ค้นหาด้วย ' AEDP ' ทั้งหมด 1 รายการ
เตรียมปรับแผนAEDPหวังเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทนอีกเท่าตัว

พพ.สนองบัญชานายกรัฐมนตรี เตรียมปรับเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนอีกเท่าตัว เป็น 40% หรือ 37,000 เมกะวัตต์ เล็งเพิ่มโซล่าร์รูฟท็อป โซลาร์เซลล์ลอยน้ำ ในแผน AEDP2015 ใหม่ ด้าน สนพ.เร่งจัดทำพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าล่าสุด หลังพีคไฟฟ้าปี 2560 ต่ำกว่าที่คาดการณ์2%  เพื่อนำมาปรับแผนพีดีพี และแผนก๊าซฯของประเทศต่อไป

นายประพนธ์ วงษ์ท่าเรือ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.) เปิดเผยว่า พพ.เตรียมเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนอีกหนึ่ง เท่าตัว ตามนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนจาก 20% เป็น 40% ภายในปี 2579 โดยขณะนี้ พพ.อยู่ระหว่างการพิจารณาปรับแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก(AEDP2015)ใหม่เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายดังกล่าว อย่างไรก็ตาม พพ.อยู่ระหว่างพิจารณาเลือกเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนชนิดใด โดยต้องเป็นเชื้อเพลิงที่มีศักยภาพสูง ราคามีแนวโน้มลดลง และต้องไม่มีผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ(FT) โดยเฉพาะการผลิตไฟฟ้าแสงอาทิตย์จากโซลาร์เซลล์ เช่น การผลิตไฟฟ้าแสงอาทิตย์บนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) และอาจรวมถึงโซลาร์ลอยน้ำ เป็นต้น

 แหล่งข่าวกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า สำหรับเป้าหมายการผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทน 20% ในปี 2579 คิดเป็น 1.95 หมื่นเมกะวัตต์ แต่หากเพิ่มเป็น 40% จะทำให้การผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนเพิ่มถึง 37,000 เมกะวัตต์ ส่วนจะเพิ่มเป็นพลังงานทดแทนชนิดใดบ้างอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อจัดทำเป็นร่างแผน AEDP ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1

 ด้าน นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) กล่าวว่า คณะอนุกรรมการพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศ ที่มีนายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการ สนพ. เป็นประธาน อยู่ระหว่างจัดทำแผนพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด(พีค) ของประเทศปี 2560 ที่ปรับลดลงต่ำกว่าคาดการณ์ อยู่ที่ 30,303.4 เมกะวัตต์ ต่ำกว่าปี 2559 อยู่ที่ 30,972.73 เมกะวัตต์ หรือต่ำกว่า 2% 
ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการวิเคราะห์สาเหตุที่ทำให้ความต้องการใช้ต่ำกว่าแผน เช่น อุณหภูมิ การเติบโตทางเศรษฐกิจ การผลิตไฟฟ้าใช้เองของประชาชนและมาตรการประหยัดพลังงานของภาครัฐ โดยการจัดทำแผนจะเสร็จภายใน 2 สัปดาห์ และจะนำไปใช้ในการปรับแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ. 2558-2579 (PDP 2015)  และแผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ พ.ศ. 2558-2579 (Gas Plan)

 ส่วนการปรับแผน AEDP สามารถดำเนินการควบคู่กับการจัดทำพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าได้ และจะใช้ข้อมูลจากแผน AEDP ไปใช้ประกอบการจัดทำแผน PDP ใหม่ ในส่วนการปรับลดการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงหลักให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยการปรับแผนทั้งหมดจะแล้วเสร็จในปี 2560