ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กฟผ.ซื้อไฟฟ้าจากมาเลเซีย100เมกะวัตต์เสริมความมั่นคงไฟฟ้าหลังเหตุขัดข้องJDA-A18

  • Date : 12/10/2017, 11:35.

กฟผ.ซื้อไฟฟ้าจากมาเลเซียเสริมความมั่นคงไฟฟ้าภาคใต้ 100เมกะวัตต์ หลังเกิดเหตุขัดข้องแหล่ง JDA-A18 หยุดจ่ายก๊าซเมื่อวันที่11ต.ค.2560ที่ผ่านมา โดยเป็นเหตุขัดข้องก่อนแผนการหยุดซ่อมบำรุงในระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม - 3 พฤศจิกายน 2560 พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

นายอดุลย์ พิทักษ์ชาติวงศ์ รองผู้ว่าการระบบส่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า เช้าวันที่11 ตุลาคม 2560 เมื่อเวลา 07.38 น.กฟผ. ได้รับแจ้งจาก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ว่า แหล่งพัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (JDA-A18) เกิดเหตุขัดข้องหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติ เบื้องต้น กฟผ. ได้เร่งประสานกับ ปตท. คาดว่าจะสามารถแก้ไขกลับมาจ่ายก๊าซธรรมชาติให้กับโรงไฟฟ้าจะนะได้ ในเวลาประมาณ 04.00 น. ของวันพรุ่งนี้ (12 ตุลาคม 2560)

โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้กฟผ.ต้องเร่งปรับแผนการผลิตไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งคาดว่าจะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดประมาณ 2,450 เมกะวัตต์ โดยโรงไฟฟ้าจะนะ เครื่องที่ 1 จะเปลี่ยนไปใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง และซื้อไฟฟ้าจากประเทศมาเลเซียประมาณ 100 เมกะวัตต์ มาเสริมระบบในช่วงค่ำเวลาประมาณ 18.30-20.30 น. พร้อมทั้งเตรียมส่งไฟฟ้าจากภาคกลางไปเสริมระบบอีกส่วนหนึ่ง เพื่อไม่ให้กระทบต่อการใช้ไฟฟ้าของประชาชน ตลอดจนธุรกิจการท่องเที่ยว และธุรกิจอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในพื้นที่ภาคใต้

รองผู้ว่าการระบบส่ง กฟผ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมา เมื่อแหล่งจ่ายก๊าซฯ JDA-A18 เกิดเหตุขัดข้อง หรือหยุดซ่อมบำรุง ซึ่งตามแผนล่าสุดจะมีการหยุดซ่อมบำรุงในระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม - 3 พฤศจิกายน 2560 นั้น กฟผ. จะติดตามสถานการณ์และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ตลอดจนมีแผนสำรองเตรียมพร้อมเข้าแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินได้ทันที

“กฟผ. ได้เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์การหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติ JDA-A18 ไว้ครบทุกด้าน เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าในภาคใต้ รวมทั้งเตรียมน้ำมันดีเซลและน้ำมันเตาเป็นเชื้อเพลิงสำรอง และมีการส่งไฟฟ้าจากภาคกลาง หรือการรับซื้อไฟฟ้าจากประเทศมาเลเซีย รวมถึงรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้า  ชีวมวลในภาคใต้มาช่วยเสริมระบบบางส่วนด้วย อย่างไรก็ตาม จากความต้องการใช้ไฟฟ้าของภาคใต้ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภาคใต้จึงควรมีแหล่งผลิตไฟฟ้าหลักเพิ่ม เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองและมีระบบไฟฟ้าที่มั่นคงต่อไป” รองผู้ว่าการระบบส่ง กฟผ. กล่าวทิ้งท้าย

กลับสู่ข่าวทั้งหมด