ค้นหาด้วย ' Astana2017 ' ทั้งหมด 5 รายการ
ไทยใช้งบน้อย 300 ล้าน ดันศาลาไทยติด 1 ใน 5 อาคารยอดฮิตใน Astana Expo 2017

กระทรวงพลังงานระบุ 21 วัน มหกรรม Astana Expo 2017 ไทยประสบความสำเร็จแล้ว 80% จากงบก่อสร้างอาคารแสดงผลงานเพียง 300 ล้านบาท น้อยกว่าประเทศใหญ่ๆ ที่ใช้เงินกว่า 1,000 ล้านบาท แต่สามารถดึงดูดผู้ชมสูงสุดติด 1 ใน 5 ประเทศยอดนิยม เด่นด้วยโชว์พืชพลังงาน 9 ชนิดและจำลองการทำไบโอแก๊สจากมูลช้าง เตรียมปรับกลยุทธ์หลังจัดงานครบ 1 เดือน สร้างความแปลกใหม่ดึงความสนใจเพิ่ม

นายวิศักดิ์ วัฒนศัพท์ รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน และในฐานะประธานตรวจการจ้างอาคารศาลาไทย (Thailand Pavilion) โครงการ Astana Expo 2017 เปิดเผยว่า การประเมินการจัดแสดงนิทรรศการในอาคารศาลาไทย ภายใต้งานมหกรรมโลก Astana Expo 2017  ณ กรุงอัสตานา สาธารณรัฐคาซัคสถานพบว่า เบื้องต้นถือว่าไทยประสบความสำเร็จแล้ว 80% ทั้งในแง่การสร้างอาคารศาลาไทย ที่สามารถสร้างเสร็จเป็นประเทศแรกจากทั้งหมด 115 ประเทศ รวมทั้งเมื่อพิจารณาจากงบประมาณโครงการที่รัฐบาลให้การสนับสนุนเพียง 300 ล้านบาท แต่สามารถจัดกิจกรรมและดึงดูดผู้เข้าชมงานได้ถึง 110,472 คน ภายในเวลา 21 วัน (10-30 มิ.ย. 2560) หรือติด 1 ใน 5 ประเทศที่คนนิยมเข้าชมมากที่สุด ถือว่าใช้งบได้อย่างคุ้มค่าเมื่อเทียบกับประเทศใหญ่อย่าง จีนและเยอรมัน ที่มีผู้เข้าชมงานจำนวนมาก แต่ใช้งบถึงกว่า 1,000 ล้านบาท ขณะที่ประเทศเจ้าภาพอย่างคาซัคสถานใช้งบประมาณกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท

"แม้พื้นที่ตั้งอาคารศาลาไทยจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่จุดเด่น แต่สามารถดึงดูดผู้ชมได้มาก จากการแสดงวัฒนธรรมไทย เช่น การรำ การแสดงโขน การโชว์มวยไทย การนำน้องพลังมาดึงดูดความสนใจจากเด็กๆ เพื่อเชิญชวนเข้าสู่การชมห้องนิทรรศการที่มีการจัดแสดงการ์ตูน 3 มิติ บอกเล่าเรื่องราวพลังงานไทยที่มาจากศาสตร์พระราชาพัฒนาสู่พลังงานหมุนเวียนสำคัญของประเทศได้สำเร็จ โดยเฉพาะพืชพลังงาน 9 ชนิด เช่น ข้าว อ้อย ยางพารา มูลสัตว์และน้ำเสีย เป็นต้น และผู้ชมยังตื่นตากับห้องนิทรรศการที่มีการจำลองช้างและมูลช้างที่สามารถนำมาทำไบโอแก๊สได้จริงอีกด้วย"

อย่างไรก็ ต้องคงต้องรอการประเมินผลระยะยาวอีกครั้ง เนื่องจากโครงการAstana Expo 2017 ครั้งนี้จะจัดเป็นเวลา 3 เดือน (10 มิ.ย.- 10 ก.ย. 2560) ซึ่งจะมีการวัดผลสุดท้ายจากเป้าหมายจำนวนผู้เข้าชมงานต้องไม่น้อยกว่า 10% ของผู้เข้าชมงานทั้งหมด

