ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อนันตพร นำทีม ชูธงชาติไทยในงาน"วันเสมือนวันชาติไทย"ที่Astana Expo 2017

ชูธงชาติไทยใน “อัสตานา เอ็กซ์โป 2017”  จัดใหญ่ ”วันเสมือนวันชาติไทย” ย้ำเอกลักษณ์พลังงานชีวภาพไทยสู่สากล เผยผ่าน20วัน“อาคารศาลาไทย” ติด 1 ใน 5 พาวิลเลียน ยอดนิยมจาก 115 ประเทศทั่วโลก 

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2560 ที่ กรุงอัสตานา สาธารณรัฐคาซัคสถาน สถานที่จัดงาน International Recognized Exhibition หรือ Astana Expo 2017 พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงพลังงาน และนักแสดงตัวแทนประเทศไทย เข้าร่วมงาน”วันเสมือนวันชาติไทย”  ซึ่งจัดขึ้นภายในงาน  โดยได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมชมงานจำนวนมาก  ทั้งนี้นับตั้งแต่มีการเปิดงาน อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา จนถึงวันที่1 กรกฎาคม 2560 อาคารศาลาไทย(Thailand Pavilion)  มียอดผู้เข้าชมสูงถึงประมาณ 110,000 แสนคน หรือคิดเป็น 12% ของผู้เข้าชมทั้งหมด ซึ่งถึอว่าเป็นที่นิยมติดอันดับ 1 ใน5 ของประเทศที่มีผู้เข้าชมมากสุดจากทั้งหมด 115 ประเทศ และทะลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ 10% ของจำนวนผู้เข้าชมทั้งหมด โดยคาดว่าจนถึงวันที่  10 กันยายน  2560 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการจัดงาน จะมีผู้เข้าชมอาคารศาลาไทย ไม่ต่ำกว่า 5 แสนคน

พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ประเทศไทยได้ถ่ายทอดเอกลักษณ์ความเป็นไทยภายใต้แนวคิด “BEATS FROM THE FARM” หรือ ความสนุกสนานที่มาจากฟาร์ม เพื่อสอดคล้องกับแนวคิดของอาคารศาลาไทยซึ่งก็คือ Bioenergy for All ที่แสดงถึงพืชพลังงานที่สามารถปลูกได้จากธรรมชาติ  โดย การจัดแสดงนิทรรศการครั้งนี้จะทำให้ทั่วโลกได้รู้จักประเทศไทยมากขึ้น เพราะอาคารศาลาไทย (Thailand Pavilion) ได้รับการตอบรับอย่างดีจากจำนวนประชาชนที่ไปต่อคิวเข้าชมอาคารศาลาไทยในทุกๆ วัน ตั้งแต่เริ่มเปิดดำเนินการจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งคำชมจากผู้จัดงานว่าเรามีการเตรียมพร้อมในการโชว์ศักยภาพเป็นอย่างดี โดยทางกระทรวงฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดงานวันเสมือนวันชาติไทย ครั้งนี้ จะเป็นการนำเสนอความงดงาม ความหลากหลายทางพลังงานชีวภาพ และพลังงานทดแทนของประเทศไทยที่ได้ยึดถือตามแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระองค์ผู้ทรงเป็น“พระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานไทย” และเป็นต้นแบบในเรื่องปรัชญา“ความพอเพียง” มาใช้เป็นแนวทางในการใช้ทรัพยากรในประเทศที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า โดยมุ่งหวังให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

 ด้านนายธรรมยศ  ศรีช่วย รองปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การสร้างสรรค์อาคารศาลาไทย (Thailand Pavilion) ในครั้งนี้  เพื่อต้องการสื่อให้เห็นถึงการบริหารจัดการด้านพลังงานที่ยั่งยืนของประเทศไทย โดยใช้กลยุทธ์การนำเสนอที่ผสมผสานเน้นสร้างการรับรู้ และความประทับใจให้กับผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมอาคารศาลาไทย อาทิ การเดินสายโรดโชว์ประชาสัมพันธ์การจัดงาน ด้วยเทคนิค VR 360 Thailand Pavilion พร้อมด้วยมาสคอต “น้องพลัง” เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับชาวคาซัคสถานไปยังสถานที่สำคัญๆ ตั้งแต่ก่อนเริ่มงานในเมืองอัลมาตี และเมืองอัสตานาอย่างต่อเนื่อง 
  
