ข่าวที่เกี่ยวข้อง

หญ้าเนเปียร์ผลิตไฟฟ้า ตอบโจทย์ประชารัฐพลังงาน

สนพ.พาสื่อมวลชนเยี่ยมชมโครงการผลิตไฟฟ้าจากพืชพลังงาน ที่ช่วยให้เกิดการสร้างงานและกระจายรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่  ตอบโจทย์นโยบายประชารัฐของรัฐบาล

เมื่อวันที่5 ส.ค.2560นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และโฆษกกระทรวงพลังงาน นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ ต.นาฝาย อ.ภูผาม่าน จ.ขอนแก่น เพื่อเยี่ยมชมโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพจากพืชพลังงาน ของ บริษัท ยูเอซี  แอนด์ ทีพีที เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด โดยมีนายกิตติ ชีวะเกตุ ผู้บริหารของบริษัทให้การต้อนรับ

สำหรับโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพจากพืชพลังงาน(หญ้าเนเปียร์) มีขนาดกำลังผลิตไฟฟ้า3.12 เมกะวัตต์ และปริมาณเสนอขายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 2.78 เมกะวัตต์ ใช้เงินลงทุนประมาณ300 ล้านบาท

โดยในกระบวนการผลิตก๊าซชีวภาพจะใช้หญ้าเนเปียร์สด  อายุประมาณ 60 วัน ที่ผ่านการเก็บเกี่ยวและหั่นให้ละเอียดด้วยรถตัดที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ  มาเข้าสู่กระบวนการหมัก ให้เกิดการย่อยสลายแบบไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobic Digestion และ Gas Engine) ได้ผลผลิตเป็นก๊าซชีวภาพ โดยหญ้าเนเปียร์สด 1 ตัน สามารถผลิตก๊าซชีวภาพได้ 90 ลูกบาศก์เมตร เปลี่ยนเป็นพลังงาน ไฟฟ้าประมาณ 170 กิโลวัตต์-ชั่วโมง/วัน

ทั้งนี้โครงการโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพจากพืชพลังงาน แห่งนี้ได้รับเงินสนับสนุนบางส่วนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน โดยตอบโจทย์นโยบายประชารัฐของรัฐบาลในมิติพลังงาน ที่สร้างการมีส่วนร่วมระหว่างรัฐ เอกชน และประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากก่อให้เกิดการจ้างงานและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรที่ปลูกหญ้าเนเปียร์ เพื่อเป็นวัตถุดิบป้อนโรงงาน 

โรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพ ดังกล่าว ต้องการวัตถุดิบจากหญ้าเนเปียร์ ประมาณ 300ตันต่อวัน หรือคิดเป็นพื้นที่ปลูกประมาณ2,000 ไร่ แต่ต้องอยู่ในรัศมีไม่เกิน20 กิโลเมตรห่างจากโรงงานจึงจะมีความคุ้มทุนในการขนส่ง  โดยปัจจุบันโรงไฟฟ้าดังกล่าวพร้อมถังหมัก ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยพร้อมที่จะผลิตไฟฟ้าจ่ายเข้าสู่ระบบของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแล้ว เหลือเพียงขั้นตอนการอนุมัติให้เชื่อมต่อเข้ากับระบบสายส่งของทางการไฟฟ้าเท่านั้น

 นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และโฆษกกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานต้องการที่จะส่งสัญญาณถึงการส่งเสริมพลังงานทดแทนว่านอกเหนือจากมูลสัตว์ และนำเสียที่นำมาผลิตเป็นก๊าซชีวภาพได้แล้ว การปลูกพืชพลังงานคือหญ้าเนเปียร์ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในอนาคตที่สามารถนำมาผลิตเป็นก๊าซชีวภาพ ได้

โดยหญ้าเนเปียร์นั้นเป็นที่คุ้นเคยกันในวงการปศุสัตว์อยู่แล้ว เพราะมีการปลูกเพื่อใช้เป็นอาหารสัตว์ แต่ประโยชน์อีกทางหนึ่งของหญ้าเนเปียร์ คือสามารถนำมาผลิตเป็นก๊าซชีวภาพที่นำมาประยุกต์ใช้ได้หลายรูปแบบ ทั้งเป็นพลังงานความร้อนและผลิตกระแสไฟฟ้า หรือใช้เป็นก๊าซไบโอมีเทนอัด (compressed bio-methane gas) หรือCBG  เพื่อใช้เติมในรถยนต์ที่ใช้ก๊าซเป็นการทดแทนน้ำมันเชื้อเพลิงก็ได้  แต่ต้องมีระบบการบริหารจัดการที่ดี  โดยในส่วนของบริษัท ยูเอซี  แอนด์ ทีพีที เอ็นเนอร์ยี่ นั้นมีการนำมาผลิตเป็นกระแสไฟฟ้า

นายกิตติ ชีวะเกตุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บมจ.ยูเอซี โกลบอล(UAC) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพจากพืชพลังงาน(หญ้าเนเปียร์)ที่ดำเนินการโดยบริษัท ยูเอซี  แอนด์ ทีพีที เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด กล่าวว่า โครงการดังกล่าวมีส่วนสำคัญในการจ้างงานและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกหญ้าเนเปียร์ เพื่อเป็นวัตถุดิบให้กับโรงไฟฟ้า โดยมีราคารับซื้อที่กิโลกรัมละ1 บาท โดยเกษตรกรที่ปลูกหญ้าเนเปียร์ จะมีรายได้ประมาณ20,000 บาทต่อไร่ต่อปี ซึ่งถือเป็นรายได้ที่ดีกว่าการปลูกพืชประเภทอื่นๆเช่นอ้อย หรือข้าวโพด ในขนาดพื้นที่เท่ากัน

 

 

กลับสู่ข่าวทั้งหมด