ค้นหาด้วย ' โรงไฟฟ้าเทพา ' ทั้งหมด 4 รายการ
กฟผ. จับมือ มอ. ทำฐานข้อมูลชาวเทพารอรับโรงไฟฟ้า

กฟผ. ร่วมกับ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จัดทำฐานข้อมูลด้านสังคม เศรษฐกิจ และสุขภาพของประชาชนบ้านคลองประดู่ ตำบลปากบาง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา เพื่อนำข้อมูลที่ได้จากการสำรวจไปจัดทำฐานข้อมูลประกอบการดำเนินงานก่อนและหลังมีโรงไฟฟ้าเทพา เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด ในด้านสังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต

ว่าที่พันตรี อนุชาต ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมโครงการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ ผศ.ดร.ศราวุธ เจ๊ะโส๊ะ อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ได้ร่วมชี้แจงชุมชนเทพา เรื่องการจัดทำฐานข้อมูลด้านสังคม เศรษฐกิจและภาวะสุขภาพของประชาชนบ้านคลองประดู่ ตำบลปากบาง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา โดยมี ผู้เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่ร่วมงานกว่า 200 คน ณ เทพาบีช รีสอร์ท อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา

​การเก็บข้อมูลครั้งนี้ ผศ.ดร.ศราวุธ เป็นหัวหน้าโครงการ โดยมีคณะอาจารย์ท่านอื่นๆ ร่วมลงพื้นที่ทำการวิจัยด้วย ได้แก่ ผศ.ดร.อภิรดี แซ่ลิ่ม อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และอาจารย์สนั่น เพ็งเหมือน ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพหุวัฒนธรรมศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เป็นอาจารย์ผู้วิจัย โดยจะเก็บข้อมูล ตลอดจนรวบรวมประเด็นปัญหาที่ชุมชนจะได้รับด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อมทั้งก่อนและหลังมีโรงไฟฟ้าเทพา และจะมีการวิเคราะห์กลุ่มประเด็นปัญหา ศึกษาสาเหตุของปัญหา และจัดทำทะเบียนของประชาชนในพื้นที่บ้านคลองประดู่ หมู่ที่ 4 ตำบลปากบาง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา โดยใช้เวลาดำเนินการศึกษา 90 วัน

“กฟผ. ขอขอบคุณมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี สื่อมวลชน ส่วนราชการ ผู้นำชุมชน และประชาชนทุกคน ที่มีส่วนร่วมในการจัดทำฐานข้อมูลด้านสังคม เศรษฐกิจ และสุขภาพของประชาชนบ้านคลองประดู่ ตำบลปากบาง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา เพื่อนำข้อมูลที่ได้จากการสำรวจไปจัดทำฐานข้อมูลประกอบการดำเนินงานก่อนและหลังมีโรงไฟฟ้าเทพา เพื่อให้ประชาชนและประเทศชาติได้รับประโยชน์สูงสุด ทั้งด้านสังคม ชุมชนสิ่งแวดล้อมและด้านสุขภาพ ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต” ผู้ช่วยผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวในตอนท้าย

ผศ.ดร.ศราวุธ เจ๊ะโส๊ะ อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี หัวหน้าโครงการ กล่าวว่า การศึกษาวิจัยในครั้งนี้ มีวิธีการศึกษา 3 วิธี คือ การศึกษาข้อมูลจากเอกสารรายงานและจากอินเตอร์เน็ต ที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ศิลปวัฒนธรรม และด้านศาสนา และมีการการศึกษาและสำรวจภาคสนาม โดยการลงพื้นที่สัมภาษณ์หัวหน้าหรือผู้แทนครัวเรือน หรือสมาชิกในครัวเรือนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ที่มีบ้านเรือนอยู่ในหมู่ที่ 4 ตามทะเบียนครัวเรือนขององค์การบริหารส่วนตำบลปากบาง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา ปี 2559 โดยใช้นักวิจัยชุมชน ใช้แบบสอบถาม การสังเกตพฤติกรรม พร้อมจดพิกัดครัวเรือน และภาพกิจกรรม ตลอดจนการศึกษาข้อมูลประเด็นปัญหาที่ชุมชนได้รับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อจัดทำฐานข้อมูล

หลังจากนั้นคณะผู้วิจัยจะนำแบบสอบถามมาวิเคราะห์ประเด็นปัญหาที่ชุมชนได้รับผลกระทบในด้านต่างๆ พร้อมแยกกลุ่มปัญหา ศึกษาสาเหตุของปัญหา ตลอดจนผลกระทบที่เกิดขึ้นเพื่อจัดฐานข้อมูลต่อไป