ทั้งนี้ เมื่อครบระยะเวลาจัดงานได้ 1 เดือนอาจจะต้องปรับกลยุทธ์ เช่น การปรับเปลี่ยนการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยที่น่าสนใจ การนำตัวมาสคอตข้าวโพด "น้องพลัง" ไปเชิญชวนผู้เข้าชมถึงในห้างสรรพสินค้า และการสลับบุคลากรใหม่มาปฏิบัติงาน เนื่องจากผู้บริหารมีความเป็นห่วงทีมงานทั้งด้านสุขภาพ เพื่อให้อาคารศาลาไทยคึกคักและดึงดูดผู้เข้าชมงานได้มากขึ้น

นายชวิศ จงวิลัยวรรณ ผู้ช่วยผู้จัดการอาคารศาลาไทย กล่าวว่า หลังจากจัดงานไปได้ระยะหนึ่งแล้ว จะมีการปรับกิจกรรมการแสดงจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะอาจนำการแสดงที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลลอยกระทง สงกรานต์ ซึ่งมีความสนุกสนานมาแสดง เพิ่มความน่าสนใจให้อาคารศาลาไทย และคาดว่าเมื่อจบงาน Astana Expo 2017 ทางคาซัคสถานประเทศเจ้าภาพจะคัดเลือกไฮไลท์สำคัญของแต่ละประเทศมาจัดแสดงในอาคารพิพิธภัณฑ์เพื่อเป็นประวัติศาสตร์การจัดงาน Astana Expo 2017 โดยในส่วนของไทยคาดว่าคาซัคสถานจะเลือกช้างไปจัดแสดง เพราะช้างจำลองของไทยเป็นที่รู้จักของคนคาซัคสถาน ที่สำคัญยังสามารถแกว่งหางโชว์ได้ด้วย

Astana Expo 2017 จัด"วันวัฒนธรรมไทย"เน้นความสนุกสนานประเพณีสงกรานต์
Astana Expo 2017 โชว์วัน"วัฒนธรรมไทย" นำกิจกรรมประเพณีสงกรานต์  วันปีใหม่ไทย ให้คนทั่วโลกที่เข้าชมงานได้รู้จัก  ทั้งนี้ตลอด2เดือนที่ผ่านมาของการจัดงาน ในการจัดอันดับอาคารนิทรรศการที่เป็นที่นิยมชื่นชอบของเยาวชนโดย Chanel Astana Expo TV พบว่า อาคารศาลาไทยได้รับความนิยมเป็นอันดับ 2 และมาสคอต “น้องพลัง” ยังได้รับคัดเลือกให้เข้าสู่ Museum World Expo ภายหลังการจัดงาน  โดยมียอดจำนวนผู้เข้าชมอาคารศาลาไทย((Thailand Pavilion)แล้ว420,000คนคาดว่า จนถึงวันสิ้นสุดการจัดงาน10 กันยายน 2560 จะมีไม่ต่ำกว่า 5 แสนคน
 
เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2560  พลเอก ธนศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี และ พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงานวันวัฒนธรรมไทย (Thai Cultural Day) ภายในงานนิทรรศการโลก Astana Expo 2017 ณ กรุงอัสตานา สาธารณรัฐคาซัคสถาน โดยมี Mr. Yelzhan Birtanov รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สาธารณรัฐคาซัคสถาน ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายณัช ภิญโญวัฒนชีพ เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงอัสตานา และผู้บริหารจากกระทรวงพลังงาน นายสมนึก บำรุงสาลี รองปลัดกระทรวงพลังงาน  นายธนธัช จังพานิช ผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน ร่วมพิธีเปิด พร้อมกันนี้ ได้เข้าเยี่ยมชมห้องนิทรรศการห้องต่างๆ ของอาคารศาลาไทย (Thailand Pavilion) และพาวิลเลี่ยนของประเทศที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ อาทิ Kazakhstan Pavilion และ Thematic Pavilion ฯลฯ
 
