ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บางจากฯซื้อหุ้นเพิ่มทุน50ล้านหุ้นในบริษัททำเหมืองแร่ลิเทียม

BCPI บริษัทลูกบางจากฯ ลงนามซื้อหุ้นเพิ่มทุนในบริษัท LAC ซึ่งเป็นบริษัททำเหมืองลิเทียมรายใหญ่ของโลก เตรียมผลิตแบตเตอรี่คุณภาพสูงรองรับเทคโนโลยีมือถือและรถยนต์EV ที่คาดว่าจะผลิตได้ถึง 20 ล้านคันในปี 2583 คาดเริ่มผลิตแร่ลิเทียมเชิงพาณิชย์ ระยะที่2 ได้ในปี 2562

วันนี้(18 ส.ค. 2560) บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดย BCP Innovation Pte. Ltd. (BCPI) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัท บางจากฯ และ บริษัท Lithium Americas Corp. ร่วมลงนามในสัญญาการซื้อหุ้นเพิ่มทุนในบริษัท Lithium Americas Corp. หรือ LAC เพื่อพัฒนาเหมืองแร่ลิเทียม ที่ประเทศอาร์เจนติน่า  โดยมีตัวแทนจากสถานทูตแคนาดา และที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน ร่วมเป็นสักขีพยาน ที่สำนักงานใหญ่ บริษัท บางจากฯ อาคารเอ็มทาวเวอร์ สุขุมวิท

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บางจากฯได้แหล่งผลิตเหมืองแร่ลิเทียมสำหรับผลิตแบตเตอรี่ในอนาคตแล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณาแผนการตลาดรองรับความต้องการใช้ของผู้บริโภค แต่เชื่อว่าเป็นโอกาสดีที่บางจากฯก้าวเข้ามาสู่ธุรกิจแบตเตอรี่ได้ก่อน เนื่องจากทั่วโลกกำลังต้องการใช้แบตเตอรี่มากขึ้นทั้งรองรับความต้องการใช้โทรศัพท์มือถือและรถยนต์ไฟฟ้า(EV)มากในอนาคต ขณะที่ปัจจุบันแร่ลิเทียมสำหรับผลิตแบตเตอรี่มีน้อย ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาดมาก ประกอบกับการที่บางจากฯ ได้แหล่งแร่ลิเทียมครั้งนี้จะทำให้ต้นทุนการผลิตอยู่ระดับต่ำเพียง2,500 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน ขณะที่ราคาขายในตลาโลกปัจจุบันอยู่ที่ 10,000-12,000 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน จึงเป็นโอกาสที่บางจากฯจะทำธุรกิจนี้แข่งขันได้แน่นอน

“บางจากฯ ให้ความสำคัญกับธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับระบบการกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System) ในรูปแบบของแบตเตอรี่ที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยมีแร่ลิเทียมเป็นธาตุหลักที่สำคัญต่อการพัฒนาด้วยเป็นโลหะที่เบาที่สุดในตารางธาตุ และมีความสามารถเก็บประจุได้เป็นเวลานานกว่าแบตเตอรี่จากธาตุอื่น ซึ่งในขณะนี้ ราคาของลิเทียมในการทำสัญญาซื้อขายระยะยาวได้ขยับขึ้นมากกว่า 4 เท่าตัว และคาดว่าจะมีความต้องการใช้ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเกือบ 5 เท่า ในปี 2568 เพื่อรองรับการเติบโตของการผลิตและจำหน่ายรถ EV ที่คาดว่าจะผลิตได้ถึง 20 ล้านคันในปี 2583 ในขณะที่ปริมาณลิเทียมยังคงผลิตได้ไม่เพียงพอ ดังนั้น บางจากฯ จึงได้เข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้”

สำหรับการลงนามในครั้งนี้ BCPI ได้เข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุน จำนวน 50 ล้านหุ้น ในบริษัท  LAC ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตรอนโต ประเทศแคนาดา และดำเนินโครงการเหมืองแร่ลิเทียมที่ประเทศอาร์เจนตินาและประเทศสหรัฐอเมริกา รวมจำนวนหุ้นที่ถืออยู่ในปัจจุบัน จาก 20,286,757 หุ้น เพิ่มเป็น 70,286,757 หุ้นในปัจจุบัน หรือคิดเป็นสัดส่วนถือหุ้น 16% และขยายการลงทุนด้านพลังงานสะอาดในต่างประเทศ เป็นการสร้างโอกาสและสร้างรายได้ในธุรกิจสีเขียวทั้งในสัดส่วนของการถือหุ้นในเหมืองและได้ผลิตภัณฑ์ไปต่อยอดทำแบตเตอรี่คุณภาพสูงที่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกให้ความสนใจลงทุน

นอกจากนี้ BCPI จะให้เงินกู้ยืมแก่ LAC ในวงเงินไม่เกิน 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อให้ Minera Exar ที่ LAC ถือหุ้นอยู่ 50% ดำเนินการก่อสร้างเหมืองแร่ลิเทียมโครงการ Cauchari Olaroz ที่ได้รับประทานบัตรในประเทศอาร์เจนตินา ตามสัดส่วนการลงทุนของ LAC ใน Minera Exar โดย BCPI จะได้สิทธิการซื้อผลผลิตแร่ลิเทียมจาก Minera Exar เป็นเวลา 20 ปี นับตั้งแต่วันจำหน่ายเชิงพาณิชย์ ซึ่งปริมาณดังกล่าวสามารถนำไปผลิตแบตเตอรี่สำหรับโทรศัพท์มือถือได้กว่า 800 ล้านเครื่องต่อปี หรือผลิตแบตเตอรี่สำหรับใช้ในรถไฟฟ้า (Plug in Hybrid Electric Vehicle: PHEV) กว่า 150,000 คัน

ทั้งนี้ LAC เป็นผู้ถือหุ้น 50% ใน Minera Exar ร่วมกับ Sociedad Quimica y Minera de Chile (SQM) จากประเทศชิลี โดย SQM เป็นผู้ประกอบธุรกิจเคมีภัณฑ์ขนาดใหญ่ และยังเป็นผู้ผลิตแร่ลิเทียมจาก
น้ำเกลือ (brine) รายใหญ่ที่สุดในโลกที่มีต้นทุนการผลิตต่ำที่สุดด้วย โดย Minera Exar อยู่ระหว่างพัฒนาโครงการ Cauchari Olaroz ซึ่งเป็นเหมืองแร่ลิเทียมในจังหวัด Jujuy ประเทศอาร์เจนตินา มีกำลังการผลิต 25,000 ตันต่อปี ในระยะแรก และเพิ่มเป็น 50,000 ตันต่อปี ในระยะที่ 2 คาดว่าโครงการจะสามารถผลิตแร่ลิเทียมเชิงพาณิชย์จากน้ำเกลือได้ในปี 2562

นอกจากนี้ LAC ยังมีการพัฒนาเหมืองแร่ลิเทียมอีกแห่งหนึ่งในรัฐ Nevada ประเทศสหรัฐอเมริกา ก้าวสู่ผู้ผลิตรายใหญ่ของโลก และ LAC ยังมีบริษัท Ganfeng Lithium ซึ่งเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ของประเทศจีนที่มีเทคโนโลยีที่หลากหลาย และเป็นเจ้าของเหมืองลิเทียมในแหล่งต่างๆ ในโลก เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน17% ด้วย

 

 

 

กลับสู่ข่าวทั้งหมด