ค้นหาด้วย ' เขื่อนภูมิพล ' ทั้งหมด 3 รายการ
กฟผ.ชวนคนไทยร่วมแปรอักษรครั้งประวัติศาสตร์ที่เขื่อนภูมิพลพุธที่16พ.ย2559นี้

กฟผ. ชวนคนไทยทั้งประเทศ ร่วมกิจกรรมแปรอักษรครั้งประวัติศาสตร์ที่เขื่อนภูมิพล เพื่อร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและร่วมถวายความอาลัย แด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันพุธที่ 16 พ.ย. 2559 นี้ เวลา 15.00 น.

ฝ่ายสื่อสารองค์การ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุค เชิญชวนประชาชนจากทุกหน่วยงาน ทั่วประเทศ ทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมกิจกรรมแปรอักษรครั้งประวัติศาสตร์ (5,000 คน) เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและร่วมถวายความอาลัย แด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันพุธที่ 16 พฤศจิกายน 2559 เวลา 15.00 น. ณ บริเวณสันเขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก  โดยผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม สามารถ แจ้งชื่อได้ที่แผนกประชาสัมพันธ์และชุมชนสัมพันธ์เขื่อนภูมิพล โทร/แฟกซ์ 055-549510/ 092-282-1777 หรือ
ดาวน์โหลดแบบตอบรับได้ที่  www.bhumiboldam.egat.com

ทั้งนี้ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมครั้งประวัติศาสตร์ของเขื่อนภูมิพล แห่งนี้   ในส่วนของ ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ เจ้าหน้าที่ของรัฐ  จะแต่งกาย สวมชุดปกติขาวไว้ทุกข์ (สวมหมวก) หรือชุดสุภาพขาว  ส่วน ประชาชนทั่วไป สวมชุดสุภาพสีดำ และนักเรียน  นักศึกษา สวมชุดนักเรียน นักศึกษา เสื้อสีขาว  โดยที่ตลอดกิจกรรมทาง กฟผ.เขื่อนภูมิพล จะมีอาหารและน้ำดื่มไว้คอย บริการ

ชาวตากกว่า6,000คนแปรอักษรด้วยแสงเทียนที่เขื่อนภูมิพล

ชาวจังหวัดตากกว่า6,000คน  ร่วมแปรอักษรด้วยแสงเทียน “BHUMIBOL DAM TAK © ร.๙” ที่ เขื่อน ภูมิพล เพื่อแสดงความอาลัย ประกอบกับการฉายม่านน้ำพระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย 

เมื่อวันที่16 พ.ย.2559 นายณัฐวุฒิ แจ่มแจ้ง ผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพล การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า เขื่อนภูมิพล ร่วมกับหน่วยงานราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ประชาชน และองค์กรเอกชนในจังหวัดตาก กว่า 6,000 คน รวมใจจัดกิจกรรมแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ สันเขื่อนภูมิพล จ.ตาก

กิจกรรมดังกล่าวเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 16.00 น. โดยมีนายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เป็นประธานในพิธีลงนามแสดงความอาลัย และกล่าวแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีเหล่าพสกนิกรชาวเขื่อนภูมิพล และประชาชน จ.ตาก ร่วมยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 9 นาที หลังจากนั้นร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงต้นไม้ของพ่อ และร่วมแปรอักษรด้วยแสงเทียนเป็นข้อความ “BHUMIBOL DAM TAK © ร.๙”พร้อมฉายวิดีทัศน์พระราชกรณียกิจ และโครงการพระราชดำริฯ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผ่านม่านน้ำที่บริเวณริมสันเขื่อนภูมิพล เพื่อแสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย

เขื่อนภูมิพล ได้รับพระกรุณาพระราชทานพระปรมาภิไธยให้เป็นชื่อเขื่อนว่า ‘เขื่อนภูมิพล’ ในปี พ.ศ. 2500 โดยเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ พ.ศ. 2496 แล้วเสร็จ เสด็จฯ ทรงประกอบพิธีเปิดเขื่อนในวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2507 เป็นเขื่อนอเนกประสงค์แห่งแรกและเป็นเขื่อนแห่งเดียวที่เป็นเขื่อนคอนกรีตรูปโค้งที่ใช้ในการกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตร สามารถปล่อยน้ำในอ่างเก็บน้ำ ไปช่วยเหลือราษฎรในบริเวณจังหวัดตาก กำแพงเพชร ตลอดจนพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา ประมาณ 7.5 ล้านไร่ รวมทั้งช่วยป้องกันน้ำเค็มในเขตนครหลวง กรุงเทพมหานคร ธนบุรี นนทบุรี และนครปฐม อีกทั้งยังเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าที่สำคัญของประเทศ ทั้งนี้นับแต่เริ่มดำเนินการก่อสร้างพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงให้ความสนพระทัย โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณเสด็จพระราชดำเนินมาประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ รวมถึงเสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรการดำเนินการก่อสร้างขุดเจาะอุโมงค์ผันน้ำ และทรงประกอบพิธีเปิดเขื่อนภายหลังก่อสร้างแล้วเสร็จ รวมทั้งในอดีตที่ผ่านมาเขื่อนภูมิพลยังมีเรือนรับรองพิเศษที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงเสด็จมาประทับและใช้เป็นสถานที่ทรงงานเยี่ยมราษฎรและติดตามงานตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่างๆอีกด้วย

