ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บูรณาการ4กระทรวงแก้ปัญหาปาล์มน้ำมันทั้งระบบ

 ปลัดพลังงาน"อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม" เปิดแถลงข่าว เตรียมหารือ 4 กระทรวงบูรณาการแก้ปัญหาปาล์มทั้งระบบ ระบุสถานการณ์ปาล์มล้นตลาดในปัจจุบันกำลังจะคลี่คลาย หลังกระทรวงพลังงานเพิ่มสัดส่วนผลิตไบโอดีเซลจาก B5 เป็นB7 พร้อมให้ผู้ค้าช่วยซื้อเก็บสต๊อกเพิ่มเป็น 100 ล้านลิตร ขณะโรงกลั่นและโรงสกัดกำลังรวมตัวเพื่อส่งออก โดยปัญหายังไม่ถึงขั้นที่จะต้องรับซื้อน้ำมันปาล์มนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าในโรงไฟฟ้ากระบี่ เหมือนที่ผ่านมา

นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการร่วมกันแก้ไขปัญหาปาล์มน้ำมันของประเทศ ดังนั้นปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้องทั้ง 4 กระทรวง คือกระทรวงพลังงาน กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงอุตสาหกรรม จึงเตรียมประชุมหารือกันใน อีก2-3 สัปดาห์นี้เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาปาล์มน้ำมันทั้งระบบ เช่น การบริหารจัดการวัตถุดิบทั้งระบบ Supply Chain ตั้งแต่การผลิต การจัดเก็บ จนถึงการจำหน่าย การกำกับหรือควบคุมจำนวนโรงสกัดให้มีจำนวนที่เหมาะสมกับความต้องการใช้ของประเทศ  รวมไปถึงการพัฒนาตามศักยภาพผู้ผลิตให้สามารถแข่งขันกับตลาดในต่างประเทศได้ เป็นต้น

สำหรับสถานการณ์ปาล์มน้ำมันในขณะนี้ ยังมีปริมาณที่ล้นตลาดอยู่ 1.8 แสนตัน หรือคิดเป็น 207 ล้านลิตร (ข้อมูล ณ สิ้นเดือนพ.ค. 2560 ของกรมการค้าภายใน) หรือมีปริมาณสต็อคอยู่ที่ 4.3 แสนตัน จากปกติสต๊อกควรอยู่ระดับ 2.5 แสนตัน ทั้งนี้เบื้องต้นกระทรวงพลังงานได้ช่วยดูดซับน้ำมันปาล์มในตลาดแล้ว โดยเพิ่มสัดส่วนผสมน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ 100% หรือ ไบโอดีเซล B100 ในน้ำมันดีเซลหมุนเร็วจาก B5 มาเป็นB7 (มีผลตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค. 2560) ซึ่งสามารถดูดซับน้ำมันปาล์มได้ 10% หรือประมาณ 20 ล้านลิตรต่อเดือน รวมทั้งขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 ให้สต๊อกไบโอดีเซลเพิ่มขึ้นจาก 50 ล้านลิตร ซึ่งคาดว่าสิ้นเดือนมิ.ย. 2560 นี้จะสต๊อกเพิ่มเป็น 80 ล้านลิตร สามารถดูดซับน้ำมันปาล์มได้อีก 25% ของน้ำมันปาล์มที่ล้นตลาด โดยมีเป้าหมายให้สต๊อกให้ถึง 100 ล้านลิตรภายในสิ้นเดือน ส.ค. 2560 หรือช่วยดูดซับปาล์มที่ล้นตลาดได้ 30%

นอกจากนี้ ทางกระทรวงพาณิชย์แจ้งว่า ทางโรงกลั่นและโรงสกัดน้ำมันปาล์มอยู่ระหว่างรวมตัวกันเพื่อส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยคลี่คลายสถานการณ์น้ำมันปาล์มล้นตลาดได้ ประกอบกับขณะนี้ผลผลิตปาล์มเริ่มลดลงตั้งแต่ปลายเดือนมิ.ย. 2560 นี้ เนื่องจากตามฤดูกาลปาล์มน้ำมันจะสูงในช่วงเดือน  มี.ค. – พ.ค.ของทุกปี และจะลดลงเรื่อยๆ

นายอารีพงศ์ กล่าวด้วยว่า  การแก้ไขปัญหาปาล์มน้ำมันล้นตลาด ยังไม่ถึงขั้นที่จะนำน้ำมันปาล์มมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้ากระบี่ เหมือนที่เคยดำเนินการมาก่อนหน้านี้  เนื่องจากสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ประกอบกับขั้นตอนการขออนุมัติใช้น้ำมันปาล์มผลิตไฟฟ้านั้นต้องใช้เวลานาน จึงไม่ทันต่อสถานการณ์  ดังนั้นจึงไม่มีนำเสนอแนวทางนี้ เพื่อขออนุมัติต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นประธาน

ด้านนายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานยังอยู่ระหว่างการศึกษาการใช้ไบโอดีเซล B10 ซึ่งเบื้องต้น ยังมีปัญหาของการเกิดเป็นไขในช่วงอุณหภูมิเย็น ส่งกระทบต่อประสิทธิภาพเครื่องยนต์ ทำให้ค่ายรถยนต์ยังเป็นกังวลต่อผลกระทบดังกล่าว ประกอบกับรถยนต์เก่ายังไม่สามารถใช้ B10 ได้ หากประกาศใช้จะทำให้ผู้ใช้รถบางกลุ่มไม่สามารถใช้ B10 ได้ จึงต้องศึกษาอย่างรอบคอบก่อน

สำหรับเป้าหมายการส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลของประเทศไทยนั้น กระทรวงพลังงานกำหนดให้เพิ่มการใช้เป็น 14 ล้านลิตรต่อวันในปี 2579 จากปัจจุบันมียอดการใช้อยู่ 4 ล้านลิตรต่อวัน

“รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานบอกไม่อยากให้การผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลเป็นภาระต่อประชาชน ดังนั้นถ้าราคาน้ำมันปาล์มและน้ำมันดีเซลใกล้เคียงกันก็ผสมได้ แต่ถ้าราคาห่างกันมากและนำมาผสมก็จะส่งผลให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มแพงกว่าปกติได้ ดังนั้นการผสมก็ควรให้ราคาทั้งไบโอดีเซลและดีเซลใกล้เคียงกันก่อน ซึ่งปัจจุบันราคาใกล้กันอยู่” นายวิฑูรย์ กล่าว

  

กลับสู่ข่าวทั้งหมด