สำหรับการจัดงาน “วัฒนธรรมไทย” ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมของประเทศไทยให้นานาประเทศได้รู้จัก โดยได้มีการนำประเพณีสงกรานต์ ซึ่งถือเป็นเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ของคนไทย และยังเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก มาใช้เป็นแนวคิดของการจัดกิจกรรม ซึ่งตลอดทั้งวัน ณ อาคารศาลาไทยจะจัดให้มีขบวนรดน้ำดำหัว การเล่นน้ำสงกรานต์ การทดลองใส่ชุดไทยและถ่ายภาพเป็นที่ระลึก เพื่อสร้างสีสันและความสนุกสนานให้กับผู้เข้าร่วมงาน 
 
ทั้งนี้ประเทศไทยได้เข้าร่วมในงานAstana Expo 2017 โดยจัดสร้าง อาคารศาลาไทย (Thailand Pavilion) ภายใต้แนวคิด “การพัฒนาด้านพลังงานชีวภาพเพื่อมนุษยชาติ (Bioenergy for All)” เพื่อแสดงศักยภาพอันโดดเด่นในการพัฒนาพลังงานทดแทนจากการนำผลผลิตทางการเกษตรที่เหลือจากการบริโภคมาผลิตเป็นพลังงาน และเป็นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยได้น้อมนำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ที่ทรงเป็น “พระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานไทย” และเป็นต้นแบบในเรื่องปรัชญา “ความพอเพียง” มาใช้เป็นแนวทางในการใช้ทรัพยากรในประเทศที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า มุ่งเน้นการพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนในอนาคต สอดคล้องกับแนวคิดหลักของ Expo ที่ว่า “พลังงานแห่งอนาคต” ซึ่งตลอด 2 เดือนที่ผ่านมามีผู้ชมจากนานาประเทศให้ความสนใจเข้าชมอาคารศาลาไทยเป็นจำนวนมาก มีผู้เข้าชมแล้วกว่า 420,000 คน โดยประเทศไทยติดอันดับ 1 ใน 5 ของพาวิลเลี่ยนที่ได้รับความนิยมสูงสุด จากประเทศที่เข้าร่วมงาน 115 ประเทศ   
 
คาดว่ายอดผู้เข้าชมอาคารศาลาไทยจนถึงวันจบการจัดงานในวันที่ 10 กันยายน 2560 จะมีจำนวนรวมทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่า 5 แสนคน นอกจากนี้ จากการจัดอันดับอาคารนิทรรศการที่เป็นที่นิยมชื่นชอบของเยาวชนโดย Chanel Astana Expo TV พบว่า อาคารศาลาไทยได้รับความนิยมเป็นอันดับ 2 และในขณะที่มาสคอต “น้องพลัง” ยังได้รับคัดเลือกให้เข้าสู่ Museum World Expo ภายหลังการจัดงาน ซึ่งถือเป็นความสำเร็จในประวัติศาสตร์ที่สำคัญอีกครั้งของประเทศไทยในการจัดงาน Expo ในระดับโลก
 
มาสคอต"น้องพลัง"ซึ่งได้รับคัดเลือกให้เข้าสู่ Museum World Expo ภายหลังการจัดงาน 
สรุป93วันงานAstana Expo 2017ที่คาซัคสถาน ยอดเข้าชมอาคารศาลาไทย ติดอับดับ4 จาก115ประเทศ

กระทรวงพลังงานแถลงส่งท้ายงาน Astana Expo 2017 ที่สาธารณรัฐคาซัคสถาน ระหว่างวันที่ 10 มิถุนายน-วันที่ 10 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา รวม93 วัน อาคารศาลาไทย หรือ Thailand Pavilion ขึ้นแท่นพาวิเลียนที่มีคนเข้าชม อันดับ4 แต่ได้ รางวัลขวัญใจมหาชน Honorable Mention สาขา People Choice Awards ที่ได้รับรางวัลจากการโหวตจากเสียงผู้เข้าชมงาน ในขณะที่มาสคอตข้าวโพด “น้องพลัง”ขวัญใจของงาน  ได้รับการเชิญเอาไว้โชว์ใน Hall of Fame  ของงานWorld Expo ที่นครเชี่ยงไฮ้  สาธารณรัฐประชาชนจีน  

