ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ซีอีโอ ปตท. เชื่อยานยนต์ไฟฟ้ามาแน่ เตรียมปรับตัวธุรกิจรับมือ

ปตท.เตรียมพร้อมปรับตัวธุรกิจน้ำมันรับมือการเข้ามาของยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต โดยเปลี่ยนปั๊มน้ำมันสู่ธุรกิจค้าปลีกในชุมชน เปลี่ยนโรงกลั่นน้ำมันเป็นการกลั่นเพื่ออุตสาหกรรมปิโตรเคมี ตั้งเป้าแม้ไม่ขายน้ำมัน เพราะคนหันใช้รถยนต์ไฟฟ้า ปตท.ก็ยังเติบโตได้

นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทปตท.จำกัด (มหาชน) ตอบคำถามสื่อมวลชน ถึง ธุรกิจน้ำมันของปตท.จะยังอยู่ได้หรือไม่ ถ้าในอนาคตข้างหน้า คนหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ากันหมด  ว่า การเข้ามาของยานยนต์ไฟฟ้าคงจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแน่ในอนาคต ซึ่ง ปตท. ก็มีการเตรียมความพร้อมที่จะรับมือในสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นแล้ว  และเชื่อว่าหากปั๊ม ปตท. ไม่ได้ขายน้ำมัน ก็จะยังคงดำเนินธุรกิจค้าปลีกให้เติบโตต่อไปได้  ในขณะที่ธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน ก็จะมีการปรับกระบวนการผลิต จากที่เคยกลั่นน้ำมันดิบเป็นน้ำมันสำเร็จรูป  ก็จะเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีแทน

ด้าน นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า พฤติกรรมของคนที่จะเปลี่ยนจากรถที่ใช้น้ำมันมาเป็นรถยนต์ไฟฟ้านั้น  เชื่อว่าคงจะใช้ระยะเวลาพอสมควร อย่างไรก็ตาม ในแผนกลยุทธ์ 5 ปี (2560-2564) ของ ปตท. นั้น ในส่วนของธุรกิจน้ำมัน ก็มีการเตรียมความพร้อมที่จะเข้าสู่ธุรกิจค้าปลีกที่ไม่ใช่น้ำมัน หรือ non-oil มากขึ้น โดยสถานีบริการน้ำมันจากที่เคยเน้นขายผลิตภัณฑ์ ก็จะเปลี่ยนมาเป็นช่องทางการทำธุรกิจร่วมกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต่างๆ และเชื่อมโยงเข้ากับชุมชน (from oil business to business platform)

นอกจากนั้น จะมีการเปลี่ยนกลยุทธ์จากที่เน้นตลาดค้าปลีกในประเทศ หรือ domestic market  ก็จะเน้นขยายไปยังภูมิภาค (regional) และตลาดโลก (global market) มากขึ้น ที่สำคัญ จะการเปลี่ยนรูปแบบกระบวนการทำธุรกิจ จากแบบดั้งเดิม (traditional) มาเป็นรูปแบบดิจิตอล (digital) ที่จะมีการนำเทคโนโลยีด้านไอทีมาวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค และการให้บริการที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคมากขึ้น

ทั้งนี้ ปตท. ได้เริ่มศึกษาวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้ามาตั้งแต่ปี 2554 เพื่อสร้างองค์ความรู้และเตรียมความพร้อมรองรับธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า ปัจจุบัน ปตท. มี PTT EV Station ที่มีเครื่องชาร์จไฟที่ได้มาตรฐานยุโรป (IEC) และมาตรฐานญี่ปุ่น (CHAdeMO) ทั้งหมด 6 แห่ง ได้แก่ อาคาร ปตท. สำนักงานใหญ่  สถาบันวิจัยและเทคโนโลยี ปตท. อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา สถานีบริการน้ำมัน ปตท. สาขาแหลมฉบังขาออก จ.ชลบุรี และสถานีบริการน้ำมัน ปตท. สาขา The Crystal PTT ถ.ชัยพฤกษ์ สถานีบริการน้ำมัน ปตท. สาขาสวัสดิการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (บางนาขาเข้า) และ สถานีบริการน้ำมัน ปตท. สาขาสวัสดิการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (บางนาขาออก) โดยมีแผนที่จะขยายเพิ่มเป็น 20 สถานี ภายในปี 2560

นอกจากนั้น ปตท.ยังขยายความร่วมมือด้านธุรกิจสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า โดยจับมือกับ 2 ค่ายรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น คือ     นิสสัน และมิตซูบิชิ และกับอีก 4 ค่ายรถยนต์ชั้นนำ ประกอบด้วย บีเอ็มดับเบิลยู  เมอร์เซเดส-เบนซ์  ปอร์เช่  และวอลโว่

แนวทางธุรกิจยานยนต์ไฟ้าของ ปตท.

 

ทิศทางธุรกิจของ ปตท. เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง

กลับสู่ข่าวทั้งหมด