ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กพช.เห็นชอบให้ปตท.ดำเนินธุรกิจคลังก๊าซLPGในเชิงพาณิชย์รองรับการเปิดเสรีเต็มรูปแบบ

  • Date : 31/07/2017, 20:03.
ที่ประชุมกพช.เห็นชอบให้ ปตท. สามารถดำเนินธุรกิจคลังก๊าซLPG ในเชิงพาณิชย์ รองรับนโยบายเปิดเสรีเต็มรูปแบบ โดยมอบสนพ. และกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) ติดตามสถานการณ์ราคาอ้างอิงการนำเข้าก๊าซ LPG และต้นทุนโรงแยกก๊าซอย่างใกล้ชิดเป็นรายเดือน ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2560 เป็นต้นไป  พร้อมปรับระบบและมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยด้านพลังงาน ให้กระทรวงการคลังรับผิดชอบ ผ่านระบบบัตรสวัสดิการ ซึ่งจะเข้าถึงกลุ่มผู้มีรายได้น้อยได้โดยตรงและช่วยบรรเทาค่าครองชีพได้ดีกว่าระบบเดิม
 
พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน  แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาลถึงผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเมื่อวันที่31 กรกฎาคม 2560  ว่าที่ประชุม เห็นชอบแนวทางการเปิดเสรีธุรกิจก๊าซ LPG เต็มรูปแบบ ตามที่ กบง. ได้มีมติวางแนวทางไว้ เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 2560 โดยให้ยกเลิกการกำหนดราคาโรงแยกก๊าซธรรมชาติ โรงกลั่นน้ำมันและโรงอะโรเมติกส์  ยกเลิกการประกาศราคาขายส่ง ณ คลังก๊าซ เพื่อให้ตลาดก๊าซ LPG มีการแข่งขันอย่างสมบูรณ์ โดยให้ สนพ. และกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) ติดตามและรายงานเฉพาะราคาอ้างอิงเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการกำกับดูแลราคาขายปลีกก๊าซ LPG ในประเทศ พร้อมมีกลไกการติดตามสถานการณ์ราคาอ้างอิงการนำเข้าก๊าซ LPG และต้นทุนโรงแยกก๊าซอย่างใกล้ชิดเป็นรายเดือน โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2560 เป็นต้นไป พร้อมเห็นชอบให้ ปตท. สามารถดำเนินธุรกิจคลังก๊าซภายใต้โครงการ LPG Integrated Facility Enhancement (โครงการ LIFE) ในเชิงพาณิชย์ได้
 
ที่ประชุม กพช. ยังได้รับทราบแนวทางการให้สวัสดิการแห่งรัฐผ่านบัตรสวัสดิการ สำหรับค่าพลังงาน ของกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง และเพื่อลดความซ้ำซ้อนในการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ที่ประชุม กพช. จึงได้เห็นชอบให้ปรับระบบและมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยด้านพลังงาน โดยให้ดำเนินการผ่านระบบบัตรสวัสดิการตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2560 ของกระทรวงการคลัง ทดแทนนโยบายและมาตรการค่าไฟฟ้าฟรี ภายในวงเงิน 200 บาท/คน/เดือน และโครงการบรรเทาผลกระทบจากการปรับราคาขายปลีกก๊าซ LPG ภาคครัวเรือน ของกระทรวงพลังงาน ภายในวงเงิน 45 บาท/คน/ 3 เดือน โดยรับทราบว่า ระบบใหม่ของกระทรวงการคลังนี้ จะขยายฐานการเข้าถึงผู้มีรายได้น้อยถึง 14 ล้านคน (จากเดิมเพียง 7 ล้านคน ภายใต้ระบบปัจจุบันของกระทรวงพลังงาน) และระบบใหม่นี้จะเป็นการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยโดยตรง ทำให้ช่วยบรรเทาค่าครองชีพได้ดีกว่าระบบเดิมที่กระทรวงพลังงานดำเนินการอยู่
 
นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า เดิมผู้มีสิทธิ์ซื้อ LPG ราคาถูกมีทั้งสิ้น 7-9 ล้านคน แบ่งเป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อย 7.5-7.6 ล้านคน แต่มาขอใช้สิทธิ์ประมาณ 1 แสนคน โดยซื้อ LPG ราคาถูกเพียงกว่า 4 หมื่นคนเท่านั้น ส่วนกลุ่มหาบเร่แผงลอยมีสิทธิ์ประมาณ 3.8 แสนคน แต่มาใช้สิทธิ์ 1.2 แสนคน ซึ่งมีเงื่อนไขว่าต้องเป็นหาบเร่แผงลอยที่มีเนื้อที่ไม่เกิน 50 ตารางเมตร แต่ปรากฏว่า หาบเร่แผงลอยบางรายใช้สิทธิ์ซื้อ LPG ราคาถูกแต่กลับไม่ลดราคาค่าอาหารให้ประชาชน ดังนั้นจึงต้องไปทบทวนการช่วยเหลือกลุ่มดังกล่าวใหม่  
 
ที่ประชุมกพช. ยังรับทราบ สถานการณ์พลังงาน 6 เดือนแรกของปี 2560 และแนวโน้มปี 2560 โดยภาพรวมการใช้พลังงานขั้นต้น ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2560 เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สอดคล้องกับอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย (GDP) ไตรมาสแรกที่ขยายตัวร้อยละ 3.3 ซึ่งมีปัจจัยหลักมาจากการขยายตัวของการใช้จ่ายภาคครัวเรือน การส่งออกสินค้าและบริการ รวมถึงการลงทุนรวม โดยมีการใช้พลังงานทดแทนทุกประเภทเพิ่มขึ้นสูงถึงร้อยละ 31.9 ตามนโยบายส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนของภาครัฐ 
 
สำหรับการจัดหาพลังงานขั้นต้น พบว่า การผลิตพลังงานจากแหล่งในประเทศลดลงร้อยละ 4.8 ในขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ1.8 หรือคิดเป็นร้อยละ 46 ของการใช้พลังงานขั้นต้น ส่วนแนวโน้มปี 2560 นั้น คาดว่า ความต้องการพลังงานขั้นต้นจะเพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัว ในทุกประเภทยกเว้นก๊าซธรรมชาติที่คาดว่าจะลดลงตามการใช้ไฟฟ้าในระบบของ 3 การไฟฟ้าที่ลดลงในช่วง 6 เดือนแรก โดยในส่วนของน้ำมันสำเร็จรูป คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.8 เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นผลมาจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ยังคงอยู่ในระดับที่ไม่สูงมากนัก โดยอยู่ในช่วง 47-57 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยว สำหรับการใช้ไฟฟ้า คาดว่าจะอยู่ที่ 186,484 ล้านหน่วย หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.0 ตามภาวะเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น และเมื่อพิจารณาประสิทธิภาพการใช้พลังงานรวมของประเทศ (Energy Intensity) คาดว่าจะลดลงร้อยละ 1.6 เทียบกับปีก่อน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการใช้พลังงานของประเทศที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
 
กลับสู่ข่าวทั้งหมด