เมื่อวันที่ 20 ก.ย.2560 พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในการแถลงข่าวสรุปผลการจัดงาน Astana Expo 2017  ณ กรุงอัสตนา สาธารณรัฐคาซัคสถาน ระหว่างวันที่ 10 มิถุนายน-วันที่ 10 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งไทย โดยกระทรวงพลังงาน ได้ไปโชว์ศักยภาพความโดดเด่นด้านพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานชีวภาพของประเทศไทย ผ่านการจัดแสดงนิทรรศการใน อาคารศาลาไทย (Thailand Pavilion) ภายใต้แนวคิด Bioenergy for All โดยมีผู้บริหารระดับสูงกระทรวงพลังงานและตัวแทนหน่วยงานที่ร่วมสนับสนุนการจัดงาน อาทิ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) และบริษัทปตท.จำกัด(มหาชน)  เข้าร่วมงานด้วย

โดยพลเอก อนันตพร กล่าวว่า การเข้าร่วมงาน Astana Expo 2017 ช่วยให้ประเทศไทยมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในสายตานานาชาติ  แต่ยอมรับว่าไม่มีอะไรที่จะสมบูรณ์100% จึงอยากจะให้ผู้ที่มีส่วนที่เกี่ยวข้องสรุปบทเรียน ทั้งในส่วนที่เป็นจุดแข็ง และจุดอ่อน เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้น หากมีโอกาสที่จะเข้าร่วมงานในลักษณะนี้ในอนาคต

อย่างไรก็ตามในภาพรวมของการจัดงาน  อาคารศาลาไทย ถือว่าประสบความสำเร็จเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยสามารถ ขึ้นแท่นติด 1 ใน 4 พาวิลเลียน ยอดนิยมที่มีผู้เข้าชมงานมากที่สุดจาก 115 ประเทศที่เข้าร่วม โดยมีจำนวนผู้เข้าชม ทั้งสิ้น 715,019 คน เฉลี่ยวันละ 7,662 คน คิดเป็น 18%  จากที่ตั้งเป้าไว้ในเบื้องต้นว่าจะมีคนเข้าชม 5แสนคน   ซึ่งพาวิลเลียนที่มีจำนวนผู้เข้าชมสูงสุดคือกลุ่มประเทศในแอฟริกา รองลงมาคือ อียิปต์ และตุรกี นอกจากนี้ อาคารศาลาไทยยังได้รับคัดเลือกเป็นอันดับ 2 ให้เป็นพาวิลเลียนที่ดีที่สุดสำหรับเด็กและครอบครัว และท้ายสุดรางวัลขวัญใจมหาชน Honorable Mention สาขา People Choice Awards ที่ได้รับรางวัลจากการโหวตจากเสียงผู้เข้าชมงาน  ส่วน ตัวมาสคอตรูปข้าวโพด หรือ”น้องพลัง” ซึ่งเป็นตัวการ์ตูนที่ใช้ดึงดูดความสนใจให้กับผู้เข้าชมงาน ยังได้รับการเชิญจากเจ้าภาพผู้จัดงาน ให้นำมาเก็บไว้โชว์ใน Hall of Fame  ของงานWorld Expo ที่นครเชี่ยงไฮ้  สาธารณรัฐประชาชนจีน  

สำหรับการรับรู้เนื้อหาที่ประเทศไทยต้องการสื่อ พบว่า ผู้เข้าชมมีความเข้าใจ และรับรู้เนื้อมากขึ้นโดยเฉพาะการนำเสนอเรื่อง Bioenergy เพิ่มมากขึ้นอย่างเด่นชัด สามารถรับรู้ได้ว่าประเทศไทยใช้พลังงานชีวภาพ เป็นพลังงานทดแทน และรับรู้ถึงพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงเป็นพระบิดาแห่งพลังงานไทย และเห็นว่าคนไทยมีความเป็นมิตรที่ดี และมีความสนใจอยากจะมาเที่ยวเมืองไทยสูงถึง 80% อีกด้วย 

พลเอกอนันตพร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ถ่ายรูปคู่กับมาสคอตข้าวโพด "น้องพลัง"

ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพลังงานที่เข้าร่วมงานแถลงข่าว 

