ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จี่อีแนะรัฐยกเครื่องภาคพลังงานคาดช่วยลดต้นทุนกว่า2แสนล้านบาท

เจนเนอรัล อิเลคทริค จำกัด (จีอี) แนะรัฐ ยกเครื่องภาคพลังงาน ทั้งการปรับปรุงโรงไฟฟ้า ระบบสายส่งและการจ่ายไฟฟ้า ที่ผลการศึกษาหลายชิ้นระบุว่าจะสามารถช่วยลดต้นทุนลงได้มากกว่า 6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯหรือราว2แสนล้านบาท และต้นทุนอีก 2.6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ ราว86,000ล้านบาท จะลดลงด้วยการปรับระบบสู่ดิจิทัล
 
ก่อนเริ่มงานสัมมนา Powering Thailand 2017 เจาะลึกข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิภาพโรงไฟฟ้า ภาพรวมพลังงานในอนาคตของไทย รวมถึงเทคโนโลยีด้านพลังงานใหม่ๆ ที่มีผู้นำด้านพลังงานกว่า 250 รายเข้าร่วมงาน ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่18 ก.ย.2560 จัดโดย จีอี ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์และการบริการแบบบูรณาการสำหรับระบบโรงไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ   โดยมีผู้บริหารของจีอี คือนาย วอลเตอร์ แวน เวิร์ช ประธานและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร จีอี ประจำภูมิภาค อาเซียน และนายโกวิทย์ คันธาภัสระ ประธานและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารจีอี ประเทศไทยและลาว  ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน 
 
โดยในเอกสารข่าวของบริษัทที่ส่งถึงสื่อมวลชน ระบุถึง ข้อมูลการวิเคราะห์ของจีอี (GE:NYSE)  ว่าหากประเทศไทยมีการยกระดับประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้า ที่มีอยู่ในปัจจุบันและโรงไฟฟ้าที่จะสร้างขึ้นใหม่ รวมไปถึงระบบสายส่งและการจ่ายไฟฟ้า ประเมินว่าจะได้รับ ผลดีหลายประการ    ซึ่งจีอีคาดว่าการปรับปรุงโรงไฟฟ้า ระบบสายส่งและระบบการจ่ายไฟฟ้าจะช่วย ลดต้นทุนลงได้ถึง 6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 2 แสนล้านบาท ในขณะที่การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดจะช่วยเพิ่มมูลค่าได้อีก 2.6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 86,000 ล้านบาท จากอายุการใช้งานของโรงไฟฟ้าที่มีอยู่และที่กำลังจะสร้างขึ้นใหม่  ซึ่งหากมีการดำเนินการอย่างจริงจังยังจะช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้มากกว่า 8.6 ล้านตันต่อปี หรือประมาณร้อยละ 9 ของปริมาณการปล่อยก๊าซจากการผลิตไฟฟ้าในปัจจุบัน
 
ทั้งนี้ การปรับปรุงโรงไฟฟ้าที่มีอยู่ในปัจจุบันน่าจะเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้เพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 1 ซึ่งหมายถึงการลดต้นทุนได้ราว 3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 1 แสนล้านบาทจากการยืดอายุการใช้งาน ของโรงไฟฟ้า และลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ราว 3.5 ล้านตันต่อปี  จากทั้งหมดนี้ การเสริมสมรรถนะด้วยโซลูชั่นดิจิทัลนั้นคาดว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้ดียิ่งขึ้นไปอีก
 
นายโกวิทย์ คันธาภัสระ ประธานและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารจีอี ประเทศไทยและลาว กล่าวว่า “การปรับเปลี่ยนภาคพลังงานให้ก้าวสู่ความเป็นดิจิทัลคาดว่า จะช่วยขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และสร้างประโยชน์ได้อย่างมากมาย สำหรับประเทศไทย ผลการศึกษา (การวิเคราะห์) ของเราชี้ให้เห็นว่า การใช้ งานเซ็นเซอร์ ข้อมูล ซอฟต์แวร์และการวิเคราะห์ที่เพิ่มมากขึ้นในห่วงโซ่คุณค่าด้านพลังงาน สามารถนำไปสู่การยกระดับประสิทธิภาพ ผลประกอบการ ตลอดจนช่วยลดการเกิดเหตุขัดข้องของเครื่องจักร และการซ่อมบำรุง นำไปสู่การประหยัดต้นทุนได้นับล้านล้านบาท”
 
ทั้งนี้การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลล่าสุดเพื่อยกระดับ ปรับปรุงโรงไฟฟ้าในไทยและระบบเครือข่ายให้ทำงาน อย่างเต็มประสิทธิภาพ ร่วมกับการใช้เครื่องกังหันก๊าซสมรรถนะสูง เทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าพลังงาน ถ่านหินระบบ Ultra-super critical รวมถึงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าในปัจจุบัน ระบบส่งกำลังและระบบจ่ายไฟฟ้า เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่คาดหวังว่าจะช่วยให้ไทยสามารถลดต้นทุนการผลิตลงได้มาก ทั้งยังลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอน ไดออกไซด์ได้อย่างมหาศาล นำไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ในด้านประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือและความยั่งยืนในภาคพลังงานของประเทศไทย
 
กลับสู่ข่าวทั้งหมด