ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา"กรมธุรกิจพลังงานเตือนผู้ประกอบการปั๊มน้ำมัน,LPG,NGV

  • Date : 12/10/2017, 15:47.

อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานลั่นสำนวน “ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา “ หลัง ผู้ประกอบการปั๊มน้ำมัน ปั๊มแก๊ส ปั๊มเอ็นจีวี ส่วนใหญ่ยังไม่ส่งพนักงานเข้ารับการฝึกอบรมตามกฏหมายเพื่อพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยตั้งแต่การจัดเก็บ การขนส่งและการให้บริการกับผู้บริโภค ระบุโทษจำคุกไม่เกิน 1ปี หรือปรับไม่เกิน100,000บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า ตามที่กรมธุรกิจพลังงาน ได้ออก กฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดคุณสมบัติและการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2558 ซึ่งประกาศลงราชกิจจานุเบกษา และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2559  โดยได้กําหนดหลักเกณฑ์ แบบคําขอ แบบใบรับรอง แบบบัตรประจําตัว และหลักสูตรการฝึกอบรม ของผู้ฝึกอบรม วิทยากร และผู้ปฏิบัติงาน พ.ศ. ๒๕๕๙ เพื่อให้ผู้ประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 ได้แต่ผู้ประกอบการปั๊มน้ำมัน  ปั๊มแก๊ส แอลพีจี ปั๊มเอ็นจีวี ผู้ประกอบการท่อส่งก๊าซธรรมชาติ  ท่อส่งก๊าซแอลพีจี ท่อส่งน้ำมัน คลังก๊าซ คลังน้ำมัน ซึ่งมีพนักงานเกี่ยวข้องอยู่ประมาณ2แสนคน  ต้องดำเนินการให้มีผู้ปฏิบัติงานที่ผ่านการฝึกอบรมตามกฎหมายกำหนด

ทั้งนี้ในกฎหมาย ได้ให้ระยะเวลาผู้ประกอบการ เตรียมความพร้อมภายใน 2 ปี นับแต่วันที่ได้มีการประกาศซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 7 มิถุนายน 2561 แต่จนถึงปัจจุบันยังมีผู้ประกอบการส่งพนักงานมาฝึกอบรมและได้รับบัตรประจำตัวผู้ปฎิบัติงาน ซึ่งออกให้โดยกรมธุรกิจพลังงาน  เพียง 1ใน4 ของจำนวนพนักงานที่อยู่ในข่ายที่ต้องปฎิบัติตามกฎหมาย หรือประมาณ50,000คนเท่านั้น   ทำให้กรมธุรกิจพลังงาน ต้องรีบแจ้งเตือนไปยังผู้ประกอบการให้รีบดำเนินการตามกฎหมาย ในช่วงระยะเวลาอีก9เดือนที่เหลืออยู่ เพราะหากส่งพนักงานมาอบรมและยื่นขอบัตรอนุญาต ใกล้วันที่กฏหมายจะบังคับใช้ กรมฯ จะดำเนินการออกบัตรอนุญาตให้ไม่ทัน

“ ผู้ประกอบการที่ยังไม่ส่งพนักงานมาอบรมและขอมีบัตรประจำตัวผู้ปฎิบัติงาน ตามกฎหมายที่ ออกโดยกรมธุรกิจพลังงาน ก็เหมือนสำนวนที่ว่าไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา และไม่คิดว่ากรมฯจะเอาจริง จึงต้องแจ้งเตือนเรื่องนี้ไว้ก่อนว่า เมื่อกฏหมายมีผลบังคับใช้ หลังจากที่ให้ระยะเวลาเตรียมตัวมาก่อนแล้ว2ปีแล้ว  กรมฯจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ออกไปสุ่มตรวจ และหากพบว่าผู้ประกอบการรายใด ที่ไม่มีพนักงานซึ่งมีบัตรประจำตัวผู้ปฎิบัติงาน อยู่ประจำตามกฎหมาย ผู้ประกอบการรายนั้นจะมีโทษตามกฎหมาย มาตรา 66 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2542ก็จะต้องถูกลงโทษ จำคุกไม่เกิน 1ปี หรือปรับไม่เกิน100,000บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ  และหากพบกระทำความผิดซ้ำๆกัน5ครั้ง กรมฯก็จะแจ้งดำเนินคดีเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งปิดกิจการ  รวมทั้งจะไม่ได้รับการต่ออายุใบอนุญาต และต้องยื่นขออนุญาตใหม่“นายวิฑูรย์ กล่าว

นายวิฑูรย์ กล่าวด้วยว่า การที่กรมธุรกิจพลังงานมีการออกกฎกระทรวงฉบับนี้ จะทำให้ธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิง มีการพัฒนามาตรฐานด้านความปลอดภัยตั้งแต่การจัดเก็บ การขนส่งและการให้บริการกับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น  และเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทยต่อนักธุรกิจ และนักลงทุนจากต่างประเทศ ในการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยด้านพลังงานให้กับผู้ปฏิบัติงาน และผู้ใช้บริการ

ข้อมูลจากกรมธุรกิจพลังงานระบุด้วยว่า ปัจจุบัน มีจำนวนปั๊มน้ำมันอยู่ในข่ายที่จะต้องปฎิบัติตามกฏหมาย โดยต้องมี เจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานที่ผ่านการฝึกอบรมและได้รับบัตรประจำตัวที่ออกให้โดยอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน จำนวน 26,988 แห่ง ปั๊มแก๊สแอลพีจี 2,071แห่งและปั๊มเอ็นจีวี 462 แห่ง

       ตัวอย่างบัตรประจำตัวผู้ปฎิบัติงาน ที่ออกให้โดยอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน 

กลับสู่ข่าวทั้งหมด