ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงพลังงานพร้อมรับมือแหล่งJDA A-18 หยุดซ่อม28ต.ค.-3พ.ย.นี้

  • Date : 10/10/2017, 16:25.
กฟผ.เตรียมน้ำมันดีเซล 8.5 ล้านลิตร และน้ำมันเตา 4.5 ล้านลิตร สำรองให้โรงไฟฟ้าภาคใต้ รองรับการปิดซ่อมแหล่งก๊าซฯ JDA A-18  ช่วง 7 วัน ระหว่างวันที่ 28 ต.ค.-3 พ.ย.2560 นี้  มั่นใจรับมือได้ ด้านโฆษกกระทรวงพลังงานระบุ พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีพลังงาน กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลประชาชนไม่ให้ได้รับความเดือดร้อน ในขณะที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.)เผยอาจไม่ใช้มาตรการ  Demand Response Rate : DR ในรอบนี้ เชื่อมือ กฟผ.เอาอยู่  
 
นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้อำนวยการพลังงานหมุนเวียนและพลังงานใหม่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) และในฐานะโฆษก กฟผ. เปิดเผยว่า กฟผ.ได้เตรียมแผนรับมือการปิดซ่อมบำรุง "แหล่งก๊าซธรรมชาติพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย(JDA A-18) "แล้ว ซึ่งจะปิดซ่อมระหว่างวันที่ 28 ต.ค.-3 พ.ย. 2560 รวมระยะเวลา 7 วัน โดยคาดว่าการปิดซ่อมครั้งนี้จะมีผลกระทบโดยตรงต่อโรงไฟฟ้าจะนะ หน่วยที่ 1 และ 2 ในภาคใต้เป็นหลัก
 
ทั้งนี้ กฟผ.ประเมินความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด(พีค)ภาคใต้ ช่วงปิดซ่อมแหล่ง JDA A-18 อยู่ที่ 2,400 เมกะวัตต์ ขณะที่กำลังการผลิตไฟฟ้าโดยรวมในช่วงเวลาดังกล่าวเหลืออยู่ที่ 2,200 เมกะวัตต์ เท่ากับยังขาดไฟฟ้าอยู่ 250 เมกะวัตต์ 
 
โดยแผนแก้ไขปัญหา คือ 1.เปลี่ยนให้โรงไฟฟ้าจะนะหน่วยที่ 1 ไปเดินเครื่องด้วยน้ำมันดีเซลแทน เพื่อให้การผลิตไฟฟ้าอยู่ในระดับปกติ 700 เมกะวัตต์ ซึ่งขณะนี้ กฟผ.เตรียมสำรองน้ำมันดีเซลไว้แล้ว 8.5 ล้านลิตร เพียงพอรองรับการปิดซ่อมของแหล่ง JDA A-18ได้ทั้ง 7 วัน ส่วนโรงไฟฟ้าจะนะหน่วยที่ 2 กำลังการผลิต 800 เมกะวัตต์ จำเป็นต้องหยุดเดินเครื่องในช่วงแหล่ง JDA A-18 ปิดซ่อม เนื่องจากยังไม่ได้ปรับปรุงเครื่องให้ใช้น้ำมันดีเซลได้
 
2.ไฟฟ้าที่ยังขาดอยู่ 250 เมกะวัตต์นั้น จะใช้วิธีดึงไฟฟ้าจากภาคกลางลงมา 250 เมกะวัตต์แทน ซึ่งสายส่งนี้ปกติจะรองรับไฟฟ้าได้ถึง 650 เมกะวัตต์ แต่เนื่องจากเป็นช่วงฤดูฝนต่อฤดูหนาว ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าภาคใต้ไม่สูงมากนัก จึงดึงไฟฟ้าจากภาคกลางลงมาเท่าที่จำเป็น 
 
3.เตรียมสำรองน้ำมันเตาให้โรงไฟฟ้ากระบี่ 4.5 ล้านลิตร กรณีฉุกเฉิน ซึ่งโรงไฟฟ้ากระบี่มีกำลังการผลิต 300 เมกะวัตต์ แต่ปกติจะเดินเครื่องตามความต้องการใช้เพียง 100 เมกะวัตต์  เพราะเป็นโรงไฟฟ้าที่ใช้น้ำมันเตาเป็นเชื้อเพลิง ต้นทุนสูงประมาณ 3-4 บาทต่อหน่วย เมื่อเทียบกับโรงไฟฟ้าก๊าซฯ ที่ต้นทุนเพียง 2 บาทต่อหน่วย ดังนั้นถ้าไม่จำเป็นจะไม่เดินเครื่องเต็มกำลังการผลิต 
 
อย่างไรก็ตามในครั้งนี้จะไม่มีแผนซื้อไฟฟ้าจากประเทศมาเลเซีย ที่มีราคาสูง5-8 บาทต่อหนวย รวมถึงจะไม่มีการนำมาตรการ "ส่งเสริมการลดใช้ไฟฟ้าโดยให้ผลตอบแทน" หรือ Demand Response Rate : DR มาใช้ เนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้าภาคใต้ไม่สูงมาก และแผนรับมือที่ กฟผ.จัดเตรียมไว้ คาดว่าจะรับมือกับสถานการณ์ปิดซ่อมแหล่งก๊าซฯ JDA A-18ได้  
 
นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลประชาชนไม่ให้ได้รับความเดือดร้อนจากการปิดซ่อมแหล่งก๊าซฯ JDA A-18ซึ่งการปิดซ่อมครั้งนี้ กระทรวงพลังงานได้วางแผนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตั้งแต่ต้นปี 2560 เพื่อให้ปิดซ่อมตรงกับช่วงฤดูฝน และโลว์ซีซั่น เป็นช่วงความต้องการใช้ไฟฟ้าน้อย และมีผลกระทบไม่มาก เพื่อให้ง่ายต่อการแก้ไขปัญหา 
 
โดยการปิดซ่อมแหล่ง JDA A-18 แม้จะมีผลกระทบต่อโรงไฟฟ้าจะนะที่ภาคใต้ ซึ่งมีกำลังการผลิตรวม 1,476 เมกะวัตต์ แต่ กฟผ.มีแผนแก้ปัญหาไว้แล้ว และยังคงให้โรงไฟฟ้าภาคใต้ที่เหลืออยู่เดินเครื่องปกติ ไม่ให้ปิดซ่อมบำรุงในช่วงเวลานี้ รวมทั้งการดึงไฟฟ้าจากภาคกลางมาเสริมระบบ มั่นใจว่าสามารถรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวได้ หากไม่มีเหตุการณ์ฉุกเฉินอื่นๆเกิดขึ้นมาซ้ำซ้อน
 
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) และในฐานะโฆษก กกพ.กล่าวว่า กกพ.จะหารือกับ กฟผ. ใน 1-2 วันนี้ ถึงแนวทางการรับมือกับการปิดซ่อมแหล่งก๊าซฯ JDA A-18 และผลกระทบที่จะเกิดขึ้น โดยคาดว่ามาตรการ DR อาจไม่นำมาใช้ในครั้งนี้ เพราะ กฟผ. น่าจะบริหารไฟฟ้าภาคใต้ได้เพียงพอกับความต้องการใช้ ส่วนผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ(FT) ก็อาจจะไม่มากนัก อย่างไรก็ตามจะมีการสรุปและนำเสนอต่อสาธารณะชนต่อไป 
 
กลับสู่ข่าวทั้งหมด