ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พลังงานพร้อมรับฟังเสียงค้านพ.ร.บ.กองทุนน้ำมัน

  • Date : 28/03/2016, 13:41.

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคยื่นหนังสือค้านร่างพ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ให้แก้วัตถุประสงค์เหลือเฉพาะใช้รักษาเสถียรภาพราคา พร้อมกำหนดกรอบวงเงินไม่เกินหมื่นล้านบาท ในขณะที่กระทรวงพลังงานพร้อมเปิดรับฟังทุกความเห็นผ่านเว็บไซต์www.eppo.go.th

เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ 28 มี.ค. 2559 กลุ่มมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคและเครือข่ายปฏิรูปพลังงานเพื่อความโปร่งใส ซึ่งนำโดยน.ส.บุญยืน ศิริธรรม ประธานสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค และกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ภาคประชาชน พร้อมด้วย นายอิฐบูรณ์ อ้นวงษา หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ได้เดินทางมายื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อคัดค้านกระบวนการเปิดประชาพิจารณ์ ร่าง พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ... ของภาครัฐ ที่กำหนดรับฟังความเห็น ผ่านทางเว็บไซต์ www.eppo.go.thระหว่างวันที่ 14 - 28 มี.ค. 2559 พร้อมทั้งต้องการให้เปลี่ยนวัตถุประสงค์กองทุนน้ำมันฯ โดยให้ใช้เพื่อดูแลราคาน้ำมันในสถานการณ์ผันผวนเท่านั้น ไม่ให้ใช้ในวัตถุประสงค์อื่น

ทั้งนี้กระทรวงพลังงานได้มอบหมายให้นายวชิรวิชญ์ บุญสม ผู้อำนวยการกองศึกษาและประสานงานพลังงานนิวเคลียร์ สำนักปลัดกระทรวงพลังงาน เข้ารับมอบหนังสือ เพื่อรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานพิจารณาต่อไป

น.ส.บุญยืน กล่าวว่า การร่างกฎหมายกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ดังนั้นควรเปิดเวทีรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน นอกจากนี้การเขียนกฎหมายให้มีคณะกรรมการกองทุนน้ำมัน ฯ นั้น ไม่ควรปล่อยให้มีการดำรงตำแหน่งแบบผลมีประโยชน์ทับซ้อน เพราะร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวกำหนดให้มีคณะกรรมการบริการกองทุนน้ำมันฯได้ไม่เกิน 18 คนนั้น ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นประธานโดยตำแหน่ง และปลัดกระทรวงพลังงานเป็นรองประธานกรรมการฯ ดังนั้นภาครัฐไม่จำเป็นต้องนำข้าราชการในกระทรวงมาเป็นประธานโดยตำแหน่งอีก 3 คน แต่ควรให้มีตัวแทนจากภาคประชาชนเข้าไปเป็นกรรมการอย่างน้อย 3 คน นอกนั้นเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

นายอิฐบูรณ์ กล่าวว่า ภาคประชาชนต้องการให้ปรับเปลี่ยนวัตถุประสงค์ ร่าง พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันฯ โดยควรกำหนดวัตถุประสงค์ไว้ดูแลรักษาระดับราคาน้ำมันไม่ให้ผันผวนชั่วคราวเท่านั้น ไม่ควรเปิดกว้างไปหลายวัตถุประสงค์ซึ่งจะเป็นช่องทางให้เกิดการทุจริตได้ โดยเฉพาะการเปิดให้นำไปลงทุนไปลงทุนโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน รวมถึงการนำไปใช้ดูแลบรรเทาปัญหาด้านราคาพลังงานให้ผู้มีรายได้น้อย

ทั้งนี้ภาคประชาชนไม่ได้คัดค้านการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย แต่ไม่ควรนำเงินจากกองทุนน้ำมันฯไปใช้ โดยภาครัฐมีเงินจากภาษีสรรพสามิตน้ำมันและภาษีอื่นๆที่เก็บจากประชาชนไป ก็ควรนำเงินส่วนนี้มาช่วยผู้มีรายได้น้อยแทน

นอกจากนี้ร่าง พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันฯจะต้องกำหนดเพดานอัตราจัดเก็บให้เหมาะสม โดยหากนำไปรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันชั่วคราว ก็ควรมีแค่ 1 หมื่นล้านบาทถือว่าเพียงพอ แต่ปัจจุบันมีกว่า 4 หมื่นล้านบาทแล้ว ซึ่งหากเก็บเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ มากก็เป็นภาระให้ประชาชนต้องเสียเงินเพิ่มและไม่ได้รับการลดราคาน้ำมัน แม้ราคาตลาดโลกจะปรับลดลงมากก็ตาม

ด้าน พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ร่างพ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง อยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ ระหว่างวันที่ 14 มี.ค. - 28 มี.ค.2559 เป็นไปตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่ให้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน โดยกระทรวงพลังงานพร้อมรับฟังทุกข้อเสนอและจะรวบรวมเป็นข้อสรุปแนบท้ายร่างกฎหมายเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาก่อนส่งเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ซึ่งในขั้นตอนนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการพิจารณากฎหมายหากไม่เห็นด้วยกับร่างดังกล่าว ยังสามารถปรับปรุงร่างกฎหมายได้

ทั้งนี้กระทรวงพลังงาน ยังยืนยันทำตามวัตถุประสงค์เดิมของร่างกฎหมายฉบับนี้คือ รักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการดำรงชีพของประชาชน ในกรณีเกิดวิกฤติน้ำมันเชื้อเพลิงที่จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานและเศรษฐกิจ รวมทั้งสนับสนุนให้เชื้อเพลิงชีวภาพให้มีส่วนต่างราคาที่สามารถแข่งขันกับน้ำมันเชื้อเพลิงได้ พร้อมทั้งบรรเทาผลกระทบจากการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับผู้มีรายได้น้อยและผู้ด้อยโอกาส

นอกจากนี้ยังช่วยสนับสนุนการลงทุนการสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์ สำหรับป้องกันภาวการณ์ขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อนำมาใช้กรณีวิกฤตน้ำมันเชื้อเพลิง และเพื่อประโยชน์ความมั่นคงทางด้านพลังงาน และ สนับสนุนการลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันเชื้อเพลิงในกิจการของรัฐ สำหรับความมั่นคงทางด้านพลังงาน

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. เห็นด้วยกับร่างพรบ.น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีวัตถุประสงค์หลัก ดูแลราคาน้ำมันไม่ให้ได้รับความผันผวน จากสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลก แต่ที่สำคัญกว่าการดูแลราคาคือ เรื่องของความมั่นคงทางพลังงาน ที่กองทุนนี้สามารถนำเงินไปใช้ลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การเก็บสำรองน้ำมัน ที่รัฐบาลในหลายประเทศได้เข้ามาบริหารจัดการเอง แต่ขึ้นอยู่กับนโยบายและรูปแบบของแต่ละประเทศ ที่จะใช้เม็ดเงินเข้ามาลงทุนอย่างสหรัฐฯและญี่ปุ่น รัฐก็ใช้เงินจากภาษีเข้ามาลงทุน

กลับสู่ข่าวทั้งหมด