 

 

EHIA โรงไฟฟ้าเทพา เดินตามหลักวิชาการ

สผ. และ กฟผ. ประสานเสียง ยืนยัน รายงาน EHIA โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ดำเนินการตามหลักวิชาการ ทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมาย  เปิดกว้างให้ประชาชนมีส่วนร่วม ระบุ คชก. พิจารณาอย่างรอบคอบ ถึง 6 ครั้ง ก่อนจะมีมติเห็นว่ารายงานดังกล่าว มีข้อมูลครบถ้วนเพียงพอที่จะเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรีพิจารณา

ภายหลังจากที่รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ(EHIA) ของโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) และเตรียมเสนอต่อ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)  ก็เกิดมีปฏิกิริยาคัดค้านจากคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ และเครือข่าย ที่เคลื่อนไหวโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งนี้มาตั้งแต่ต้น  โดยส่งกลุ่มตัวแทนมาปักหลักคัดค้านอยู่หน้า ทส. เพื่อเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงรายงาน EHIA ฉบับดังกล่าว ที่ทางกลุ่มผู้คัดค้านอ้างว่าไร้มาตรฐานทางวิชาการ ใช้เวลาในการศึกษาสั้นเกินไป รวมทั้งขาดการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม กลุ่มตัวแทนผู้คัดค้านได้ตัดสินใจเดินทางกลับภูมิลำเนาในวันนี้ (25 ส.ค.) หลังรวมตัวคัดค้านมา 3 วัน โดยบอกว่าจะมีการรวมกลุ่มผู้ไม่เห็นด้วยและจะเคลื่อนไหวอีกครั้งในเดือนกันยายน

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาคำชี้แจงทั้งจากทาง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในฐานะผู้ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าเทพา จ. สงขลา  และคำชี้แจงจากทาง สผ. ก็มีเหตุผลที่รับฟังได้ว่า กระบวนการและขั้นตอนการทำรายงาน EHIA  ที่ผ่านความเห็นชอบ จาก คชก. นั้น ไม่ได้เป็นไปอย่างที่กลุ่มคัดค้านกล่าวหา  โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินการตามหลักวิชาการและเป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด  รวมถึงได้เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น และมีการดำเนินการในระยะเวลาที่เหมาะสม ไม่ได้เป็นการรวบรัดแต่อย่างใด

นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการพลังงานหมุนเวียนและพลังงานคนใหม่ ในฐานะโฆษก กฟผ. ชี้แจงว่า รายงาน EHIA ของโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ที่ผ่านความเห็นชอบตามขั้นตอนจาก คชก. ซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิในทุกสาขาวิชานั้น ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยจัดเวทีให้มีการรับฟังความคิดเห็นตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง  ตลอดจนเปิดให้มีการส่งข้อคิดเห็น ข้อห่วงกังวล และข้อเสนอแนะ มาให้ สผ. นำไปใช้ประกอบการพิจารณาได้ตลอด  อีกทั้งยังมีการเชิญผู้แทนเครือข่ายกลุ่มที่คัดค้านเข้าร่วมชี้แจงข้อห่วงกังวลและข้อเท็จจริงต่อ คชก. ด้วย

ทั้งนี้ รายงาน EHIA ที่ผ่านกระบวนการพิจารณาของ คชก. ในครั้งนี้นั้น ได้มีการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมตามข้อสังเกตและข้อแนะนำ  มาก่อนหน้านี้มากถึง 6 ครั้ง คือ ในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2558 พิจารณารายงานฉบับสมบูรณ์ วันที่ 1 และ 8 กันยายน 2559 พิจารณารายงานชี้แจงเพิ่มเติม วันที่ 18 มกราคม 2560 พิจารณารายงานชี้แจงเพิ่มเติม วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 พิจารณารายงานชี้แจงเพิ่มเติม และวันที่ 17 สิงหาคม 2560 รวมใช้ระยะเวลาในการพิจารณาทั้งสิ้นประมาณ 1 ปี 10 เดือน

