ค้นหาด้วย ' PEMEX ' ทั้งหมด 1 รายการ
ผู้บริหารปตท.ถอดบทเรียนความล้มเหลวNOC ของเม็กซิโก

ผู้บริหารปตท.ถอดบทเรียนความล้มเหลวบรรษัทพลังงานแห่งชาติ(NOC)ของประเทศเม็กซิโก จากที่เคยยึดกิจการพลังงานต่างชาติมาเป็นของรัฐแล้วดำเนินธุรกิจพลังงานแบบผูกขาด เมื่อ80ปีที่แล้ว ต้องปฎิรูปกลับสู่การค้าเสรีเพื่อให้เกิดการแข่งขัน และดึงดูดการลงทุนและเทคโนโลยีจากภาคเอกชนทั้งในและนอกประเทศ

ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน(Energy News Center-ENC)รายงานว่า คณะผู้บริหารของปตท. ซึ่งนำโดยนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันท์ ประธานบอร์ด  และนายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ได้เดินทางไปศึกษาดูงานด้านการปฎิรูปพลังงานที่ประเทศเม็กซิโก ช่วงวันที่6-12 มี.ค. ที่ผ่านมา  โดยทั้งนายปิยสวัสดิ์ และนายเทวินทร์ ต่างได้โพสต์ข้อความสรุปถึงการดูงานครั้งนี้ผ่านช่องทางเฟซบุคส่วนตัว “Piyasvasti Amranand” และเพจ Tevin at PTT  โดยชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวในการดำเนินนโยบายด้านพลังงานของประเทศเม็กซิโก ในอดีต ที่มีการยึดกิจการพลังงานต่างชาติมาเป็นของรัฐแล้วดำเนินธุรกิจพลังงานแบบผูกขาด

โดยในเฟซบุค Piyasvasti Amranand  ซึ่งโพสต์ข้อความเมื่อวันที่11 มี.ค. นั้นสรุปสาระสำคัญของการเดินทางไปดูงานในครั้งนี้ ที่ได้พบกับ ทั้งคณะกรรมการกำกับกิจการไฮโดรคาร์บอน หรือ CNH  ที่มีบทบาทเทียบเท่ากรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ของไทย  และได้ร่วมหารือกับรัฐมนตรีช่วยพลังงานของเม็กซิโก  ที่ตอบข้อสงสัยของคณะผู้บริหารปตท.อย่างละเอียด  รวมทั้งได้พบกับ พีเม็กซ์(PEMEX) ซึ่งเป็น บริษัทน้ำมันแห่งชาติ ของเม็กซิโก

“ ในช่วงสี่ปีที่ผ่านมามีการปฏิรูปพลังงานในเม็กซิโกอย่างรวดเร็วโดยเป็นไปในทิศทางคล้ายกับประเทศไทยในปัจจุบัน หลังจากที่นโยบายเดิมทำให้กิจการพลังงานเสื่อมโทรมลงมาด้วยตลอด 80 ปีที่ผ่านมา แต่ที่น่าสลดใจก็คือมีกลุ่มบุคคลในประเทศไทยที่ต้องการปฏิรูปพลังงานไทยเพื่อให้ย้อนยุคไปเหมือนเม็กซิโกเมื่อ 80 ปีที่แล้ว”  นายปิยสวัสดิ์  เขียนข้อความบางตอนไว้ในเฟซบุค  

พร้อมขยายความถึงการดำเนินนโยบายของเม็กซิโก ก่อนที่จะมีการปฏิรูปพลังงาน ไว้ด้วยว่า  รัฐบาลยึดกิจการปิโตรเลียมทั้งหมดไว้ และให้ Pemex  ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันแห่งชาติของเม็กซิโก ที่ตั้งขึ้นมาทำหน้าที่ทั้งกำกับดูแล เป็นผู้ลงทุน และ เป็นโอเปอเรเตอร์ ของธุรกิจปิโตรเลียม ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ  ซึ่งผลที่เกิดขึ้นก็คือ  ธุรกิจของ PEMEX นั้นขาดประสิทธิภาพ ไม่เกิดการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ และขาดเงินลงทุน   โดยในช่วงดังกล่าว การสำรวจขุดเจาะปิโตรเลียมสามารถทำได้อย่างเดียวคือการจ้างผลิต (service contract ) เพราะกฏหมายไม่เปิดช่องให้มีการร่วมทุนกับต่างชาติ  ซึ่งทำให้ PEMEX เป็นผู้ลงทุนและรับความเสี่ยงเอง ทั้งหมด  สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ปริมาณสำรองปิโตรเลียมลดลงเรื่อยๆ เพราะไม่มีการสำรวจแหล่งใหม่ๆโดยเฉพาะในทะเลลึก ผลผลิตปิโตรเลียมลดลง (หลังจากที่การผลิตของแหล่ง Cantarell ซึ่งเป็นแหล่งผลิตที่ใหญ่ที่สุด ลดลง) จนต้องนำเข้าน้ำมันเข้ามาใช้บริโภคภายในประเทศ (ทั้งๆ ที่มีทรัพยากรปิโตรเลียมใต้ดินจำนวนมหาศาล แต่ไม่มีศักยภาพพอในแง่เงินลงทุนและเทคโนโลยี ที่จะขุดขึ้นมาใช้)

