ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"ปิยสวัสดิ์"ไม่เห็นด้วยรัฐจะเก็บค่าสำรองไฟฟ้ากับโซลาร์รูฟท็อป

  • Date : 19/07/2017, 18:26.
“ปิยสวัสดิ์”ไม่เห็นด้วย  รัฐเตรียมเก็บค่าสำรองไฟฟ้า(Backup Rate)โซลาร์รูฟท็อป แนะให้ปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าฐานรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป  ในขณะที่ปตท.พร้อมลงทุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปผลิตไฟฟ้าใช้เองในปั๊มน้ำมันทั่วประเทศ เพราะคุ้มค่าการลงทุน หลังต้นทุนการผลิตลดลงมามาก
 
นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ประธานกรรมการบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ตอบคำถามสื่อมวลชน ถืงแนวคิดของภาครัฐที่จะมีการจัดเก็บค่าสำรองไฟฟ้า หรือ Backup Rate สำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าใช้เอง  ว่า เป็นเรื่องที่ต้องดูว่ามีเหตุผลหรือไม่  เพราะในข้อเท็จจริงค่าสำรองไฟฟ้านั้นอยู่ในโครงสร้างค่าไฟฟ้าอยู่แล้ว  ซึ่งแทนที่รัฐจะคิดเก็บ อาจจะต้องไปพิจารณาปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ จะเป็นทางออกที่ดีกว่าหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ยังมีประเด็นที่สามารถที่จะถกเถียงกันได้ยาวพอสมควร  ไม่ใช่ว่าอยากจะคิดเก็บค่าแบคอัพ ก็จะเก็บเลย 
 
ทั้งนี้้ นายปิยสวัสดิ์  ตั้งคำถามกลับว่า ทำไมจึงคิดว่าคนที่ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปเพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เอง จะเพิ่มภาระให้คนอื่นๆ ที่ไม่ได้ติด   โดยยกตัวอย่างบ้านของตัวเขาเอง ซึ่งติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เอง ไม่ได้ขายเข้าระบบ และจัดอยู่ในกลุ่มที่คิดอัตราค่าไฟฟ้าแบบทีโอยู  (Time of Use Rate ) ซึ่งมีอัตราค่าไฟฟ้าในช่วงกลางวัน แพงกว่าช่วงเวลากลางคืน  (รัฐต้องการที่ให้คนใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางคืนมากกว่าช่วงกลางวัน เพื่อลดความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีค)ที่มักเกิดในช่วงกลางวัน)   โดยสมมุติว่า บ้านของเขา ใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลากลางวันมากกว่าช่วงกลางคืน  คือช่วงกลางวันสูงสุดประมาณ 20 กิโลวัตต์  ติดโซลาร์รูฟท็อป 5 กิโลวัตต์  เหลือ 15 กิโลวัตต์ที่ต้องซื้อจากระบบมาใช้  ซึ่งส่วนนี้ ในระบบทีโอยูก็ถูกคิดค่าไฟฟ้าในอัตราที่แพงกว่าค่าไฟฟ้าช่วงกลางคืนอยู่แล้ว  โดยอัตราค่าไฟฟ้าแบบทีโอยู ที่เก็บแพงในช่วงกลางวัน  ก็สะท้อนต้นทุนการลงทุนโรงไฟฟ้า ต่างๆ อยู่แล้ว  ดังนั้น การจะมาจัดเก็บ ค่าแบคอัพ อีก จึงจะเป็นการจัดเก็บที่ซ้ำซ้อน  ไม่เป็นธรรมกับผู้ใช้ไฟกลุ่มนี้    
 
ดังนั้นหากรัฐคิดว่าคนที่ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปจะสร้างปัญหา ก็ควรจะไปปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าให้เป็นแบบทีโอยู ไม่ใช่การมาคิดเก็บค่าแบคอัพซ้ำอีก ทั้งนี้โครงสร้างค่าไฟฟ้าฐานที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันนั้น ยังไม่ได้มีการปรับโครงสร้างมานานมากแล้ว  
 
นายปิยสวัสดิ์ ยังยกตัวอย่างอีกว่า  ถ้าจะใช้ตรรกะเดียวกันในเรื่องการจะเก็บค่าแบคอัพ เพราะคิดว่า การไฟฟ้ามีต้นทุนเรื่องของการสร้างโรงไฟฟ้าเพื่อสำรองเอาไว้  ปตท.ซึ่งทำธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน ค้าปลีกน้ำมัน ก็ควรจะต้องเก็บเงินเพิ่มกับ รถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด ที่ใช้ได้ทั้งน้ำมัน และไฟฟ้า เช่นเดียวกัน เนื่องจากก็ต้องสำรองน้ำมันไว้เผื่อรถยนต์กลุ่มนี้  ที่นานๆทีจะเข้ามาเติมน้ำมันที แต่ปตท.คงไม่คิดที่จะทำแบบนั้น  โดยควรจะปรับธุรกิจตัวเองเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นมากกว่า 
 
นายปิยสวัสดิ์ กล่าวว่า  เรื่องโซลาร์รูฟท็อปเป็นเรื่องที่พูดกันมานานมากแล้ว ประมาณ 20 ปี ที่ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าราคาจะถูกลง แต่ก็ยังไม่ลงสักที   แล้วราคาก็เพิ่งมาลงเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ตอนนี้โซลาร์รูฟท็อปเป็นเหมือนของเด็กเล่น ที่ใครๆก็ทำได้  คนก็จะหันมาติดตั้งกันมากขึ้น  เพราะราคาที่ออกมาตอนนี้ กิโลวัตต์ แค่55,000บาท ก็ทำได้แล้ว  โดยในส่วนของปตท. ที่ง่ายสำหรับเรื่องนี้ คือปั๊มปตท.ทั่วประเทศ สามารถที่จะลงทุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปเพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เอง  ก็ถือว่ามีความคุ้มค่ากับการลงทุนแล้ว  เพราะราคาโซลาร์เซลล์ที่ถูกลงมามาก สามารถที่จะทดแทนไฟฟ้าที่ซื้อจากระบบได้  ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นอะไรที่เล็กๆที่อยู่ในทิศทางธุรกิจของปตท.อยู่แล้ว 
 
ทั้งนี้ การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปที่ได้รับความนิยมมากขึ้น จะส่งผลกระทบต่อรายได้ของการไฟฟ้า ซึ่งการไฟฟ้าจะต้องเร่งปรับตัว แต่กรณีที่การไฟฟ้าจะหันไปทำธุรกิจติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปเสียเองนั้น อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญที่ห้ามไม่ให้หน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจดำเนินธุรกิจเพื่อแข่งขันกับเอกชน เช่น เดียวกับ ปตท. ที่จะต้องแยกธุรกิจน้ำมันและค้าปลีก ไปอยู่ภายใต้การจัดตั้งบริษัทใหม่ คือ พีทีทีโออาร์ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและโปร่งใส 
 
กลับสู่ข่าวทั้งหมด