“อาคารศาลาไทย” ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการเปิดประตูทางการค้า การลงทุน      และยังถือเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพด้านพลังงานชีวภาพ และพลังงานทดแทนของประเทศไทยในงาน “อัสตานา เอ็กซ์โป 2017” ครั้งนี้ อันจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทยในสายตาชาวต่างชาติรวมทั้งทำให้ต่างชาติรู้จักและเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่งที่สำคัญที่สุดคนไทยทั้งประเทศจะได้ร่วมภาคภูมิใจกับอาคารศาลาไทย (Thailand Pavilion) อีกครั้ง”นาย ธรรมยศ กล่าว

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.)และในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การที่ อาคารศาลาไทยเป็นที่นิยมติดอันดับ 1 ใน5 ของประเทศที่มีผู้เข้าชมมากสุดจากทั้งหมด 115 ประเทศ และทะลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ 10% ของจำนวนผู้เข้าชมทั้งหมดเนื่องจากมีกิจกรรมที่ดึงดูดความสนใจเป็นอย่างมาก ทั้งการแสดงมวยไทย การนวดแผนไทย การแสดงวัฒนธรรมไทย รวมถึงตัวมาสคอต "น้องพลัง"ซึ่งเป็นตัวข้าวโพด ที่ดึงดูดความสนใจของเด็กและผู้เข้าชมงานได้มากถึงวันละ 5,000 คนต่อวัน 

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้าวันที่ 1 ก.ค. 2560  นายทวารัฐ ได้พาคณะข้าราชการและสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมอาคารจัดนิทรรศการของประเทศต่างๆ ที่เข้าร่วม อาทิ  ประเทศมาเลเซียที่เน้นพืชชีวภาพ และก๊าซชีวิภาพจากปาล์ม เป็นพลังงานแห่งอนาคต ส่วนเวียดนาม เน้น พลังงานลม และแสงแดด แต่ก็มีแผนใช้โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคต แต่บางประเทศอย่างรัสเซียยังคงเน้นพลังงานฟอสซิล โดยปัจจุบันได้ศึกษาการนำนิวเคลียร์เป็นเชื้อเพลิงติดตั้งในเรือขนาดใหญ่สำหรับฝ่าแผ่นนำ้แข็งบนขั้วโลกเหนือเพื่อไปสำรวจหาพลังงานน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ขั้วโลกเหนือ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มใช้จริงประมาณปี 2562 เป็นต้น 

โดยในการจัดงานเสมือนวันชาติไทย ในวันที่1ก.ค. ที่ Astana Expo 2017  มีการแสดงนี้จะช่วยสื่อถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติ ผ่านการแสดงทั้งหมด 5 องค์ ประกอบด้วย Introducing Thailand : น้องพลังและประเทศไทย, Thailand Cultural Show : การแสดงสยามนาฏยสังคีตนิทัศน์ จากกระทรวงวัฒนธรรม ได้แก่ ระบำกินนรี การแสดงโขนรามเกียรต์ ตอน “ยกรบ” และหุ่นละครเล็กโจหลุยส์, Thailand and Products from our Farm : การแสดงวิถีชีวิตไทยและพลังงานไทย โดยมีการแสดงพิเศษจาก “น้องขวัญ” น.ส.ปิ่นทิพย์ อรชร  รองนางสาวไทยอันดับ 1 ประจำปี 2559 มาร่วมสร้างสีสันร้องเพลงและแสดง    รำเคียวเกี่ยวข้าวที่แสดงถึงความเป็นไทย, Farming the Energy for All : บทสรุปพลังงานไทย และสุดท้ายกับการแสดง Celebrating the Future Energy : พลังงานอนาคตของฟาร์ม ซึ่งเป็นบทสรุปของพลังงานแห่งอนาคต ที่ผสมผสานกันระหว่างธรรมชาติ เทคโนโลยี ดนตรีไทย และวิถีไทย ที่เข้ากันอย่างลงตัว  อันเป็นการสื่อถึงความสัมพันธ์อันดีที่มีต่อกันในการ่วมพัฒนาพลังงานไปด้วยกัน เพื่อโลกของเรา
 