ปัญหาวิกฤตดังกล่าว ทำให้รัฐบาลเม็กซิโก ต้องเร่งการปฏิรูปพลังงานในปี 2556  โดยมีการแก้ไขข้อกำหนดในรัฐธรรมนูญ มีใจความสำคัญ คือ 1. รัฐยังคงเป็นเจ้าของทรัพยากรใต้ดินทั้งหมด เช่นเดียวกับประเทศไทย   2. เปิดโอกาสให้นักลงทุนทั่วไปสามารถลงทุนในการขุดเจาะสำรวจปิโตรเลียมได้แทนที่จะมีเฉพาะ  PEMEX แต่เพียงผู้เดียวโดย CNH สามารถเลือกใช้รูปแบบสัญญาการสำรวจได้ 3 รูปแบบ คือ License (ซึ่งคือระบบสัมปทานในไทย) Production sharing contract, Profit sharing เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้นักลงทุนต่างชาติ  3. จัดตั้งหน่วยงานกำกับดูแลด้านปิโตรเลียมและไฟฟ้า และยุติบทบาทการผูกขาดของ PEMEX เปิดให้มีการแข่งขันเสรี กล่าวคือ PEMEX มีลักษณะคล้ายกับ ปตท. ในปัจจุบันมากขึ้น   4. เปิดให้มีการแข่งขันในกิจการขายก๊าซธรรมชาติและไฟฟ้า ซึ่งในส่วนนี้ เม็กซิโก มีการดำเนินการที่ก้าวหน้าไปมากกว่าประเทศไทย

ในส่วนหน้าเพจ Tevin at PTT ซึ่งโพสต์ข้อความในวันที่12 มี.ค. นั้น ก็สรุปเนื้อหาไปในทิศทางเดียวกันถึง บทเรียนจากความล้มเหลวของนโยบาย Nationalization ที่ทำให้วันนี้ เม็กซิโก ต้องเปลี่ยนจากการผูกขาดโดย บรรษัทพลังงานแห่งชาติ(NOC) ไปสู่ Competition & Transparency เพื่อดึงดูดการลงทุนและเทคโนโลยีจากภาคเอกชน ทั้งในและนอกประเทศ

เม็กซิโกนั้นเป็นประเทศที่ใหญ่กว่าไทยถึง  4 เท่า มีพลเมือง มากกว่าไทยเกือบ 2 เท่า และมีศักยภาพปิโตรเลียมสูงกว่าไทยมาก โดยในอดีตเคยรุ่งเรืองจากการส่งออกน้ำมันดิบถึง 1 ใน 4 ของโลก

เพจ Tevin at PTT สรุปถึงเหตุผลที่เม็กซิโก ต้องดำเนินนโยบายการปฎิรูปพลังงาน เพราะ มีปริมาณสำรองและการผลิตลดลงจนประเทศที่เคยเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ ต้องกลายเป็นผู้นำเข้าปิโตรเลียม  ในขณะที่ PEMEX ขาดเทคโนโลยีและเงินทุน ไม่สามารถสำรวจและพัฒนาศักยภาพที่มี  โดยมีการเชิญชวนให้บริษัทน้ำมันรายใหญ่ เช่น เอ็กซอน เชลล์ บีพี เข้ามาลงทุนในด้านต่างๆ ทั้งสำรวจพื้นที่น้ำลึก ลงทุนโรงกลั่น เปิดปั๊มน้ำมัน    ในขณะเดียวกัน ก็ต้องปรับราคาน้ำมันขึ้นไปตามกลไลตลาดและเรียกเก็บภาษีน้ำมันเพื่อนำรายได้จากภาษีมาพัฒนาประเทศ  เนื่องจากไม่สามารถที่จะคงนโยบายอุ้มราคาน้ำมันในประเทศต่อไปได้

“ นี่เป็นทิศทางพลังงานของประเทศเม็กซิโก สอดคล้องกับหลายประเทศที่เคยมีแนวทางยึดกิจการพลังงานมาเป็นของรัฐ ซึ่งวันนี้พิสูจน์แล้วว่าสร้างปัญหาในระยะยาว ต่างจากประเทศที่ส่งเสริมการค้าเสรีภายใต้การกำกับที่มีประสิทธิภาพและเป็นธรรมของภาครัฐ ซึ่งส่งเสริมภาคเอกชนให้เข้มแข็ง และสามารถพัฒนาศักยภาพของประเทศได้เต็มที่” เพจ Tevin at PTT ระบุไว้ในตอนท้าย

ขอบคุณภาพประกอบ ข่าวจาก เฟซบุค Piyasvasti Amranand