อนันตพร นำทีม ชูธงชาติไทยในงาน"วันเสมือนวันชาติไทย"ที่Astana Expo 2017

ชูธงชาติไทยใน “อัสตานา เอ็กซ์โป 2017”  จัดใหญ่ ”วันเสมือนวันชาติไทย” ย้ำเอกลักษณ์พลังงานชีวภาพไทยสู่สากล เผยผ่าน20วัน“อาคารศาลาไทย” ติด 1 ใน 5 พาวิลเลียน ยอดนิยมจาก 115 ประเทศทั่วโลก 

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2560 ที่ กรุงอัสตานา สาธารณรัฐคาซัคสถาน สถานที่จัดงาน International Recognized Exhibition หรือ Astana Expo 2017 พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงพลังงาน และนักแสดงตัวแทนประเทศไทย เข้าร่วมงาน”วันเสมือนวันชาติไทย”  ซึ่งจัดขึ้นภายในงาน  โดยได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมชมงานจำนวนมาก  ทั้งนี้นับตั้งแต่มีการเปิดงาน อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา จนถึงวันที่1 กรกฎาคม 2560 อาคารศาลาไทย(Thailand Pavilion)  มียอดผู้เข้าชมสูงถึงประมาณ 110,000 แสนคน หรือคิดเป็น 12% ของผู้เข้าชมทั้งหมด ซึ่งถึอว่าเป็นที่นิยมติดอันดับ 1 ใน5 ของประเทศที่มีผู้เข้าชมมากสุดจากทั้งหมด 115 ประเทศ และทะลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ 10% ของจำนวนผู้เข้าชมทั้งหมด โดยคาดว่าจนถึงวันที่  10 กันยายน  2560 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการจัดงาน จะมีผู้เข้าชมอาคารศาลาไทย ไม่ต่ำกว่า 5 แสนคน

พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ประเทศไทยได้ถ่ายทอดเอกลักษณ์ความเป็นไทยภายใต้แนวคิด “BEATS FROM THE FARM” หรือ ความสนุกสนานที่มาจากฟาร์ม เพื่อสอดคล้องกับแนวคิดของอาคารศาลาไทยซึ่งก็คือ Bioenergy for All ที่แสดงถึงพืชพลังงานที่สามารถปลูกได้จากธรรมชาติ  โดย การจัดแสดงนิทรรศการครั้งนี้จะทำให้ทั่วโลกได้รู้จักประเทศไทยมากขึ้น เพราะอาคารศาลาไทย (Thailand Pavilion) ได้รับการตอบรับอย่างดีจากจำนวนประชาชนที่ไปต่อคิวเข้าชมอาคารศาลาไทยในทุกๆ วัน ตั้งแต่เริ่มเปิดดำเนินการจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งคำชมจากผู้จัดงานว่าเรามีการเตรียมพร้อมในการโชว์ศักยภาพเป็นอย่างดี โดยทางกระทรวงฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดงานวันเสมือนวันชาติไทย ครั้งนี้ จะเป็นการนำเสนอความงดงาม ความหลากหลายทางพลังงานชีวภาพ และพลังงานทดแทนของประเทศไทยที่ได้ยึดถือตามแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระองค์ผู้ทรงเป็น“พระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานไทย” และเป็นต้นแบบในเรื่องปรัชญา“ความพอเพียง” มาใช้เป็นแนวทางในการใช้ทรัพยากรในประเทศที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า โดยมุ่งหวังให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

 ด้านนายธรรมยศ  ศรีช่วย รองปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การสร้างสรรค์อาคารศาลาไทย (Thailand Pavilion) ในครั้งนี้  เพื่อต้องการสื่อให้เห็นถึงการบริหารจัดการด้านพลังงานที่ยั่งยืนของประเทศไทย โดยใช้กลยุทธ์การนำเสนอที่ผสมผสานเน้นสร้างการรับรู้ และความประทับใจให้กับผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมอาคารศาลาไทย อาทิ การเดินสายโรดโชว์ประชาสัมพันธ์การจัดงาน ด้วยเทคนิค VR 360 Thailand Pavilion พร้อมด้วยมาสคอต “น้องพลัง” เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับชาวคาซัคสถานไปยังสถานที่สำคัญๆ ตั้งแต่ก่อนเริ่มงานในเมืองอัลมาตี และเมืองอัสตานาอย่างต่อเนื่อง 
  
