ค้นหาด้วย ' 48ปี ' ทั้งหมด 1 รายการ
48 ปี กฟผ.สังคมไทยได้อะไรจากรัฐวิสาหกิจด้านไฟฟ้าของประเทศ

 

ปรับองค์กรมุ่งสู่ Energy 4.0 

นายกรศิษฏ์ กล่าวว่า 48ปีที่ผ่านมา กฟผ.มุ่งผลิตไฟฟ้าเพื่อความสุขของคนไทย ในขณะที่ก้าวต่อไปของกฟผ.ที่บทบาทของเรื่องInnovation หรือนวัตกรรมจะมีความสำคัญ เราจึงต้องปรับองค์กรเพื่อมุ่งสู่ Energy 4.0 คือการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาระบบไฟฟ้า ได้แก่ การพัฒนาเครือข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid)  โดยมีโครงการนำร่องที่ จ.แม่ฮ่องสอน  ที่ผู้ผลิตและผู้ใช้พลังงานสามารถสื่อสารกันผ่านระบบสารสนเทศ

 การพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้า(Energy Storage) เพื่อรองรับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนให้มีเสถียรภาพ และการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนที่ผลิตไฟฟ้าได้ บางช่วงเวลาให้พึ่งพาได้ตลอดเวลา โดยจับคู่แหล่งผลิตตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปในรูปแบบที่เรียกว่า Hybrid เช่น โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับและกังหันลมผลิตไฟฟ้าที่ลำตะคอง จ.นครราชสีมา รวมถึงมีการเตรียมรองรับการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า โดยพัฒนารถต้นแบบและสถานีชาร์จไฟฟ้า ตลอดจนเตรียมพัฒนาพื้นที่สำนักงานใหญ่ กฟผ. จ.นนทบุรี ให้เป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) เพื่อเป็นต้นแบบการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ  รวมทั้งรองรับแผนพัฒนาพลังงานหมุนเวียนของ กฟผ.จำนวน2,000เมกะวัตต์ ภายในปี2579

องค์กรที่มีความมุ่งมั่นรับผิดชอบต่อสังคมในกระบวนการทำงาน CSR in Process 

ขณะเดียวกัน กฟผ. ได้ประกาศความมุ่งมั่นที่จะรับผิดชอบต่อสังคมตามมาตรฐานสากล ISO 26000 ทั้งในเรื่อง CSR in Process หรือ CSR ในกระบวนการทำงาน เช่น การผลิตไฟฟ้าด้วยคุณภาพมาตรฐานสากล (ISO / CSR-DIW) การปรับปรุงประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและลดคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในสนธิสัญญา COP 21 ที่ กฟผ. ร่วมรับผิดชอบเป้าหมายของประเทศ โดย กฟผ. มีเป้าหมายชัดเจนที่จะลดให้ได้ 4ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ในปี 2563 และ 8 ล้านตันฯ ในปี 2568 และ 12 ล้านตันฯ ในปี 2573  นอกจากนี้ ในปี 2560 กฟผ. ได้เปิดรับคนพิการเป็นพนักงาน 20อัตรา รวมทั้งการจ้างงานอัตราท้องถิ่นด้วย 

ความรับผิดชอบต่อสังคมเพื่อส่งเสริมสังคม CSR after Process 

ในส่วน CSR after Process หรือการดำเนินกิจกรรมเพื่อส่งเสริมสังคม กฟผ. มีการสร้างชุมชนต้นแบบชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน 32 แห่งทั่วประเทศ การปลูกป่า กฟผ. ซึ่งปลูกแล้วถึง 4.6 แสนไร่   โดยกฟผ.ถือเป็นหน่วยงานเริ่มต้นในการบุกเบิกกิจกรรมการปลูกป่าอย่างจริงจัง   การรณรงค์ประหยัดพลังงานที่นอกจากผลิตภัณฑ์เบอร์ 5 ปีนี้จะมีการพัฒนาเสื้อเบอร์ 5 ที่ไม่จำเป็นต้องรีด ร่วมกับสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ทำให้ลดการใช้ไฟฟ้าลงได้ ส่วนการส่งเสริมกีฬา เช่น กีฬายกน้ำหนัก ในปี 2560 – 2563 ได้เพิ่มการสนับสนุนสมาคมยกน้ำหนักฯ จากปีละ 16ล้านบาท เป็น 20 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมนักกีฬาไทยคว้าชัยโอลิมปิก ตลอดจนก่อสร้าง ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. 8 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งได้เปิดให้บริการแล้ว 3 แห่ง และเตรียมจะเปิดเพิ่มในปี 2560 ที่ กฟผ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ กฟผ.สำนักงานกลาง จ.นนทบุรี

รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ

นายกรศิษฏ์ กล่าวว่า ความมุ่งมั่นของกฟผ.ตลอด48ปีที่ผ่านมา ทำให้ได้รับรางวัลต่างๆที่สังคมมอบให้ มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของ พนักงงานกฟผ. โดยตัวอย่างของรางวัลที่กฟผ.ได้รับ อาทิ รางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่นปี 2559 รางวัล Thailand Energy Awards 2016 รางวัล EIA Monitoring Awards 2016 ซึ่ง 9 โครงการของ กฟผ. ได้รับรางวัลจากการจัดการสภาพแวดล้อมดีเด่น และเหมืองแม่เมาะได้รับรางวัล Green Mining Awards 2016 รวมถึง 30 หน่วยงาน กฟผ. ได้รับรางวัลรางวัลสถานประกอบการต้นแบบดีเด่นด้านความปลอดภัย ปี 2559 ทางด้านการวิจัย 4 ผลงานของ กฟผ. ได้รับรางวัลจากงาน 45th International Exhibition of Inventions of Geneva ณ สหพันธรัฐสวิส ด้านการเงิน กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ชุดที่ 1 ได้รับรางวัล SET Award 2016 และเพื่อยืนยันถึงความโปร่งใส กฟผ. ได้รับรางวัลรัฐวิสาหกิจที่มีการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศในการจัดทำแผนงานเสริมสร้างคุณธรรมและความโปร่งใส จากสำนักงาน ป.ป.ช.

48 ปีที่ผ่านมา ของกฟผ. สังคมคงได้รับรู้ผ่านการบอกเล่าโดยตรงจาก ผู้ว่าการกฟผ.คนปัจจุบัน แล้ว ว่า สังคมได้อะไร จากรัฐวิสาหกิจด้านไฟฟ้า แห่งนี้บ้าง  และซึ่งในวันที่ 1 พฤษภาคม นี้ ภาพยนตร์โฆษณา กฟผ. ชุดใหม่ที่มีชื่อว่า “แสงไฟที่ไม่มีวันดับ” จะออกสู่สายตาประชาชน เพื่อแสดงถึงความยึดมั่นในการดำเนินงานตามพระราชปณิธานเพื่อประโยชน์สุขที่ยั่งยืนของคนไทยสืบไป” คนไทยจึงไม่ควรพลาดที่จะติดตามชม