ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โฆษก กฟผ.ประสานปตท.เหตุแหล่งก๊าซJDA–A18 ขัดข้อง คาดใช้เวลาซ่อม3วัน

  • Date : 24/06/2017, 23:31.

โฆษก กฟผ. แจงเหตุโรงไฟฟ้าจะนะ หยุดจ่ายไฟ เกิดจากแหล่งก๊าซ JDA–A18 ขัดข้อง เบื้องต้นประสาน ปตท.คาดว่าใช้เวลาซ่อมประมาณ 3 วัน  โดยขอความร่วมมือประชาชนภาคใต้ช่วยกันประหยัดการใช้ไฟฟ้าในช่วงดังกล่าวจนกว่าสถานการณ์คลี่คลาย

นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการประจำสำนักผู้ว่าการ ในฐานะโฆษกการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แจ้งว่า วันนี้ ( 24 มิถุนายน 2560) เวลาประมาณ 15.00 น. ได้รับแจ้งจาก ปตท.ว่า เกิดเหตุขัดข้องทำให้จำเป็นต้องหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติจากแหล่ง JDA–A18 ส่งผลให้ โรงไฟฟ้าจะนะ เครื่องที่ 1 ขนาดกำลังผลิต 710 เมกะวัตต์ ต้องปรับเปลี่ยนไปใช้น้ำมันดีเซลแทน และต้องหยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าจะนะ เครื่องที่ 2 ขนาดกำลังผลิต 766 เมกะวัตต์ ซึ่งอยู่ระหว่างการปรับปรุงให้ใช้น้ำมันดีเซลในการเดินเครื่องแทนก๊าซธรรมชาติได้ ส่งผลให้ กฟผ. ต้องเร่งปรับแผนการจ่ายไฟ เพื่อให้ประชาชน ภาคการท่องเที่ยว และธุรกิจอุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคใต้มีไฟฟ้าใช้อย่างเพียงพอกับความต้องการใช้ไฟฟ้าภาคใต้ที่ 2,350 เมกะวัตต์

เบื้องต้นคืนนี้(24มิ.ย.)ช่วงเวลา 18.00 – 22.00 น. จ่ายไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าจะนะ เครื่องที่ 1 ซึ่งเมื่อปรับไปใช้น้ำมันดีเซลจะจ่ายไฟได้สูงสุด 650 เมกะวัตต์ ส่วนที่เหลือได้ประสานซื้อไฟฟ้าจากประเทศมาเลเซียจำนวน 300 เมกะวัตต รวมทั้งประสานให้โรงไฟฟ้าขนอมเดินเครื่องเพิ่มเป็น 920 เมกะวัตต์ เพื่อจ่ายไฟมาช่วยเสริมระบบอีกส่วนหนึ่ง

นอกจากนี้ ได้สั่งเดินเครื่องโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนรัชชประภา เขื่อนบางลาง รวมถึงเพิ่มการส่งไฟฟ้าจากภาคกลาง 200 – 300 เมกะวัตต์ มาช่วยอีกส่วนหนึ่งด้วย ทั้งนี้ หากภาคใต้ไม่มีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มสูงกว่าปัจจุบันหรือมีเหตุการณ์อื่นมากระทบเพิ่มอีก เชื่อว่าจะสามารถรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของภาคใต้ ซึ่งอยู่ที่ระดับประมาณ 2,350 เมกะวัตต์ ได้อย่างเพียงพอ อย่างไรก็ตามต้องขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนในภาคใต้ช่วยกันประหยัดการใช้ไฟฟ้าในช่วงที่หยุดดังกล่าวจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

นายสหรัฐ กล่าวด้วยว่า ทุกครั้งที่เกิดเหตุขัดข้องหรือหยุดซ่อมบำรุงแหล่งก๊าซธรรมชาติ กฟผ. จำเป็นต้องหยุดเดินครื่องโรงไฟฟ้าจะนะบางส่วน หรือหากสายส่งไฟฟ้าที่เชื่อมโยงระหว่างภาคกลางกับภาคใต้ เกิดขัดข้อง จะทำให้กระทบกับการจ่ายไฟฟ้าของภาคใต้ ดังนั้น ภาคใต้จึงควรต้องมีแหล่งผลิตไฟฟ้าหลักเพิ่มเติม เพื่อลดความเสี่ยงและช่วยให้ระบบไฟฟ้าภาคใต้มีความมั่นคงเพียงพอกับความต้องการใช้ไฟฟ้าทั้งในปัจจุบันและในอนาคต

 

กลับสู่ข่าวทั้งหมด