ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เผยผลวิจัยโรงกลั่นน้ำมันยังเพิ่มการลงทุนเทคโนโลยีดิจิทัลใน3-5ปีข้างหน้า

  • Date : 28/07/2017, 10:26.
เอคเซนเซอร์ เผยผลวิจัย โรงกลั่นน้ำมันหลายแห่งของโลกยังจะเพิ่มการลงทุนเทคโนโลยีดิจิทัลใน 3-5 ปีข้างหน้า เน้นใช้งานซ่อมบำรุงและความปลอดภัย ที่คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนลงได้ พร้อมแนะธุรกิจน้ำมันไทยปรับตัวรับเทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียนใน 1-2 ปีนี้ 
 
น.ส.อินทิรา เหล่ามีผล กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจ Resource Operating Group เอคเซนเซอร์ ประเทศไทย ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ การวางแผนและการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ให้เหมาะสมกับองค์กร  เปิดเผยว่า   บริษัท เอคเซนเซอร์ ได้ทำวิจัย The Accenture Connected Refinery โดยสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหาร หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการ และวิศวกร กว่า 200 คนทั่วโลก เมื่อเดือน มี.ค. 2560 ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า ผู้ตอบกว่าร้อยละ 57เผยว่าการลงทุนด้านดิจิทัลโดยรวมของบริษัท มีมูลค่ามากกว่าหรือมากกว่าอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาและจะเพิ่มการลงทุนในเทคโนโลยีดิจิทัลภายใน 3-5 ปีข้างหน้า แม้ว่าดิจิทัลจะไม่ใช่การลงทุนที่สำคัญระดับต้นๆ ของผู้ประกอบการก็ตาม แต่เป็นปัจจัยที่จะช่วยลดต้นทุนลงได้ 
 
ทั้งนี้โรงกลั่นมีแนวโน้มจะนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในด้านกระบวนการซ่อมบำรุงและความปลอดภัยในโรงกลั่นเป็นหลัก เนื่องจากการซ่อมบำรุงเป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ เป็นต้นทุนหลักอย่างหนึ่งของโรงกลั่น โดยโรงกลั่นใหญ่ๆ จะใช้คนดูแลทั้งระบบรวม 5,000-8,000 คนต่อครั้ง ส่วนโรงกลั่นขนาดเล็กจะใช้คนดูแลประมาณ 100 คนต่อครั้ง ซึ่งการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้จะช่วยลดกำลังคนในการซ่อมบำรุงลงได้และช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับช่างซ่อมมากขึ้น  ช่วยลดต้นทุนลงได้ 5-10% เมื่อเทียบกับการใช้ระบบเดิม แต่ถ้ามองในแง่การซ่อมบำรุงก็จะช่วยลดต้นทุนด้านการซ่อมบำรุงลงได้ 20-25% 
 
"มีตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงในต่างประเทศ กรณีวิศวกรปีนขึ้นไปซ่อมหอ flare แล้วประสบเหตุ ก็กดเซนเซอร์ที่พกติดตัวไป สัญญาณก็จะไปแจ้งเตือนในห้องควบคุมทำให้มีคนมาช่วยได้ทัน นอกจากนี้ระบบดิจิตัลโดยเฉพาะชิพยังพัฒนาไปได้ถึงการเก็บข้อมูลพนักงาน และทราบว่าพนักงานเดินอยู่บริเวณใดของโรงกลั่น เพื่อช่วยเหลือหรือดูแลได้ทันท่วงทีด้วย"น.ส.อินทิรา กล่าวยกตัวอย่าง
 
สำหรับเทคโนโลยีดิจิทัล 3 อันดับแรกที่โรงกลั่นน้ำมันจะเลือกใช้ คือ 1. เทคโนโลยีอนาลิติกส์ ซึ่งเป็นระบบที่สามารถเก็บข้อมูลได้หลากหลายและนำมาสร้างเป็นโมเดล เพื่อทำนายว่าโอกาสที่เครื่องจักรจะเสียนั้นเกิดเมื่อไหร่และตรงจุดไหน ช่วยให้การวางแผนซ่อมบำรุงแม่นยำมากขึ้นและลดการสิ้นเปลืองในการจัดซื้ออุปกรณ์ลงได้ และต่อไปห้องควบคุมโรงกลั่นจะสามารถเห็นภาพรวมทั้งหมดว่า เกิดการชำรุงที่จุดใด และทำนายระยะเวลาการซ่อมบำรุงได้ชัดเจนขึ้น 
 
2.เทคโนโลยีความปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อป้องกันการแฮกข้อมูล และ3.เทคโนโลยีโมบิลิตี้ ซึ่งเป็นอุปกรณ์เทคโนโลยีที่เอื้อการทำงานของวิศวกรให้สามารถพกติดตัวในขณะออกปฏิบัติหน้าที่ได้ เช่น เครื่องสำหรับแจ้งศูนย์ควบคุมว่าได้ดำเนินการแก้ไขเครื่องจักรเรียบร้อย เป็นต้น
 
สำหรับโรงกลั่นน้ำมันในประเทศไทยที่มีอยู่ทั้งหมด 6 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าของ เอคเซนเซอร์ ก็มีแนวทางจะพัฒนานำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้มากขึ้นเช่นกัน อย่างไรก็ตามทิศทางโลกในอนาคตจะหันไปสู่พลังงานหมุนเวียน เช่น โซลาร์เซลล์ พลังงานลม และรถยนต์ไฟฟ้า(EV) มากขึ้น ดังนั้นเห็นว่าธุรกิจน้ำมันจะต้องเร่งปรับตัวหันไปลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับรถ EV เช่น ปั๊มชาร์จรถ EV การลงทุนธุรกิจแบตเตอรี่ และการลงทุนธุรกิจอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับพลังงาน เพื่อบริหารความเสี่ยงและปรับตัวให้ทันกับทิศทางพลังงานโลกที่จะเปลี่ยนในอีก 1-2 ปีนี้ 
 
กลับสู่ข่าวทั้งหมด