ทางด้านกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย สผ. ก็ได้ออกเอกสารชี้แจงไปในทิศทางที่สอดคล้องกันว่า กฟผ. ได้เสนอรายงาน EHIA ให้ สผ. พิจารณา เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2558  ซึ่ง คชก. ได้ประชุมเพื่อพิจารณารายงาน EHIA รวมทั้งสิ้น 6 ครั้ง ด้วยความรอบคอบ เป็นกลาง และเป็นไปตามหลักวิชาการ เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม  และในการประชุมเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2560 ที่ประชุม คชก. จึงได้มีมติเห็นว่ารายงานดังกล่าวมีข้อมูลครบถ้วนเพียงพอสำหรับการเสนอเพื่อพิจารณาของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) โดยให้ กฟผ. รวบรวมข้อมูลในรายงาน และข้อมูลที่ได้ชี้แจงเพิ่มเติมทุกฉบับ รวมทั้งข้อมูลที่ปรับแก้ไขตามข้อคิดเห็นของ คชก. จัดทำเป็นรายงานฉบับสมบูรณ์ เสนอให้ สผ. ดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติต่อไป

ทั้งนี้ โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา เทคโนโลยีถ่านหินสะอาด กำลังการผลิต 2,200 เมกะวัตต์ (รวม 2 เครื่อง) กำหนดส่งไฟฟ้าเข้าระบบในปี 2564 และ 2565 ตามลำดับ โดยเป็นโครงการที่เข้าข่ายต้องจัดทำรายงาน EHIA และเป็นโครงการของรัฐที่ต้องเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติโครงการ 

ในขณะที่นางรวีวรรณ ภูริเดช เลขาธิการ สผ. ซึ่งเป็นประธาน คชก. โดยตำแหน่ง ชี้แจงว่าในขั้นตอนการดำเนินการนั้น รายงาน EHIA ที่ผ่านความเห็นของ คชก. นั้นไม่ใช่การอนุมัติโครงการ แต่เป็นรายงานที่จะใช้ประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) เพื่อเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาอนุมัติโครงการของคณะรัฐมนตรี ตามมาตรา 47 แห่ง พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ต่อไป

สำหรับการมีส่วนร่วมของประชาชนนั้น ผส. ชี้แจงในเอกสารว่า ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นได้ทุกขั้นตอน ตั้งแต่ขั้นจัดทำรายงาน EHIA ซึ่งจะต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างน้อย 3 ครั้ง ขั้นตอนการพิจารณารายงาน EHIA ซึ่ง สผ. ได้เปิดโอกาสให้ทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยสามารถจัดส่งข้อมูลความคิดเห็นต่อโครงการได้ รวมทั้ง สผ. ได้มีหนังสือเชิญผู้แทนเครือข่ายผู้คัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาเข้าร่วมชี้แจงข้อห่วงกังวลและข้อเท็จจริงต่อ คชก. ในการประชุมครั้งที่ 29/2559 เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2559 ซึ่งเครือข่ายผู้คัดค้านโครงการได้มีหนังสือแจ้งไม่เข้าร่วมประชุม อย่างไรก็ตาม คชก. ก็ได้นำประเด็นข้อคิดเห็นของเครือข่ายผู้คัดค้านโครงการมาใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณารายงานด้วย

ถ้าย้อนไปดูกระบนการการจัดทำ EHIA โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ของ กฟผ.นั้น  จะเห็นว่าได้เปิดให้ประชาชนและกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการจัดทำ EHIA ตั้งแต่ต้น โดยในการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียในการกำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (ค.1) เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2557 มีผู้เข้าร่วมจำนวนทั้งสิ้น 3,860 คน การจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย ในขั้นตอนการประเมินและจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (ค.2) ระหว่างวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2558 ถึง 5 มิถุนายน 2558 มีผู้เข้าร่วมจำนวนทั้งสิ้น 708 คน และ การจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย ในการทบทวนร่างรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (ค.3) เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2558 มีผู้เข้าร่วมจำนวนทั้งสิ้น 6,498 คน

ต้องบอกว่า กระบวนการจัดทำ EHIA นั้นดำเนินการโดยบริษัทที่ปรึกษาซึ่งต้องขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องกับทาง สผ. หลักเกณฑ์และขั้นตอน เงื่อนไขต่างๆ นั้นก็ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ตามมาตรฐานที่ทาง สผ. เป็นผู้กำหนด กฟผ. จึงเป็นเพียงผู้ดำเนินการให้ถูกต้อง ไม่สามารถที่จะไปตั้งเงื่อนไขเอง หรือรวบรัดขั้นตอนเอาตามอำเภอใจได้  ระยะเวลาตั้งแต่เริ่มต้นการจัดทำ EHIA จนถึงผ่านความเห็นชอบ คชก.ประมาณ 1 ปี 10 เดือนนั้น คงเป็นคำตอบที่ชัดเจน ว่า EHIA ฉบับนี้นั้น ผ่านตะแกรงร่อนจากทุกฝ่ายที่มีส่วนได้ส่วนเสียมาแล้วอย่างดี