“เขื่อนภูมิพล”เพื่อประโยชน์สุขของคนไทย

ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกลของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำของประเทศไทย จึงส่งผลให้เกิดโครงการเกี่ยวกับน้ำขึ้นมากมาย และทำให้ประเทศไทยบรรเทาปัญหาภัยพิบัติทางน้ำที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อยู่หลายครั้ง

"เขื่อนกักเก็บน้ำ" เป็นหนึ่งในโครงการเกี่ยวเนื่องกับน้ำที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ทรงให้ความสนพระทัยเป็นอย่างมาก เนื่องจากช่วยแก้ไขปัญหาน้ำด้านการอุปโภค บริโภค การเกษตร รวมถึงปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งได้ นอกจากนี้ยังสามารถเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำสร้างแสงสว่างให้คนไทยทั้งประเทศได้อีกด้วย 

ความตอนหนึ่งในพระราชดำรัส ณ สวนจิตรลดา เมื่อวันที่ 17  มีนาคม พ.ศ. 2529 ว่า "...หลักสำคัญว่าต้องมีน้ำบริโภค น้ำใช้น้ำเพื่อการเพาะปลูก เพราะว่าชีวิตอยู่ที่นั่น ถ้ามีน้ำคนอยู่ได้ ถ้าไม่มีน้ำ คนอยู่ไม่ได้ ไม่มีไฟฟ้าคนอยู่ได้ แต่ถ้ามีไฟฟ้าไม่มีน้ำคนอยู่ไม่ได้..."

เขื่อนภูมิพล ถือกำเนิดขึ้นจากการมีพระราชดำรัสเห็นชอบกับทางรัฐบาลในสมัยนั้นว่าควรมีเขื่อน เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้และเพื่อทำการผลิตกระแสไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน 

การไฟฟ้ายันฮี ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจด้านไฟฟ้าของไทยในขณะนั้น (ก่อนจะมีการควบรวมกับการลิกไนต์และการไฟฟ้าตะวันออกเฉียงเหนือ เป็น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ.) เป็นผู้รับผิดชอบในการก่อสร้างเขื่อนยันฮีในปี พ.ศ. 2500 

จนกระทั่งปี 2507 การดำเนินการก่อสร้างจึงเสร็จเรียบร้อย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ได้ทรงเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดเขื่อนด้วยพระองค์เอง เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2507 และพระองค์ได้ทรงพระราชดำรัสในวันประกอบพิธีเปิดไว้ดังนี้

 

"เราเห็นพ้องกับรัฐบาลว่า โครงการอเนกประสงค์โครงการแรกของประเทศไทยนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาเศรษฐกิจก้าวใหม่ให้ไพศาลออกไป ปัจจุบันน้ำเป็นปัจจัยหล่อเลี้ยงชีวิตและน้ำกับไฟฟ้า ส่งเสริมความเจริญก้าวหน้าของชีวิต เมื่อพลเมืองเพิ่มมากและเร็วก็ต้องเพิ่มน้ำและไฟฟ้าให้ทันความต้องการของพลเมือง"

เขื่อนภูมิพลแห่งนี้เป็นเขื่อนเอนกประสงค์แห่งแรกในประเทศไทย  สร้างเป็นเขื่อนคอนกรีตรูปโค้งขนาดใหญ่ที่สูงที่สุดในประเทศไทยและเอเชียอาคเนย์ จัดอยู่ในอันดับ 8 ของโลก มีความสูงจากฐานถึงสันเขื่อน 154 เมตร กั้นแม่น้ำปิงที่บ้านเขาแก้ว อำเภอสามเงา  ความยาวของลำน้ำจากเขื่อนถึงอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่  เป็นระยะทาง 207 กิโลเมตร  สามารถผลิตไฟฟ้าได้ประมาณปีละ 1,062 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง 

นายเกษม จาติกวณิช อดีตผู้ว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เคยกล่าวไว้เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 ในการเสวนาเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ในหัวข้อ "ในหลวงกับน้ำ" ซึ่งจัดโดยกระทรวงพลังงานร่วมกับสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยและกฟผ.ว่า 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงสนพระทัยเรื่องเขื่อนภูมิพลเสมอ เคยรับสั่งด้วยความเป็นห่วงว่า "วันหนึ่งถ้าตะกอนจะเต็มแล้วจะทำอย่างไร" กฟผ.ก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน แม้ตามหลักวิชาการแล้วไม่น่าจะเต็ม ทรงตรัสว่า "ถ้าไม่คิดไว้ก่อน บอกว่ายังไม่ถึงเวลาคิด ถ้าถึงเวลาแล้วจะคิดออกไหม" เมื่อกราบบังคมทูลไปว่าคิดออก พระองค์ท่านก็ตรัสว่า "ถ้าคิดออกให้เขียนไว้ในกระดาษแล้วเอาไปใส่ในไหไปฝังไว้เป็นลายแทง เผื่อว่าอีก 400 ปี จะมีใครมาขุดเอาไปใช้ เพราะว่าเขื่อนมันเต็ม"

