ค้นหาด้วย ' IMF ' ทั้งหมด 1 รายการ
IMF ชี้ เศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัวระยะสั้น-กลาง แต่ยังเผชิญปัจจัยเสี่ยง

IMF ประเมินภาวะเศรษฐกิจไทย เริ่มฟื้นตัวในระยะสั้น-กลาง จากการลงทุนภาครัฐที่จะกระตุ้นความต้องการในประเทศ และอัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นตามราคาพลังงานโลก อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงทั้งในและต่างประเทศที่เป็นอุปสรรค และอาจทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตช้า แนะรัฐผสมผสานทั้งนโยบายการเงินและการคลังที่ผ่อนปรน รวมถึงปฏิรูปโครงสร้างเพี่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ได้ออกแถลงการณ์รายงานการประเมินภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทย ภายหลังจากคณะเจ้าหน้าที่ไอเอ็มเอฟเสร็จสิ้นการเยือนประเทศไทย ระหว่างวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ถึง 1 มีนาคม 2560 โดยคณะเจ้าหน้าที่สรุปว่า เศรษฐกิจของไทยขยายตัว 3.2% ในปี 2559 ที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยมีการส่งออกบริการและการลงทุนภาครัฐเป็นปัจจัยสำคัญขับเคลื่อนการเติบโตดังกล่าว อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในปีที่ผ่านมา เฉลี่ยอยู่ที่ 0.2% ซึ่งต่ำกว่ากรอบเป้าหมายเงินเฟ้อเป็นปีที่สองปีติดต่อกัน ซึ่งเป็นผลจากราคาพลังงานที่ลดลงและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังคงอยู่ในระดับต่ำ ด้านดุลบัญชีเดินสะพัด เกินดุลเพิ่มขึ้นจากการนำเข้าที่ขยายตัวในระดับต่ำ ในขณะที่ตลาดการเงินไทยมีความยืดหยุ่นสูง สามารถรับมือกับความเสียงทั้งภายในและภายนอกประเทศได้เป็นอย่างดี

สำหรับในปีนี้ คณะเจ้าหน้าที่ไอเอ็มเอฟคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของไทยในระยะสั้นและกลางจะยังคงเติบโตต่อเนื่อง แต่จะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยการลงทุนภาครัฐที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในช่วง 2-3 ข้างหน้าจากการดำเนินการตามแผนนโยบายลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน จะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย และกระตุ้นให้เกิดการลงทุนของภาคเอกชนตามมา สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปีนี้ คาดว่าจะเพิ่มขึ้นตามแนวโน้มราคาพลังงานในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น แต่คาดว่าจะยังคงต่ำกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อที่กำหนดไว้ที่ 2.5% ต่อไปอีกหลายปี เพราะเงินเฟ้อพื้นฐานยังอยู่ในระดับต่ำ ด้านดุลบัญชีเดินสะพัด คาดว่าจะค่อยๆเกินดุลน้อยลง เนื่องจากอุปสงค์ในประเทศจะปรับเพิ่มขึ้นในระยะปานกลาง

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มเศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนและปัจจัยเสี่ยงก็ยังคงอยู่ ทั้งปัจจัยจากภายนอกประเทศ อาทิ  นโยบายการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจจีนที่อาจกระทบต่อการส่งออกไทย และการเปลี่ยนแปลงนโยบายของสหรัฐ ที่อาจทำให้เงินทุนไหลออกและส่งผลให้ต้นทุนการเงินสูงขึ้น และยังก่อให้เงินความผันผวนในตลาดการเงินโลก ส่วนปัจจัยภายในประเทศ ได้แก่ การลงทุนภาคเอกชนที่ต่ำซึ่งจะเป็นผลให้ความต้องการภายในประเทศชะลอตัว อัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำเป็นเวลานาน และหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูงซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการบริโภคและการเติบโตของเศรษฐกิจ แต่ทั้งนี้ การเติบโตของเศรษฐกิจโลกโดยรวม จะช่วยกระตุ้นการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วในภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวของไทย

ทั้งนี้ IMF แนะรัฐบาลไทยให้ดำเนินนโยบายที่ผสมผสานทั้งนโยบายการเงินและการคลังที่ผ่อนปรน ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงที่อัตราเงินเฟ้อจะอยู่ในระดับต่ำเป็นเวลานาน รวมถึงปฏิรูปเชิงโครงสร้าง เพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว

สำหรับแนวโน้มราคาพลังงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่ออัตราเงินเฟ้อนั้น ผู้สื่อข่าว Energy News Center : ศูนย์ข่าวพลังงาน รายงานว่า ขณะนี้ราคามีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นโดยมีปัจจัยหนุนจากการคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำมันส่วนเกินที่กดดันตลาดน้ำมันโลกมาเกือบ 3 ปีนั้น กำลังจะลดลงและตลาดจะเข้าสู่จุดสมดุลในปีนี้ แม้ว่าจะล่าช้ากว่าไปกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้า

ทั้งนี้ ทบวงพลังงานสากล (IEA) คาดการณ์ว่า แม้ว่าจะต้องใช้เวลาพอสมควรเพื่อทำให้ปริมาณน้ำมันส่วนเกินในตลาดโลกลดลงแต่ถ้ากลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ หรือ โอเปก ยังคงลดกำลังการผลิตต่อไปจนถึงเดือนมิถุนายนตามที่วางแผนไว้ ก็อาจทำให้ตลาดน้ำมันอาจเข้าสู่ภาวะขาดดุลหรืออุปทานน้อยกว่าอุปสงค์ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ได้  โดยหากเป็นไปตามคาด ตลาดจะอยู่ในภาวะขาดดุลประมาณ 500,000 บาร์เรลต่อวัน

ย่างไรก็ตาม กลุ่มโอเปกและประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่นอกกลุ่มโอเปก จะมีการประชุมกันในวันที่ 26 มีนาคมนี้ เพื่อพิจารณาและทบทวนข้อตกลงการลดกำลังการผลิตและหารือร่วมกันว่าจะขยายการลดกำลังการผลิตดังกล่าวออกไปว่าจากเดิมสิ้นสุดในเดือนออกไปจนถึงสิ้นปีหรือไม่

https://www.imf.org/en/News/Articles/2017/03/14/PR1781-Thailand-IMF-Staff-Concludes-2017-Article-IV-Visit