ค้นหาด้วย ' กัมพูชา ' ทั้งหมด 2 รายการ
ปตท.ตั้งเป้า5ปีขึ้นอันดับหนึ่งแบรนด์ต่างชาติที่มีส่วนแบ่งตลาดน้ำมันสูงสุดในกัมพูชา

ปตท.ตั้งเป้าภายใน5ปีจะครองแชมป์เบอร์หนึ่งที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ ในตลาดน้ำมันกัมพูชา  มั่นใจอนาคตลูกค้าเพิ่มจากสถานีบริการที่ได้มาตรฐานและธุรกิจnon oil  พร้อมขยายการลงทุน 1,500 ล้านบาท ขยายปั๊มเพิ่มเป็น 90 แห่ง ในขณะที่คาดการณ์รายได้เพิ่มเป็น 1 หมื่นล้านบาท  

นายสุธน ชูเทียร กรรมการผู้จัดการบริษัท PTT (Cambodia) จำกัด เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว Energy  News  Center  ว่า ในส่วนของนักลงทุนต่างชาติที่เข้าไปทำธุรกิจค้าปลีกน้ำมันที่กัมพูชา ปัจจุบัน ปตท.มีส่วนแบ่งตลาดเป็นอับดับที่ 2 รองจากบริษัทโททาล  โดย ปตท.ตั้งเป้าครองส่วนแบ่งตลาดน้ำมันเป็นอันดับหนึ่งของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติที่เข้าไปลงทุนในประเทศกัมพูชาภายใน 5 ปี หรือภายในปี 2563  ในขณะที่ภาพรวมของตลาดน้ำมันนั้น  อันดับหนึ่งและสอง จะยังเป็นบริษัทน้ำมันของกัมพูชาอยู่ คือ Tela และ  Sokimex   และอันดับสาม จะเป็นปตท.  

ทั้งนี้  PTT (Cambodia) เตรียมลงทุนอีกประมาณ  1,500 ล้านบาท สร้างปั๊มน้ำมันในกัมพูชาเพิ่มเป็น 90 แห่ง ภายในปี 2563 ซึ่งคาดว่าจะมีผู้มาใช้บริการมากขึ้น เพราะ ปตท.มีจุดเด่นที่ขนาดสถานีบริการที่ได้มาตรฐาน และมีธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมัน(Non-oil) ที่หลากหลายตรงตามความต้องการลูกค้า เช่น ร้านกาแฟอเมซอน ร้านซ่อมบำรุงรถยนต์ Pro-Fit  ร้านสะดวกซื้อ และร้านอาหารอีกมากมาย เป็นต้น ซึ่งคาดว่าจะช่วยสร้างรายได้ให้ ปตท.เพิ่มเป็น 10,000 ล้านบาทใน  5 ปี จากปัจจุบันที่มีรายได้อยู่ 3,500 ล้านบาท

สำหรับประเทศกัมพูชามีความต้องการใช้น้ำมันอยู่ 3,236 ล้านลิตรต่อเดือน  โดยผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ประกอบด้วย 2 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มบริษัท ท้องถิ่น ได้แก่ Kampuchea Tela มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ 28%, Sokimex มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ 11%  และ Savimex มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ 10% และ 2.กลุ่มผู้ค้าน้ำมันต่างชาติในกัมพูชามีอยู่  3 ราย คือ ปตท. มีส่วนแบ่งตลาด 5% ,Total มีส่วนแบ่งตลาด 6% และคาล์เท็กซ์  มีส่วนแบ่งตลาด 2% 

ปัจจุบันประเทศกัมพูชา มีการจำหน่ายน้ำมันอยู่ 3 ชนิด ได้แก่ น้ำมันเบนซิน 95 น้ำมันเบนซิน 91 และน้ำมันดีเซล โดยไม่มีการอุดหนุนราคาน้ำมันแต่อย่างใด และยังไม่ส่งเสริมการจำหน่ายน้ำมันแก๊สโซฮอล์เนื่องจากมีต้นทุนสูง 

ส่วนโครงสร้างราคาขายปลีกน้ำมันมีลักษณะคล้ายกับไทย คือ มีการเรียกเก็บภาษีและกองทุนน้ำมันประมาณ 20-30% ของราคาขายปลีก แต่เนื่องจากกัมพูชามีการแข่งขันในธุรกิจน้ำมันอย่างเสรี ทำให้ค่าการตลาดนั้นสูงกว่าไทยคืออยู่ที่ 6-7 บาทต่อลิตร ขณะที่ไทยอยู่ที่ 1.50 บาทต่อลิตรเท่านั้น  จึงทำให้มีนักลงทุนสนใจที่จะลงทุนสร้างปั๊มน้ำมันในกัมพูชามากขึ้น 

นายสุธน กล่าวด้วยว่า สำหรับปั๊ม ปตท.ในกัมพูชานั้น ปัจจุบันมีอยู่ 28 แห่ง ตั้งอยู่ใน จ.เสียมราฐ 4 แห่ง โดย 2 แห่ง บริหารโดย ปตท.และอีก 2 แห่งบริหารโดยดีลเลอร์  อย่างไรก็ตามนอกจาก ปตท.จะขยายธุรกิจน้ำมันแล้ว ปตท.ยังช่วยผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม(SME) กว่า 16 ราย ร่วมขยายธุรกิจสู่ประเทศในภูมิภาคอาเซียนไปพร้อมกับปั๊ม ปตท.ด้วย โดย SME แบรนด์ไทยที่มาเปิดร้านในปั๊ม ปตท.ที่กัมพูชา มีทั้งสิน 9 แบรนด์  ได้แก่ ปึงหงี่เชียง,หมูปิ้งเพียวกริลพอร์ก,ไก่ย่างห้าดาว และ แบล็คแคนยอน  เป็นต้น

ปตท.ลงนามกรมเชื้อเพลิงของกัมพูชาเพื่อศึกษาธุรกิจปิโตรเลียมครบวงจรที่กัมพูชา
ปตท. ลงนามความร่วมมือกับกรมเชื้อเพลิงของกัมพูชา เพื่อศึกษาธุรกิจปิโตรเลียมครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำในประเทศกัมพูชา หวังต่อยอดธุรกิจน้ำมันที่มีการดำเนินอยู่แล้วในปัจจุบัน 
 
เมื่อเร็วๆ นี้ นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ลงนามในบันทึกข้อตกลงด้านการศึกษาความเป็นได้ในการทำธุรกิจปิโตรเลียมครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำในประเทศกัมพูชา เพื่อต่อยอดธุรกิจน้ำมันที่มีการดำเนินอยู่แล้วในปัจจุบัน ระหว่าง นาย ชีพ ซู อธิบดีกรมเชื้อเพลิงแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา โดยมี นาย ซก คาวาน  ปลัดกระทรวงเหมืองแร่และพลังงานแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา เป็นสักขีพยานในพิธีดังกล่าว ณ อาคาร ปตท.สำนักงานใหญ่ ถนนวิภาวดีรังสิต