จึงต้องติดตามดูว่าเมื่อรายงาน EHIA ฉบับนี้จะผ่านกระแสต่อต้านสู่การพิจารณาของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติตามขั้นตอนได้เมื่อใด

 

ประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นในกระบวนการจัดทำ EHIA

กฟผ. แจงคณะอนุกรรมการสิทธิฯ รายงาน EHIA โรงไฟฟ้าเทพาถูกต้องตามขั้นตอนทุกอย่าง

กฟผ. แจงคณะอนุกรรมการสิทธิฯ ยืนยันการทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA)  โรงไฟฟ้าเทพาเป็นไปตามแนวทางปฏิบัติของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ทุกประการ รวมถึงมีข้อคิดเห็นจากประชาชนและมาตรการป้องกันและแก้ไขอยู่ในรายงานครบถ้วนแล้ว ระบุโรงไฟฟ้าเทพาจะเป็นโครงการของรัฐที่จะช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 

ว่าที่พันตรีอนุชาต ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา  ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมโครงการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวภายหลังการเข้าชี้แจงถึงกระบวนการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ของโรงไฟฟ้าเทพา ต่อคณะอนุกรรมการด้านสิทธิชุมชนและฐานทรัพยากร คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ว่า กฟผ. ได้ชี้แจงใน 3 ประเด็นหลัก คือ 1. แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) และความจำเป็นในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา 2. การจัดทำรายงาน EHIA และ 3. แนวทางการเยียวยาผลกระทบจากโครงการ โดยยืนยันกับทางคณะอนุกรรมการสิทธิฯ ว่า รายงาน EHIA ของโรงไฟฟ้าเทพานั้น มีการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย และเป็นไปตามแนวทางปฏิบัติที่ สผ. กำหนดอย่างเคร่งครัด

นอกจากนั้น ในรายงาน EHIA ฉบับดังกล่าว ยังมีการกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบจากโครงการ โดยได้นำเอาประเด็นข้อคิดเห็นและความวิตกกังวลของประชาชนจากการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นตามกฎหมายผ่านมาทุกครั้งมาประกอบการพิจารณาด้วย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับชุมชนในการมีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการและการเฝ้าระวังผลกระทบจากโครงการ

ทั้งนี้ สผ. โดย คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) มีความเห็นเมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2560 ที่ผ่านมา ว่า รายงาน EHIA โรงไฟฟ้าเทพาฉบับดังกล่าว มีความครบถ้วนสมบูรณ์เพียงพอที่ สผ. จะนำเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติพิจารณาให้ความเห็นชอบและนำเสนอขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรีต่อไป ซึ่งหากกระบวนต่างๆ ดำเนินการไปตามขั้นตอน ก็คาดว่าโครงการจะเริ่มเดินเครื่องเพื่อจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบได้ในปี 2567  ซึ่งล่าช้ากว่าแผนเดิมที่กำหนดเดินเครื่องไว้ในปี 2564

ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับปัจจุบัน หรือ  PDP2015 โครงการโรงไฟฟ้าเทพาจะช่วยสร้างความมั่นคงด้านไฟฟ้าในภาคใต้ ที่ปัจจุบันมีกำลังการผลิตติดตั้งราว 3,000 เมกะวัตต์ แต่มีโรงไฟฟ้าหลักจากก๊าซธรรมชาติที่สามารถเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้ต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ประมาณ 2,400 เมกะวัตต์ นอกนั้นเป็นกำลังผลิตจากโรงไฟฟ้าเสริมจากพลังงานทดแทนและโรงไฟฟ้าขนาดเล็กที่ยังพึ่งพาได้บางเวลา ในขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีค) อยู่ที่ราว 2,700 เมกะวัตต์ ซึ่งจะเห็นได้ว่ากำลังผลิตไฟฟ้าที่พึ่งพาได้ใกล้เคียงกับความต้องการใช้ ในขณะที่แนวโน้มความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นปีละราว 4-5% ภาคใต้จึงมีความเสี่ยงไฟตกไฟดับ โดยปัจจุบันต้องส่งไฟฟ้าผ่านสายส่งจากภาคกลางไปภาคใต้เพิ่มเติมอีกประมาณวันละ 200 – 600 เมกะวัตต์ แต่ก็มีข้อจำกัดในการส่งและมีความเสี่ยงจากระยะทางไกลและสภาพภูมิประเทศ ภาคใต้จึงจำเป็นต้องมีโรงไฟฟ้าในพื้นที่เพิ่มขึ้นเพื่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้า

