรัฐมนตรี และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตามลำดับต่อไป

สำหรับ ร่าง พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันฯ ได้กำหนดวัตถุประสงค์เพื่อ 1. รักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ 2.สนับสนุนเชื้อเพลิงชีวภาพ 3.บรรเทาผลกระทบการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันแก่ผู้มีรายได้น้อยและผู้ด้อยโอกาส 4.สนับสนุนการลงทุนสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์ และ  5.สนับสนุนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเป็นการยกระดับกฎหมายจัดตั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเดิมที่เป็นคำสั่งนายกรัฐมนตรี ภายใต้พระราชกำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ขึ้นเป็น “พระราชบัญญัติ” 

โดยประเด็นที่มีการแสดงความคิดเห็นค่อนข้างมาก คือวัตถุประสงค์ข้อที่5ที่จะนำเงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปใช้ในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันเชื้อเพลิง เช่นการสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์  ซึ่งส่วนหนึ่งเห็นว่า ไม่ควรจะใช้เงินจากส่วนอื่นที่ไม่ใช่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงภายใต้พ.ร.บ.ฉบับนี้