ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เวทีสัมมนา กกพ.“Towards Smart Regulation” เปิดมุมมองผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ

  • Date : 01/07/2017, 17:50.

การประชุมสัมมนาเชิงวิชาการด้านพลังงานระหว่างประเทศ ครั้งที่ 6 ประจำปี พ.ศ. 2560” ภายใต้หัวข้อเรื่อง “Towards Smart Regulation” ซึ่งจัดโดย คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ของไทยเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2560 ที่ โรงแรมพลาซ่า แอทธินี กรุงเทพฯ  ช่วยให้เกิดการแลกปลี่ยนประสบการณ์ที่จะเป็นเทคโนโลยีใหม่ด้านพลังงานในอนาคต ทั้ง โรงไฟฟ้าแบบไฮบริด และระบบSmart Grid  สอดคล้องนโยบาย“Thailand 4.0” และ “Energy 4.0”ของไทย

นายพรเทพ ธัญญพงศ์ชัย ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน กล่าวว่า กกพ. ได้จัดงานประชุมสัมมนาเชิงวิชาการเป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 โดย มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความร่วมมือและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างหน่วยงานกำกับกิจการพลังงานภายใต้กรอบความร่วมมือประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความรู้ ตลอดจนความคิดเห็นระหว่างกลุ่มพันธมิตรด้านพลังงาน ในการพัฒนาการกำกับกิจการพลังงานของประเทศให้มีประสิทธิภาพทัดเทียมระดับสากล    

โดยภายใต้หัวข้อเรื่อง “Towards Smart Regulation” นั้นต้องการให้มีการต่อยอดความคิดและแนวทางในการพัฒนาประเทศให้สอดคล้องตามแนวนโยบาย “Thailand 4.0” และ “Energy 4.0” และเป็นเวทีเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เรียนรู้ ข้อมูลข่าวสาร ตลอดจนองค์ความรู้และข้อเสนอแนะต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการกำกับกิจการพลังงานระหว่างกันของผู้แทนจากทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนจากประเทศสมาชิกเครือข่ายความร่วมมือระหว่างองค์กรกำกับกิจการพลังงานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN Energy Regulators’ Network: AERN) และกลุ่มพันธมิตรจากการประกอบกิจการพลังงานทั้งในและต่างประเทศ

โดยในปีนี้ กกพ. ได้เชิญประเทศสมาชิกเครือข่ายฯ หรือ AERN จำนวนทั้งหมด 9 ประเทศ ได้แก่ บรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว พม่า มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และเวียดนาม ตลอดจนหน่วยงานด้านพลังงานของต่างประเทศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ความร่วมมือขององค์กรทางด้านกิจการไฟฟ้าอาเซียน หรือ Heads of ASEAN Power Utilities/Authorities (HAPUA) คณะกรรมการที่ปรึกษาโครงการเชื่อมโยงโครงข่ายระบบไฟฟ้าของอาเซียน หรือ ASEAN Power Grid Consultative Committee (APGCC) ธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ Asia Development Bank (ADB) องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน หรือ the German International Cooperation (GIZ) เป็นต้น

 สำหรับหัวข้อหลักในการประชุมครั้งนี้ ประกอบด้วย นโยบายในการกำกับดูแลในการปรับเปลี่ยนและการเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ที่ไปสู่ยุค “Thailand 4.0” และ “Energy 4.0” ได้แก่ นโยบายการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle) การพัฒนาระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage)  การพัฒนาและบริหารจัดการพลังงานทดแทนให้มีความเสถียร (Firm Renewable Energy) และการพัฒนา Smart Grid และ Smart City ซี่งจะเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และนำความรู้จากประเทศต่างๆ มาพัฒนาให้เหมาะสมกับบริบทด้านพลังงานของประเทศไทยให้เกิดประโยชน์และประสิทธิภาพสูงสุด

ศาสตราจารย์ ดร. Kurt Rohring จากฝ่าย Energy Economy and Grid Operation แห่งสถาบันพลังงานของเยอรมัน Fraunhofer Institute for Wind Energy and Energy System Technology IWES, Energy System Technology branch of the institute, Germany ซึ่ง บรรยายในหัวข้อ “Renewable Hybrid: Combined Energy Sources and Experience Sharing” ในงานสัมมนานี้ เพื่อแบ่งปันประสบการณ์การนำระบบไฮบริดพลังงานหมุนเวียนมาใช้ โดยชี้ให้เห็นว่าเหตุใดจึงต้องมีโรงไฟฟ้าระบบไฮบริดที่มีการผสมผสานเชื้อเพลิงประเภทต่างๆ  และฉายภาพให้เห็นลักษณะของระบบไฮบริดทั่วไปกับระบบไฮบริดของพลังงานหมุนเวียน รวมถึงนำเสนอให้เห็นแนวโน้มของระบบไฮบริดพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีที่กำลังพัฒนาออกสู่ตลาด รวมถึงแนวทางการดำเนินการเพื่อให้สามารถนำระบบไฮบริดมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิผล

