ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไออาร์พีซี ใช้นวัตกรรม Krungsri Blockchain’s Interledger ร่นเวลาโอนเงินระหว่างประเทศ

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) นำนวัตกรรม Krungsri Blockchain’s Interledger มาใช้ในการโอนเงินระหว่างประเทศแบบเรียลไทม์เป็นครั้งแรกในการซื้อ-ขายน้ำมันระหว่างไออาร์พีซีและคู่ค้าในต่างประเทศ โดยสามารถร่นระยะเวลาลงจาก1-3 วันทำการ เหลือเพียงหลักวินาที 
 
นายโนริอากิ โกโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารกรุงศรีฯนับเป็นธนาคารแรกของไทยที่นำเทคโนโลยี Blockchain’s Interledger มาใช้ในการโอนเงินระหว่างประเทศสำหรับภาคธุรกิจ  และได้รับความไว้วางใจจาก IRPC ซึ่งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจขนาดใหญ่ของธนาคารมายาวนานในการตอบรับเพื่อใช้บริการ Krungsri Blockchain’s Interledger โอนเงินระหว่าง IRPC และคู่ค้าในต่างประเทศของ IRPC คือบริษัท พลังงานบัวสวรรค์ จำกัด ในช่วงสัปดาห์ที่ ผ่านมา ซึ่งสามารถ โอนเงินสำเร็จภายในหลักวินาทีจากเดิม ที่ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1-3 วันทำการ 
 
ความสำเร็จครั้งนี้จะสร้างการปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในภูมิทัศน์ทางการเงินสำหรับภาคธุรกิจและจะเป็นพลังขับเคลื่อนในการขยายบริการโอนเงินระหว่างประเทศ ด้วยนวัตกรรมทางการเงินให้กับคู่ค้าธุรกิจรายอื่นๆ  ซึ่งธนาคารกรุงศรีฯจะใช้ประโยชน์จากเครือข่าย MUFG กลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และ 1 ใน 5 กลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดของโลก ในการพัฒนาความเชื่อมโยงของเครือข่าย ที่มีอยู่กว่า 2,000 แห่งในกว่า 50 ประเทศ
 
ด้าน นายสุกฤตย์ สุรบถโสภณ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) (IRPC) กล่าวว่า การนำนวัตกรรมการโอนเงินระหว่างประเทศของธนาคารกรุงศรีฯ มาใช้ และประสบความสำเร็จในครั้งนี้ จะพลิกโฉมธุรกิจระหว่างประเทศอย่างมาก  โดยธุรกรรมการโอนเงินระหว่างประเทศที่รวดเร็วขึ้นนั้นช่วยสร้างความได้เปรียบในเวทีธุรกิจ และสนับสนุนโอกาสในการเติบโตธุรกิจได้เป็นอย่างดี และยังเชื่อมโยงการบริหารจัดการในด้านการขนส่งได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบยิ่งขึ้น
 
ทั้งนี้ธุรกรรมการโอนเงินระหว่างประเทศที่รวดเร็วยังช่วยให้ลูกค้าของIRPC คือบริษัท พลังงานบัวสวรรค์ จำกัด  ซึ่งเป็นผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ ที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งส่งผลต่อการจัดการต้นทุน รับสินค้าได้รวดเร็วขึ้น และสร้างความได้เปรียบในเชิงธุรกิจ
 
นอกจากนี้  IRPC อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ IRPC 4.0 ด้วยการนำระบบดิจิทัลมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทั่วทั้งองค์กร ทุกขั้นตอนการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการผลิต การตลาด และการจัดซื้อจัดจ้างให้รวดเร็วขึ้น โดยคาดว่าจะนำมาใช้ใน ปี 2561 ให้พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจให้สอดคล้องกับยุคไทยแลนด์ 4.0
กลับสู่ข่าวทั้งหมด