“อาคารศาลาไทย” ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการเปิดประตูทางการค้า การลงทุน      และยังถือเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพด้านพลังงานชีวภาพ และพลังงานทดแทนของประเทศไทยในงาน “อัสตานา เอ็กซ์โป 2017” ครั้งนี้ อันจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทยในสายตาชาวต่างชาติรวมทั้งทำให้ต่างชาติรู้จักและเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่งที่สำคัญที่สุดคนไทยทั้งประเทศจะได้ร่วมภาคภูมิใจกับอาคารศาลาไทย (Thailand Pavilion) อีกครั้ง”นาย ธรรมยศ กล่าว

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.)และในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การที่ อาคารศาลาไทยเป็นที่นิยมติดอันดับ 1 ใน5 ของประเทศที่มีผู้เข้าชมมากสุดจากทั้งหมด 115 ประเทศ และทะลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ 10% ของจำนวนผู้เข้าชมทั้งหมดเนื่องจากมีกิจกรรมที่ดึงดูดความสนใจเป็นอย่างมาก ทั้งการแสดงมวยไทย การนวดแผนไทย การแสดงวัฒนธรรมไทย รวมถึงตัวมาสคอต "น้องพลัง"ซึ่งเป็นตัวข้าวโพด ที่ดึงดูดความสนใจของเด็กและผู้เข้าชมงานได้มากถึงวันละ 5,000 คนต่อวัน 

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้าวันที่ 1 ก.ค. 2560  นายทวารัฐ ได้พาคณะข้าราชการและสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมอาคารจัดนิทรรศการของประเทศต่างๆ ที่เข้าร่วม อาทิ  ประเทศมาเลเซียที่เน้นพืชชีวภาพ และก๊าซชีวิภาพจากปาล์ม เป็นพลังงานแห่งอนาคต ส่วนเวียดนาม เน้น พลังงานลม และแสงแดด แต่ก็มีแผนใช้โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคต แต่บางประเทศอย่างรัสเซียยังคงเน้นพลังงานฟอสซิล โดยปัจจุบันได้ศึกษาการนำนิวเคลียร์เป็นเชื้อเพลิงติดตั้งในเรือขนาดใหญ่สำหรับฝ่าแผ่นนำ้แข็งบนขั้วโลกเหนือเพื่อไปสำรวจหาพลังงานน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ขั้วโลกเหนือ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มใช้จริงประมาณปี 2562 เป็นต้น 

โดยในการจัดงานเสมือนวันชาติไทย ในวันที่1ก.ค. ที่ Astana Expo 2017  มีการแสดงนี้จะช่วยสื่อถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติ ผ่านการแสดงทั้งหมด 5 องค์ ประกอบด้วย Introducing Thailand : น้องพลังและประเทศไทย, Thailand Cultural Show : การแสดงสยามนาฏยสังคีตนิทัศน์ จากกระทรวงวัฒนธรรม ได้แก่ ระบำกินนรี การแสดงโขนรามเกียรต์ ตอน “ยกรบ” และหุ่นละครเล็กโจหลุยส์, Thailand and Products from our Farm : การแสดงวิถีชีวิตไทยและพลังงานไทย โดยมีการแสดงพิเศษจาก “น้องขวัญ” น.ส.ปิ่นทิพย์ อรชร  รองนางสาวไทยอันดับ 1 ประจำปี 2559 มาร่วมสร้างสีสันร้องเพลงและแสดง    รำเคียวเกี่ยวข้าวที่แสดงถึงความเป็นไทย, Farming the Energy for All : บทสรุปพลังงานไทย และสุดท้ายกับการแสดง Celebrating the Future Energy : พลังงานอนาคตของฟาร์ม ซึ่งเป็นบทสรุปของพลังงานแห่งอนาคต ที่ผสมผสานกันระหว่างธรรมชาติ เทคโนโลยี ดนตรีไทย และวิถีไทย ที่เข้ากันอย่างลงตัว  อันเป็นการสื่อถึงความสัมพันธ์อันดีที่มีต่อกันในการ่วมพัฒนาพลังงานไปด้วยกัน เพื่อโลกของเรา
 

