ข่าวที่เกี่ยวข้อง

RATCHศึกษาโมเดลสตาร์ทอัพและพลังงานทดแทนหวังต่อยอดธุรกิจ

  • Date : 11/08/2017, 16:13.
บริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง ตั้งบริษัทศึกษาโมเดลธุรกิจสตาร์ทอัพและพลังงานทดแทน  ต่อยอดธุรกิจ พร้อมรักษาการเติบโตของรายได้จากการบริหารประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้า และปิดดีลการเจรจาลงทุนโรงไฟฟ้า 4 โครงการ กำลังผลิตรวม 1,002 เมกะวัตต์ ให้ได้ข้อยุติบางโครงการภายในปี2560 นี้ 
 
นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด(มหาชน) หรือ RATCH เปิดเผยว่าบริษัทฯ ได้มีแผนศึกษาโมเดลธุรกิจสตาร์ทอัพและธุรกิจพลังงานทดแทน ซึ่งหากเห็นว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเข้าไปลงทุนก็จะมีการตั้งบริษัทลูกเข้าไปดำเนินการ  โดยโมเดลธุรกิจใหม่จะเกี่ยวข้องกับเรื่องพลังงาน เช่น การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆเพื่อรองรับรถยนต์ไฟฟ้า(EV),ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ(สมาร์ทกริด),โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนแบบผสมผสาน(ไฮบริด)แบบสัญญาเสถียร(เฟิร์ม)สำหรับผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก(SPP) หรือ SPP Hybrid Firm ที่ทางคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.)กำลังจะมีการเปิดรับซื้อ 300 เมกะวัตต์  
 
โดยการดำเนินงานในปี2560  บริษัทพยายามรักษาการเติบโตของรายได้จากการบริหารประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้า โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าหงสา (1,878 เมกะวัตต์) ในสปป.ลาว ซึ่งปีนี้กำหนดค่าความพร้อมจ่ายเทียบเท่า (Equivalent Availability Factor) ไว้ที่ประมาณ 80% นอกจากนี้ ยังต้องควบคุมการก่อสร้างโรงไฟฟ้าอีก  4 แห่ง กำลังผลิตรวม 517 เมกะวัตต์ให้คืบหน้าตามแผนงาน ประกอบด้วย โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมเมาท์เอเมอรัลด์ ในออสเตรเลีย กำลังผลิตตามการถือหุ้น 144.36 เมกะวัตต์ กำหนดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ปี 2561 โครงการพลังงานน้ำเซเปียน เซน้ำน้อย ใน สปป.ลาว กำลังผลิตตามการถือหุ้น 102.5 กำหนดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์  ปี 2562  เช่นเดียวกับโครงการเบิกไพรโคเจนเนอเรชั่น จังหวัดราชบุรี กำลังผลิตตามการถือหุ้น 34.73 เมกะวัตต์ และโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟังเชงกัง ระยะที่ 2 ในสาธารณรัฐประชาชนจีน กำลังผลิตตามการถือหุ้น 236 เมกะวัตต์ มีกำหนดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ ในปี 2564
 
ในส่วนแนวทางในการผลักดันกำลังผลิตให้ได้ตามเป้าหมายในปี2560 นั้น บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาโครงการทั้งในและต่างประเทศ 4 โครงการ กำลังผลิตรวม 1,002 เมกะวัตต์ ซึ่งบางโครงการคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปี 2560
 
สำหรับผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกปี 2560 บริษัทฯ มีรายได้จำนวน 23,123.98 ล้านบาท หากไม่รวม  ค่าเชื้อเพลิงจากบริษัทย่อย รายได้รวมมีจำนวน 7,958.88 ล้านบาท ซึ่งรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าและสัญญาทางการเงินมีสัดส่วน 71.6% ของรายได้รวม และรายได้จากส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้ามีสัดส่วน 24.0% เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นผลจากส่วนแบ่งกำไรของโรงไฟฟ้าหงสา ด้านต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวม  มีจำนวน 19,911.97 ล้านบาท ลดลง 18%
  
ฐานะทางการเงินของบริษัทฯ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2560 มีสินทรัพย์รวมจำนวน 97,113.71 ล้านบาท หนี้สินจำนวน 33,729.63 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้น 63,384.08 ล้านบาท กำไรสะสมจำนวน 50,572.08 ล้านบาท 
 
กลับสู่ข่าวทั้งหมด