ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คาดเปิดประมูลแหล่งปิโตรเลียมเอราวัณ-บงกช ปลายเดือนก.ย.2560นี้

  • Date : 08/08/2017, 15:53.
รองอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติแจงผ่านรายการ"ตลาดช่อง5" พร้อมเปิดประมูลแหล่งปิโตรเลียมเอราวัณ บงกช ปลายเดือนก.ย. 2560 นี้ โดยจะสามารถเสนอ TOR ต่อครม.ได้ในช่วง ส.ค.-ก.ย. 2560 มั่นใจจะช่วยดึงดูดนักลงทุนร่วมประมูลเพื่อรักษาระดับก๊าซฯในประเทศให้เทียบเคียงปัจจุบันมากที่สุด  ในขณะที่วงในเผยยักษ์ใหญ่วงการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมทั้ง จีน ตะวันออกกลาง ฝรั่งเศส  ญี่ปุ่น กำลังแต่งตัวเพื่อเตรียมเข้าร่วมประมูลครั้งนี้ 
 
นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ รองอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเปิดประมูลแหล่งปิโตรเลียมเอราวัณและบงกช  ผ่านการให้สัมภาษณ์ในรายการ"ตลาดช่อง5 " ซึ่งออกอากาศเมื่อเวลา11.00น.ของวันที่8ส.ค.2560 ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก(ททบ.5)ว่า กระทรวงพลังงานคาดว่าจะสามารถเปิดประมูลแหล่งสัมปทานปิโตรเลียมที่หมดอายุ (แหล่งเอราวัณ หมดอายุปี 2565 และแหล่งบงกช หมดอายุ 2566) ได้ในช่วงปลายเดือน ก.ย. 2560 นี้ โดยขณะนี้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติอยู่ในระหว่างกระบวนการเสนอกฎหมายลูกที่เกี่ยวกับระบบแบ่งปันผลผลิต(PSC) เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี(ครม.) และคาดว่าในเดือนส.ค.-ก.ย.​2560 จะสามารถนำเสนอหลักเกณฑ์เงื่อนไขการประมูล(TOR) ให้ ครม.พิจารณา ก่อนที่จะเปิดให้มีการประมูลได้
 
นายสราวุธ กล่าวว่า ในการเปิดประมูลแหล่งปิโตรเลียมเอราวัณและบงกช  รัฐได้เพิ่มทางเลือกที่มากขึ้นอีก2ระบบคือ ระบบแบ่งปันผลผลิต( PSC) และระบบสัญญาจ้างบริการ(SC) จากเดิมที่มีเพียงระบบสัมปทาน  โดยจะคำนึงถึงความสมดุลและผลประโยชน์ของรัฐเป็นหลักด้วย ในขณะเดียวกันก็ต้องสร้างแรงจูงใจให้นักลงทุนสนใจเข้ามาลงทุนมากขึ้น เพราะแหล่งปิโตรเลียมของไทยค้นพบได้ยากขึ้น
 
ทั้งนี้ศักยภาพของแหล่งปิโตรเลียมในอ่าวไทยเริ่มมีปริมาณลดลง จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนสูงขึ้นในการผลิตปิโตรเลียมขึ้นมาใช้ ทั้งนี้จากข้อมูลภาครัฐพบว่า การสำรวจและพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติในไทยทำได้ยากกว่าในหลายประเทศ โดยการผลิตก๊าซฯจากอ่าวไทยเพื่อให้ได้ปริมาณก๊าซ  600 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ต้องใช้เจาะหลุมถึง 334 หลุม ขณะที่แหล่งยาดานา ของเมียนมา ผลิตก๊าซได้ปริมาณ 770 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน แต่ใช้การเจาะหลุมเพียง 17 หลุมเท่านั้น ดังนั้นเพื่อให้การผลิตก๊าซฯมีต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องสร้างแรงจูงใจให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนสำรวจและผลิตก๊าซฯ ให้ใกล้เคียงกับปัจจุบันมากที่สุด
 
นายสราวุธ กล่าวว่า  เชื่อว่าTOR การประมูลปิโตรเลียมในแหล่งเอราวัณและบงกช จะสร้างแรงจูงใจให้นักลงทุนโดยผู้ที่สนใจส่วนใหญ่จะเป็นนักลงทุนข้ามชาติ ซึ่งกรมฯ พิจารณาแนวทางเพื่อให้ผู้ผลิตที่ชนะประมูลรักษาการผลิตปิโตรเลียมให้ใกล้เคียงกับระดับปัจจุบัน แม้ว่าไทยจะมีการผลิตปิโตรเลียมในอ่าวไทยมากว่า 40 ปีแล้ว และเหลือปริมาณปิโตรเลียมอยู่ไม่มากก็ตาม
 
นายสราวุธ กล่าวด้วยว่า เป็นเวลากว่า 40 ปีแล้วที่ไทยใช้ระบบสัมปทานในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ซึ่งประเทศที่พัฒนาแล้วส่วนใหญ่ก็ใช้ระบบนี้ แต่ยอมรับว่าระบบ PSC ก็มีใช้ในหลายประเทศรวมถึงประเทศเพื่อนบ้านด้วย โดยการใช้ระบบ PSC แม้จะเป็นเรื่องใหม่สำหรับไทย แต่กรมฯ ก็กำหนดกติกาไว้ชัดเจน โดยเทียบเคียงกับแหล่งก๊าซธรรมชาติร่วมไทย-มาเลเซีย(JDA) ที่ใช้ระบบ PSC เช่นกัน แต่ไม่ว่าจะใช้ระบบใด เชื่อว่าทุกระบบมีความใกล้เคียงกันโดยเฉพาะการรักษาผลประโยชน์ของประเทศให้ดีที่สุด 
 
ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน(Energy News Center-ENC) รายงานว่า การประมูลแหล่งปิโตรเลียมเอราวัณและบงกชครั้งนี้ นักลงทุนให้ความสำคัญกับเรื่องของระบบการบริหารจัดการที่รัฐจะนำมาใช้เป็นกติกา ว่าจะเป็นระบบสัมปทานไทยแลนด์ทรี หรือระบบแบ่งปันผลผลิต(PSC) และมีรายละเอียดกำหนดเงื่อนไขต่างๆเอาไว้อย่างไร เพื่อนำมาพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องของผลตอบแทนในการลงทุน   โดยนอกเหนือจากกลุ่มเชฟรอน และปตท.สผ. ซึ่งเป็นผู้รับสัมปทานรายเดิม จะแสดงความสนใจที่จะเข้าร่วมการประมูลครั้งนี้แล้ว ยังมีบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านสำรวจและผลิตปิโตรเลียมจากประเทศจีน คือ China National Petroleum Corporationหรือ CNPC บริษัทมูบาดาลา ของสหรัฐอาหรับอิมิเรตส์  จากตะวันออกกลาง  รวมทั้งบริษัทโททาล จากฝรั่งเศส และบริษัท มิตซุย ออยล์ เอ็กซโปลเรชั่น จำกัด  ของญี่ปุ่น  กำลังเตรียมความพร้อมที่จะเข้าร่วมการประมูลครั้งนี้ด้วย 
 
กลับสู่ข่าวทั้งหมด