ซึ่งในความเป็นจริง คำว่าเต็มนี้ไม่ได้หมายถึงต้องเต็มตัวเขื่อน แค่เต็มที่ระยะ 230 เมตร ในระดับ Elevation เป็นระดับปากท่อที่จะปล่อยน้ำลงปั่นเครื่องปั่นไฟ ซึ่งน้ำก็จะไม่เข้าท่อแล้ว เพราะฉะนั้นอายุของเขื่อนก็จะหมดตรงนั้น กฟผ. จึงได้ไปทำการวิจัยว่าตะกอนที่ตกมาแล้ว ตกตรงไหนบ้าง ปรากฏว่าว่ามันยังตกมาไม่ถึงตัวเขื่อน ก็ไปกราบทูลให้ทรงทราบ เหล่านี้แสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงเป็นห่วงอยู่เสมอ ไม่ใช่ว่าทำเสร็จแล้วก็ปล่อยไป

อดีตผู้ว่ากฟผ.เคยกล่าวไว้ด้วยว่า เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ประเทศอิหร่าน พระเจ้าชาห์แห่งอิหร่านได้มีพระราชดำรัสเรื่องเขื่อนในประเทศอิหร่านกับพระองค์ เมื่อพระเจ้าชาห์เสด็จฯเยือนประเทศไทยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงอยากให้พวกเรา กฟผ. แสดงให้ต่างชาติเห็นว่าพวกเราก็มีดี ก็ทรงให้ กฟผ.สร้างที่ประทับที่เขื่อน และให้เราต้อนรับพระเจ้าชาห์ โดยพระองค์ไม่ได้เสด็จฯด้วย พระองค์ทรงวางพระทัยพวก กฟผ. ทรงภูมิพระทัยว่าประเทศไทยมีเขื่อนขนาดใหญ่เช่นกัน กฟผ. ก็สนองพระราชประสงค์ได้อย่างสมบูรณ์ พระเจ้าชาห์ทรงคล้ายกับพระเจ้าอยู่หัวคือ ทรงสนพระทัยเรื่องเขื่อน เรื่องเครื่องกำเนิดไฟฟ้า กฟผ.ถวายรายงานว่าเขื่อนภูมิพลสูงเท่าไหร่ ความจุเท่าไหร่ ตอนแรกพระเจ้าชาห์ทรงมีทีท่าทางว่ามีขนาดใหญ่ แต่พอทรงประทับเรือลงไปในอ่างเก็บน้ำของเขื่อนภูมิพลก็ทรงเชื่อ ทรงตรัสว่า "นี่มันไม่ใช่อ่าง นี่มันทะเล" 

ปัจจุบันเขื่อนภูมิพลนอกจากจะผลิตกระแสไฟฟ้าและกักเก็บน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคแล้ว บริเวณโดยรอบเขื่อนภูมิพลเป็นแหล่งพักผ่อน และเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืดด้วย และทางเขื่อนภูมิพลได้จัดทำเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ  สองฝั่งลำน้ำปิงเหนืออ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่ตื่น เป็นเส้นทางเดินศึกษาสภาพความหลากหลายของพื้นที่ป่าดิบเขา และการฟื้นฟูสภาพป่า ตลอดจนการศึกษาลักษณะสภาพป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ความหลากหลายของภูเขาหิน ลำห้วย และน้ำตก  เพื่อให้นักท่องเที่ยวมีโอกาสได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์ มีนักท่องเที่ยวไปเยือนราว 27 ล้านคนต่อปี 

นอกจากนี้ยังมีจุดท่องเที่ยวในบริเวณนั้นที่น่าสนใจ เช่น พระพุทธบาทดอยเขาหนาม   ลักษณะเป็นเกาะกลางอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล มีวัดพระพุทธบาทอยู่บนเขา ภายในวัดมีรอยพระพุทธบาทและศาลาประดิษฐานองค์พระประธาน มีทิวทัศน์โดยรอบสวยงามยิ่งนัก และ เกาะวาเลนไทน์  เป็นเกาะเล็ก ๆ มีหาดทราย สามารถเล่นน้ำได้ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปเที่ยวเกาะทั้งสองได้โดยเช่าเรือจากเขื่อนภูมิพล ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที 

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ทรงได้รับการยกย่องว่าเป็น "พระบิดานักพัฒนาพลังงานไทย" ผ่านโครงการด้านพลังงานมากมาย ตลอดสมัยที่ทรงครองราชย์ 70 ปี และเขื่อนภูมิพลแห่งนี้ ถือเป็นหนึ่งในเขื่อนหลักของกฟผ.ที่ลูกหลานคนไทยได้ยังประโยชน์มาตราบจนวันนี้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงหาที่สุดมิได้