ข้อมูลเกี่ยวกับอาคารศาลาไทย

สำหรับ​“อาคารศาลาไทย” (Thailand Pavilion) ตั้งอยู่บนพื้นที่ 974.67 ตารางเมตร ประกอบด้วยส่วนแสดง นิทรรศการชั้น 1 ขนาด 740.3 ตารางเมตร และพื้นที่เชิงพาณิชย์ ชั้น 2 ขนาด 234.37 เมตร ภายใต้แนวคิด  “การพัฒนาด้านพลังงานชีวภาพเพื่อมนุษยชาติ (Bioenergy for All)” เพื่อแสดงศักยภาพอันโดดเด่นในการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติของไทยที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาเศรษฐกิจฐานชีวภาพและความก้าวหน้าในการพัฒนาพลังงานทดแทน โดยนำเสนอด้วยรูปแบบ“EDUTAINMENT” หรือการเรียนรู้ ผ่าน 3 ห้องนิทรรศการหลัก ได้แก่ นิทรรศการห้องที่ 1: Our Ways, Our Thai สัมผัสวิถีความเป็นไทย เอกลักษณ์ความงดงามของธรรมชาติ และวัฒนธรรม ควบคู่กับการพัฒนาด้านพลังงานทดแทนในรูปแบบของ  Live Exhibition ควบคู่กับการจัดแสดง และสาธิตทางวัฒนธรรมไทย ที่จะมีการสลับผลัดเปลี่ยนการแสดง ตลอดระยะเวลาการจัดงาน
 
ห้องนิทรรศการที่ 2 : Farming the Future Energy เป็นห้องสรุปเรื่องราวแนวคิดของ อาคารศาลาไทยในรูปแบบเทคนิค 4D ภาพยนตร์ 3 มิติ ซึ่งจะผนวกกับการสร้างสรรค์หุ่นยนต์ Animatronic “น้องพลัง” มาสคอตข้าวโพดในรูปแบบเคลื่อนไหวแบบเสมือนจริง เพื่อเล่าเรื่องราวในห้องทดลองสุดมหัศจรรย์ และการกำเนิดของพลังงานแห่ง อนาคต รวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและคาซัคสถาน และในห้องนิทรรศการสุดท้าย Energy Creation Lab พบการนำเสนอพลังงานชีวภาพ และชีวมวลจากพลังงาน 9 ชนิด ประกอบด้วย ได้แก่ อ้อย ยูคาลิปตัส ยางพารา หญ้าโตเร็ว ข้าว ข้าวโพด มูลสัตว์และของเสีย มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน ในรูปแบบ Interactive Exhibition
 
นอกจากนี้ยังมีส่วนนิทรรศการของหน่วยงานต่างๆ ที่จะแสดงศักยภาพด้านการธุรกิจการลงทุน สินค้าพลังงาน สินค้าหัตถกรรมจากท้องถิ่นไทย วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว สำหรับการจัดแสดงชั้นที่ 2 เป็นพื้นที่รับรองแขกพิเศษ ร้านอาหารไทย โดยบริษัท การบินไทย จำกัด ร้านกาแฟดริปอเมซอน จากบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน)   และพื้นที่สำหรับการจัด Business Matching และ Investment Clinic จาก BOI

(ซ้าย) นายธรรมยศ ศรีช่วย รองปลัดกระทรวงพลังงาน  (กลาง)พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

"น้องพลัง" มาสคอตข้าวโพด ที่ช่วยดึงดูดความสนใจผู้คนให้เข้าชมอาคารศาลาไทย

พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน  ลงนามในสมุดบันทึก วันงานเสมือนวันชาติไทย

ส่วนหนึ่งของชุดการแสดงที่ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงาน

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผอ.สนพ.ซึ่งนำคณะข้าราชการและสื่อมวลชนจากประเทศไทย เข้าชมพาวิลเลียนของประเทศต่างๆที่ร่วมจัดแสดง

กลับสู่ข่าวทั้งหมด