ทั้งนี้ ข้อสรุปส่วนหนึ่งจากการนำเสนอของ ดร. Kurt คือ การใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าทั้ง 100% นั้น ในทางเทคนิคมีความเป็นไปได้ ถ้าสามารถออกแบบการจัดการให้กระบวนการผลิตพลังงานหมุนเวียนและการกักเก็บพลังงานทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ตลอดจนมีโรงไฟฟ้าที่มีความยืดหยุ่น คือ โรงไฟฟ้าrenewable gas หรือโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม อยู่ในระบบ เพื่อสอดประสานการทำงานร่วมกัน โดยมองว่าพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์มีบทบาทที่สำคัญในตลาดพลังงาน และการคาดการณ์ปริมาณลมและปริมาณแสงแดดที่แม่นยำ จะช่วยบริหารความเสี่ยงของโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนและสร้างสมดุลของแหล่งพลังงานได้ อีกทั้งชี้ว่า ระบบผสมผสานพลังงานหมุนเวียน หรือไฮบริดพลังงานหมุนเวียน รวมถึงระบบโรงไฟฟ้าเสมือน (Virtual Power Plant หรือ VPP เป็นระบบการจัดการการจ่ายพลังงานจากแหล่งต่างๆ รวมถึงระบบกักเก็บพลังงาน เทคโนโลยีควบคุมและสั่งการระยะไกลด้วยระบบคอมพิวเตอร์) เป็นปัจจัยสำคัญของโครงสร้างพลังงานในอนาคต ซึ่งจะมีพลังงานทดแทนอยู่ใน สัดส่วนที่สูง

ด้าน นาย David Lane จาก CLEARenergy Limited, Bristol, U.K.ซึ่งบรรยายในหัวข้อ “Smart Grid Development & Demand Response” ได้แบ่งปันประสบการณ์เรื่องระบบสมาร์ทกริด หรือ โครงข่ายอัจฉริยะ ในยุโรป ทั้งในแง่นโยบายและ roadmap ที่เริ่มจากสมาร์ทกริด และนำไปสู่ความเป็นสมาร์ท ซิตี้  หรือ เมืองอัจฉริยะ ในที่สุด

นอกจากนี้ ในเวทีสัมมนา ยังได้มีการนำเสนอประสบการณ์การส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าในญี่ปุ่น โดยนาย Zuioh Ashihara จาก Automotive Division Manufacturing Industry Bureau Electric Vehicle and Advance Technology Office กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน หรือ METI ของญี่ปุ่น ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเวทีอภิปราย ในหัวข้อ “EV’ s Outlook in the Asia-Pacific Region: Policy, Best Practices, Experience Sharing, and Future Market Trend” เพื่อศึกษาทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิค วิเคราะห์แนวนโยบายและการดำเนินการที่ผลักดันให้เกิดการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาค รวมถึงแนวโน้มตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต

นายวีระพล จิรประดิษฐกุล โฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน  กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดีที่มีเวทีในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานจากผู้เชี่ยวชาญของต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม  ประสบการณ์ในเรื่องของโรงไฟฟ้าแบบไฮบริด ของเยอรมัน อาจจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง กับการดำเนินการที่ กกพ.ของไทยกำลังดำเนินการอยู่ เนื่องของระบบของเยอรมันนั้น   System Operator จะลงมาบริหารจัดการทั้งหมด แต่ในส่วนของไทย  กำหนดหลักเกณฑ์ให้ผู้ผลิตไฟฟ้าเป็นผู้บริหารจัดการการผลิตไฟฟ้า ให้เป็นไปตามสัญญา  เช่น ในช่วงพีคไฟฟ้า จะต้องผลิตเพื่อขายไฟเข้าระบบให้ได้ 100% ของสัญญา แต่ในช่วงปกติ หรือออฟพีค  ที่ไม่ต้องการกำลังผลิตไฟฟ้าเพิ่ม  ผู้ผลิตไฟฟ้าจะขายได้ไม่เกิน 65% ของปริมารที่ตกลงกันไว้เป็นต้น

นายพรเทพ ธัญญพงศ์ชัย ประธานกกพ.มอบของที่ระลึกให้ผู้บรรยายบนเวที ศาสตราจารย์ ดร. Kurt Rohring 

นายพรเทพ ธัญญพงศ์ชัย ประะานกกพ. มอบของที่ระลึกให้ผู้บรรยายบนเวที David Lane จาก CLEARenergy Limited, Bristol, U.K.

                 

 

กลับสู่ข่าวทั้งหมด