ว่าที่พันตรีอนุชาต กล่าวด้วยว่า โรงไฟฟ้าเทพา ยังตอบโจทย์นโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการจะให้มีโครงการของภาครัฐเข้าไปช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ โดยประโยชน์ที่ชุมชนจะได้รับจากการมีโรงไฟฟ้าเทพาประกอบด้วย กองทุนพัฒนาชุมชนรอบโรงไฟฟ้า ภาษีบำรุงท้องที่ การส่งเสริมอาชีพ การหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ การพัฒนาคุณภาพชีวิต ตลอดจนการมีนโยบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับการสนับสนุนการจ้างแรงงานท้องถิ่นระหว่างการก่อสร้างและการรับเป็นพนักงานของโรงไฟฟ้าในอนาคต ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนแก่ชุมชนที่อยู่โดยรอบโรงไฟฟ้า

 

ยืนยัน รายงาน EHIA โครงการเทพา ทำตามขั้นตอนกฎหมาย

กฟผ.-สผ. ย้ำ โครงการโรงไฟฟ้าเทพา ทำตามแผน PDP2015 และมติ ครม. ที่เห็นชอบตั้งแต่ปี 2555 และใช้เวลาศึกษา รวมถึงพิจารณารายงาน EHIA โดย คชก. อย่างรอบคอบรวมเกือบ 3 ปี ชี้ยังต้องให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติและคณะรัฐมนตรี พิจารณาอนุมัติโครงการก่อน จึงจะเริ่มก่อสร้างได้

นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการพลังงานหมุนเวียนและพลังงานใหม่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในฐานะโฆษก กฟผ. กล่าวว่า โครงการโรงไฟฟ้าเทพา จังหวัดสงขลา เป็นโครงการที่เกิดขึ้นตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2558 – 2579 (PDP2015) เพื่อแก้ปัญหาความไม่มั่นคงระบบไฟฟ้าในภาคใต้ที่ปัจจุบันยังต้องพึ่งพาการส่งไฟฟ้าจากภาคกลาง โดยมี กฟผ. เป็นผู้รับผิดชอบศึกษาโครงการตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2555

โฆษก กฟผ. กล่าวต่อไปว่า นับตั้งแต่ กฟผ. ได้รับมอบหมายให้พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าเทพา ได้มีการลงพื้นที่ให้ข้อมูลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงกระตุ้นให้คนในชุมชนใช้สิทธิ์แสดงความคิดเห็นอย่างเสรีในหลายช่องทาง สำหรับในขั้นตอนการศึกษาและจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) นั้น กฟผ. ได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ทั้งชาวจังหวัดสงขลา และจังหวัดใกล้เคียง เช่น จังหวัดปัตตานี ได้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการจัดทำ EHIA ตั้งแต่ต้น และจัดเวทีให้มีการแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง มีการรับฟังความคิดเห็นอย่างโปร่งใสทั้งจากผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย พร้อมรับทุกข้อห่วงกังวลมาปรับปรุงเพื่อพัฒนาโครงการร่วมกัน ข้อคิดเห็นและข้อวิตกกังวลทุกประเด็น ได้ถูกบันทึกและรวบรวมเป็นมาตรการเพื่อลดความวิตกกังวลและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น 

ทั้งนี้ กฟผ. ใช้เวลาในการศึกษาและจัดทำรายงาน EHIA ประมาณ 1 ปี จากนั้นคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) ได้ใช้เวลาในการพิจารณารายงาน EHIA อย่างรอบคอบอีกถึง 1 ปี 10 เดือน รวมเป็นเวลาเกือบ 3 ปี คชก. จึงได้พิจารณาเห็นว่าข้อมูลในรายงานฉบับดังกล่าวมีความครบถ้วน ซึ่งจากนี้จะได้มีการนำรายงานฉบับสมบูรณ์เสนอต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) อีกครั้ง ก่อนจะนำเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) เพื่อประกอบการพิจารณาของ ครม. ตามขั้นตอนต่อไป