ข้อมูลเกี่ยวกับอาคารศาลาไทย

สำหรับ​“อาคารศาลาไทย” (Thailand Pavilion) ตั้งอยู่บนพื้นที่ 974.67 ตารางเมตร ประกอบด้วยส่วนแสดง นิทรรศการชั้น 1 ขนาด 740.3 ตารางเมตร และพื้นที่เชิงพาณิชย์ ชั้น 2 ขนาด 234.37 เมตร ภายใต้แนวคิด  “การพัฒนาด้านพลังงานชีวภาพเพื่อมนุษยชาติ (Bioenergy for All)” เพื่อแสดงศักยภาพอันโดดเด่นในการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติของไทยที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาเศรษฐกิจฐานชีวภาพและความก้าวหน้าในการพัฒนาพลังงานทดแทน โดยนำเสนอด้วยรูปแบบ“EDUTAINMENT” หรือการเรียนรู้ ผ่าน 3 ห้องนิทรรศการหลัก ได้แก่ นิทรรศการห้องที่ 1: Our Ways, Our Thai สัมผัสวิถีความเป็นไทย เอกลักษณ์ความงดงามของธรรมชาติ และวัฒนธรรม ควบคู่กับการพัฒนาด้านพลังงานทดแทนในรูปแบบของ  Live Exhibition ควบคู่กับการจัดแสดง และสาธิตทางวัฒนธรรมไทย ที่จะมีการสลับผลัดเปลี่ยนการแสดง ตลอดระยะเวลาการจัดงาน
 
ห้องนิทรรศการที่ 2 : Farming the Future Energy เป็นห้องสรุปเรื่องราวแนวคิดของ อาคารศาลาไทยในรูปแบบเทคนิค 4D ภาพยนตร์ 3 มิติ ซึ่งจะผนวกกับการสร้างสรรค์หุ่นยนต์ Animatronic “น้องพลัง” มาสคอตข้าวโพดในรูปแบบเคลื่อนไหวแบบเสมือนจริง เพื่อเล่าเรื่องราวในห้องทดลองสุดมหัศจรรย์ และการกำเนิดของพลังงานแห่ง อนาคต รวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและคาซัคสถาน และในห้องนิทรรศการสุดท้าย Energy Creation Lab พบการนำเสนอพลังงานชีวภาพ และชีวมวลจากพลังงาน 9 ชนิด ประกอบด้วย ได้แก่ อ้อย ยูคาลิปตัส ยางพารา หญ้าโตเร็ว ข้าว ข้าวโพด มูลสัตว์และของเสีย มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน ในรูปแบบ Interactive Exhibition
 
นอกจากนี้ยังมีส่วนนิทรรศการของหน่วยงานต่างๆ ที่จะแสดงศักยภาพด้านการธุรกิจการลงทุน สินค้าพลังงาน สินค้าหัตถกรรมจากท้องถิ่นไทย วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว สำหรับการจัดแสดงชั้นที่ 2 เป็นพื้นที่รับรองแขกพิเศษ ร้านอาหารไทย โดยบริษัท การบินไทย จำกัด ร้านกาแฟดริปอเมซอน จากบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน)   และพื้นที่สำหรับการจัด Business Matching และ Investment Clinic จาก BOI

(ซ้าย) นายธรรมยศ ศรีช่วย รองปลัดกระทรวงพลังงาน  (กลาง)พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

"น้องพลัง" มาสคอตข้าวโพด ที่ช่วยดึงดูดความสนใจผู้คนให้เข้าชมอาคารศาลาไทย

พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน  ลงนามในสมุดบันทึก วันงานเสมือนวันชาติไทย

ส่วนหนึ่งของชุดการแสดงที่ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงาน

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผอ.สนพ.ซึ่งนำคณะข้าราชการและสื่อมวลชนจากประเทศไทย เข้าชมพาวิลเลียนของประเทศต่างๆที่ร่วมจัดแสดง

คาซัคสถานสนใจพืชพลังงานของไทยในเวที Astana Expo 2017

รัฐมนตรีพลังงาน เผย คาซัคสถานสนใจพืชพลังงานของไทยที่แสดงศักยภาพในงาน Astana Expo 2017 ระบุ คาซัคสถานเป็นแหล่งผลิตก๊าซฯและน้ำมันขนาดใหญ่ของโลก อาจเป็นแหล่งพลังงานสำรองของไทยได้ หากมีความขาดแคลน ด้าน กฟผ. ส่งเจ้าหน้าที่ประจำศาลาไทยให้ข้อมูลด้านวิชาการ

พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยหลังการเยี่ยมชมอาคารศาลาไทย (Thailand Pavilion) และอาคารจัดแสดงนิทรรศการพลังงานของสาธารณรัฐคาซัคสถาน ในงานมหกรรมโลก Astana Expo 2017 ณ กรุงอัสตานา คาซัคสถาน ว่า พืชพลังงานของไทย เช่น พืชที่นำมาผลิตไบโอดีเซล ที่จัดแสดงอยู่ในงาน Astana Expo 2017 นั้น ได้รับความสนใจจากประเทศคาซัคสถานซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดงานในครั้งนี้ โดยคาซัคสถานเองไม่ค่อยมีพืชพลังงาน แต่เป็นประเทศที่มีการผลิตก๊าซธรรมชาติและน้ำมันในปริมาณมาก

รมว. พลังงาน กล่าวว่า ทั้งนี้ การจัดงาน Astana Expo 2017ช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและคาซัคสถานให้แน่น  แฟ้นยิ่งขึ้น ซึ่งแม้ไทยและคาซัคสถานจะยังไม่ได้มีการซื้อขายพลังงานระหว่างกัน เนื่องจากเส้นทางขนส่งมีระยะทางไกลและค่อนข้างลำบาก แต่คาซัคสถานเป็นประเทศที่มีก๊าซธรรมชาติและน้ำมันมาก ในอนาคตจึงอาจกลายเป็นแหล่งพลังงานสำรองของไทยได้ หากไทยเกิดการขาดแคลนพลังงานขึ้นมา

นอกจากนั้น พล.อ.อนันตพร กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการเดินทางมาเยือนคาซัคสถานในครั้งนี้ มีตัวแทนจากบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ร่วมเดินทางมาด้วย ซึ่งต่อไปอาจจะมีการพูดคุยเจรจาด้านพลังงานระหว่างกันได้

ด้านนายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการพลังงานหมุนเวียนและพลังงานใหม่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า กฟผ.ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาร่วมปฏิบัติงานที่อาคารศาลาไทยเป็นเวลา 1 เดือน เพื่อให้การสนับสนุนในด้านข้อมูลวิชาการเกี่ยวกับพืชพลังงานของไทย  อย่างไรก็ตาม ไทยกับคาซัคสถานยังไม่ได้มีความร่วมมือใดๆต่อกันในด้านไฟฟ้า แต่ล่าสุดมีนักศึกษาจากคาซัคสถานแสดงความสนใจสอบถามข้อมูลด้านหม้อแปลงไฟฟ้าอัจฉริยะ เนื่องจากอยู่ระหว่างการทำวิจัย ซึ่ง กฟผ.พร้อมให้การสนับสนุนหากมีการเสนอโครงการเข้ามาสู่การพิจารณา เนื่องจาก กฟผ .มีงบสนับสนุนการวิจัยอยู่

สำหรับงาน Astana Expo 2017 หรือ งาน International Recognized Exhibition ณ กรุงอัสตานา ประเทศคาซัคสถาน จัดขึ้นเป็นเวลา 3 เดือน ระหว่างวันที่ 10 มิ.ย.-10 ก.ย. 2560  มีการจัดแสดงวัฒธรรมและอนาคตพลังงานจาก 115 ประเทศทั่วโลก โดยในส่วนของศาลาไทย นำเสนอภายใต้แนวคิด  “การพัฒนาด้านพลังงานชีวภาพเพื่อมนุษยชาติ (Bioenergy for All)” เพื่อแสดงศักยภาพอันโดดเด่นในการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติของไทยที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาเศรษฐกิจฐานชีวภาพและความก้าวหน้าในการพัฒนาพลังงานทดแทน โดยศาลาไทยได้จัดกิจกรรมวันเสมือนวันชาติไปภายในงานเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2560 โดยได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมจำนวนมาก  ปัจจุบันมีผู้เข้าชมอาคารศาลาไทยมากถึง 1.2 แสนคนแล้ว ซึ่งติด 1ใน 5 ประเทศที่ผู้เข้าชมสูงสุด