ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผู้เชี่ยวชาญระบุเชื้อเพลิงชีวภาพยังมีอนาคต

  • Date : 27/03/2016, 12:15.

ผู้เชี่ยวชาญระบุพลังงานทดแทนจากอ้อย,มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมันยังมีอนาคตท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ตกต่ำโดยกำลังจะมีการผลักดันพ.ร.บ.พลังงานทดแทน มารองรับการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 หัวข้อ การสัมมนา “ยุทธศาสตร์ทางรอดการพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพในภาวะราคาน้ำมันตกต่ำ “ (Bio-Fuel in the Age of Low-Oil price: Surviving  Strategy ภายในงานประชุมและนิทรรศการนานาชาติพลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนแห่งเอเซีย2559 หรือเซต้า2016 เมื่อวันที่25 มี.ค.2559 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการจัดงาน ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมสัมมนาเต็มห้องประชุม

พลเรือตรี ดร.สมัย ใจอินทร์  ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายผลิต อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานทดแทน ซึ่งบรรยายในหัวข้อดังกล่าว  เปิดเผยว่า การพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพในส่วนของไทยทั้งในส่วนของเอทานอล จากอ้อย มันสำปะหลัง และไบโอดีเซล จากปาล์มน้ำมัน ยังคงมีแนวโน้มที่ดี แม้ว่าในช่วงสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบที่ตกต่ำ จนเอทานอล หรือไบโอดีเซลมีราคาสูงกว่าเนื้อน้ำมัน  เนื่องจากรัฐยังคงมีนโยบายสนับสนุน   โดยในส่วนของอ้อยนั้นมีพ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย ที่ช่วยเหลือเกษตรกรและโรงงานน้ำตาล จึงเป็นพืชพลังงานที่มีการบริหารจัดการแบบสองขา คือเป็นทั้งอาหาร และเป็นทั้งพลังงาน  ในขณะที่มันสำปะหลัง  ก็มีมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย ที่ช่วยพัฒนาผลผลิตต่อไร่ให้เพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งมีโรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลัง ที่นำวัตถุดิบมันสำปะหลังไปใช้ในภาคอุตสาหกรรม นอกเหนือจากจากนำมาผลิตเป็นเอทานอล

สำหรับปาล์มน้ำมัน ที่ยังมีปัญหาเรื่องของซัพพลายที่ล้นตลาด หรือบางช่วงมีการขาดแคลนจนต้องนำเข้าจากมาเลเซีย นั้น ก็เป็นพืชพลังงานที่มีการบริหารจัดการแบบสองขา คือเป็นได้ทั้งอาหารและพลังงาน เช่นเดียวกัน ซึ่งปัจจุบันคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติที่ตนเป็นกรรมการอยู่ กำลังนำเสนอแนวทางที่จะจัดตั้งกองทุนปาล์มน้ำมัน และการมีทำสต็อคของน้ำมันปาล์มที่เป็นcommercial stock   เพื่อเป็นกลไกในการช่วยเหลือเกษตรกร   ทั้งนี้มีการคาดการณ์ด้วยว่าในอนาคตปาล์มน้ำมันที่ผลิตได้ในประเทศจะไม่เพียงพอกับความต้องการใช้ จึงจะต้องมีการส่งเสริมให้มีการปลูกปาล์มน้ำมันเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ ที่ควรจะเปลี่ยนสวนยางพารา มาเป็นสวนปาล์มน้ำมันแทน

“การที่รัฐบาลสนับสนุนพืชพลังงานที่มีศักยภาพและสามารถบริหารจัดการแบบสองขา คือเป็นได้ทั้งอาหาร  อุตสาหกรรมและเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ อย่างอ้อย มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมัน นั้นถือเป็นทิศทางที่ถูกต้อง เพราะเกิดประโยชน์ทั้งเกษตรกรผู้ปลูก และผู้ประกอบการโรงงาน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจตั้งแต่ต้นทางไปถึงปลายทาง เช่นอ้อยส่วนหนึ่งก็ส่งไปผลิตเป็นน้ำตาล ส่วนหนึ่งก็ผลิตเป็นเอทานอล  กากหรือชานอ้อยก็ไปผลิตไฟฟ้าที่ได้รับการสนับสนุนค่าไฟฟ้าในรูปของแอดเดอร์ หรือฟีดอินทารีฟ ทำให้กลายเป็นรายได้สำคัญของกลุ่มโรงงานน้ำตาล  ซึ่งการที่รัฐมีนโยบายสนับสนุนพลังงานทดแทนที่เป็นพืชพลังงาน  จะสร้างผลดีต่อเศรษฐกิจและสังคมได้ดีว่า การส่งเสริมโซลาร์เซลล์ ที่ผู้ได้รับประโยชน์ เป็นผู้ลงทุนและผู้นำเข้าอุปกรณ์เท่านั้น “พลเรือตรีดร.สมัย กล่าว

พลเรือตรีดร.สมัย กล่าวด้วยว่า  สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) กำลังพิจารณาร่างพ.ร.บ.พลังงานทดแทน  ที่จะมีกลไกมารองรับการบริหารจัดการพลังงานทดแทน ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง โดยเฉพาะ ซึ่งหากมีการผ่านกฏหมายออกมาบังคับใช้แล้ว ก็เชื่อว่า การส่งเสริมพลังงานทดแทนในประเทศโดยเฉพาะที่เป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ  จะดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น  

 

กลับสู่ข่าวทั้งหมด