“กฟผ. เลือกใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการดูแลคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การดำเนินการของโรงไฟฟ้าเทพาเป็นไปตามมาตรการติดตามตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ตามที่ระบุไว้ในรายงาน EHIA ฉบับสมบูรณ์ ที่เปิดให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ที่ www.egat.co.th โดย กฟผ. ต้องรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุก 6 เดือน รวมถึงเปิดให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมเป็นภาคีในการติดตามตรวจสอบการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าอีกทางหนึ่งด้วย จึงมั่นใจได้ว่า กฟผ. จะดูแลให้โรงไฟฟ้าเทพาเป็นมิตรกับชุมชนอย่างแท้จริง”ณ์ ที่เปิดให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ตามที่ระบุไว้นายรายงาน ่ละประเด็ โฆษก กฟผ. กล่าว

ด้านนางรวีวรรณ ภูริเดช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ชี้แจงประเด็นที่มีการคัดค้านการโครงการโรงไฟฟ้าเทพาว่า คชก. ได้พิจารณารายงาน EHIA และให้ความเห็นตามหลักวิชาการ ซึ่งความเห็นของ คชก. ไม่ใช่การอนุมัติโครงการ แต่จะใช้ประกอบการพิจารณาของ กก.วล. เพื่อเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาอนุมัติโครงการของ ครม. โดย คชก. ได้ประชุมเพื่อพิจารณารายงานดังกล่าว รวมทั้งรายงานชี้แจงเพิ่มเติม รวมทั้งสิ้นถึง ๖ ครั้ง ทั้งได้พิจารณาหนังสือและประเด็นการคัดค้านโครงการจาก 3 เครือข่าย (เครือข่ายประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ปกป้องสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อสันติภาพ เครือข่ายคนสงขลาปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน และเครือข่ายนักวิชาการภาคใต้คัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน) ประกอบการพิจารณารายงานนี้ด้วย ก่อนที่จะมีมติในวันที่ 17 ส.ค. ที่ผ่านมา ว่ารายงาน ดังกล่าวมีข้อมูลครบถ้วนเพียงพอสำหรับการพิจารณาของ กก.วล.  

ในส่วนของการมีส่วนร่วมของประชาชนนั้น นางรวีวรรณชี้แจงว่า กฟผ. ได้ดำเนินการตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยได้เปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน 3 ครั้ง (ค.1, ค. 2 และ ค. 3) เพื่อประกอบการศึกษาข้อมูลและจัดทำมาตรการให้สมบูรณ์ โดยครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย อย่างน้อย 7 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1) ผู้รับผลกระทบจากโครงการ 2) หน่วยงานที่รับผิดชอบจัดทำรายงาน EHIA ได้แก่ เจ้าของโครงการ และนิติบุคคลผู้มี สิทธิจัดทำรายงาน 3) หน่วยงานที่ทำหน้าที่พิจารณารายงาน 4) หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับโครงการ 5) องค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม องค์กรพัฒนาเอกชน สถาบันการศึกษา และนักวิชาการอิสระ 6) สื่อมวลชน และ 7) ประชาชนทั่วไป

ทั้งนี้ ตามกฎหมายกำหนดให้หน่วยงานเจ้าของโครงการต้องจัดรับฟังความคิดเห็นอีกเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะมีการอนุญาตให้ก่อสร้างได้  นอกจากนั้น ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านทางช่องทางต่างๆ ได้โดยตลอด ทั้งในขั้นระหว่างการจัดทำรายงาน EHIA ขั้นการพิจารณารายงาน และขั้นการอนุมัติโครงการ

ในประเด็นผลกระทบสิ่งแวดล้อมและข้อเท็จจริงของทรัพยากรชีวภาพในพื้นที่ ทั้งบนบกและในทะเล นั้น คชก. ได้ลงตรวจสอบพื้นที่โครงการและสภาพแวดล้อมโดยรอบเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณารายงานด้วย และมีประเด็นข้อคิดเห็นที่มอบให้ กฟผ. และบริษัทที่ปรึกษาชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมและแก้ไขข้อมูลในแต่ละประเด็นอย่างละเอียดชัดเจน ทั้งนี้ เห็นว่าโครงการโรงไฟฟ้าเทพา มีการกำหนดมาตรการในการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการในการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ครบถ้วนสมบูรณ์เพื่อเสนอดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไปแล้ว