ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กฟผ.ยันไม่ได้เป็นผู้เสนอจัดเก็บค่าไฟฟ้าสำรอง

กฟผ.ชี้แจงข่าวคลาดเคลื่อน ไม่เคยเสนอเก็บค่าไฟฟ้าสำรอง ย้ำจุดยืนการสนับสนุนพลังงานหมุนเวียน โดยให้มีค่าไฟฟ้าเหมาะสมเป็นธรรม

ตามที่เมื่อวันที่21 มิถุนายน 2560 เว็บไซต์ศูนย์ข่าวพลังงาน(Energy News Center ) ได้นำเสนอข่าว โดยมีหัวข้อข่าวว่า" ชงกกพ.เรียกเก็บเงินผู้ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปผลิตไฟฟ้าเพื่อความเป็นธรรมกับผู้ใช้ไฟปกติ" ซึ่งทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่า กฟผ.เป็นผู้ที่เสนอให้คณะกรรมการกำกับกิจการ(กกพ.) มีการจัดเก็บค่าระบบสำรองไฟฟ้า(Backup Rate) ในอัตรา100-200บาทต่อเดือน นั้น

ทางผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์การ ซึ่งทำการแทนผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ได้มีหนังสือ ลงวันที่22มิถุนายน 2560 ชี้แจงข้อเท็จจริงมายังบรรณาธิการศูนย์ข่าวพลังงาน โดยมีเนื้อหา ระบุว่า

"ตามที่ศูนย์ข่าวพลังงาน(เว็บไซต์ Energy News Center )ประจำวันพุธที่ 21พฤษภาคม 2560 นำเสนอข่าว "กฟผ. ชงกกพ.เรียกเก็บเงินผู้ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปผลิตไฟฟ้าในอัตรา100-200 บาทต่อเดือน เพื่อความเป็นธรรมกับผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไปที่ซื้อไฟจากระบบ" ซึ่งข่าวดังกล่าวไม่ถูกต้องและคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่ามีผู้ติดตามข่าวดังกล่าวเป็นจำนวนมาก และแสดงความคิดเห็นเชิงลบ ซึ่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของกฟผ. และขอให้ให้ทางศูนย์ข่าวพลังงานได้ชี้แจงข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง
และเผยแพร่ให้สาธารณชนได้ทราบต่อไป

 

ทางศูนย์ข่าวพลังงาน(เว็บไซต์ Energy News Center ) จึงนำเสนอข่าวชี้แจงจากทางโฆษกการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)ดังนี้

นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี โฆษก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ยืนยัน กฟผ. ไม่ได้เสนอการเก็บค่าไฟฟ้าสำรองต่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ตามที่มีประเด็นข่าวว่า กฟผ. ได้เสนอเรื่องให้ กกพ. จัดเก็บค่าระบบสำรองไฟฟ้า (Backup Rate) ที่ 100 - 200 บาท/เดือน สำหรับผู้ที่ผลิตไฟฟ้าใช้เอง แต่ยังคงพึ่งพาไฟฟ้าจากระบบไฟฟ้าของประเทศ

 กฟผ. ขอชี้แจงว่า กฟผ. มิได้เสนอการเก็บค่าไฟฟ้าสำรอง ต่อ กกพ. ตามข่าว ที่มาของประเด็นดังกล่าว สืบเนื่องมาจากการสัมมนาสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2560 เรื่อง “นวัตกรรม กฟผ. 4.0” ซึ่ง กฟผ. ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์พลังงานไฟฟ้าของประเทศในการสัมมนาว่า ปัจจุบันพลังงานแสงอาทิตย์ได้รับความนิยม และมีราคาถูกลง ทำให้ผู้บริโภคทั่วโลกสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองได้มากขึ้น มีผลให้รูปแบบความต้องการไฟฟ้าในแต่ละวันเปลี่ยนแปลงไป โดยในช่วงเย็นหลังพระอาทิตย์ตกดิน ความต้องการไฟฟ้าจะสูงมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ทุกประเทศจึงต้องเตรียมระบบรองรับไว้ เช่น การลงทุนโรงไฟฟ้าสำรองหรือแบตเตอรี่สำรองที่สามารถจ่ายไฟฟ้าได้อย่างรวดเร็ว เฉพาะช่วงที่ไม่มีแดดหรือในช่วงเย็น เป็นต้น ซึ่งจะมีผลทำให้ราคาค่าไฟฟ้าสูงขึ้น ซึ่งในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา เดนมาร์ก นิวซีแลนด์ ได้นำวิธีการต่าง ๆ มาใช้ รวมทั้งการคิดค่าไฟฟ้าสำรองสำหรับผู้ใช้รายใหญ่หรือรายย่อยที่ผลิตไฟฟ้าใช้เอง เพื่อการลงทุนโรงไฟฟ้าสำรองดังกล่าว แม้แต่ประเทศไทยในปัจจุบัน ก็มีการเก็บค่าไฟฟ้าสำรองสำหรับผู้ที่มีเครื่องปั่นไฟฟ้าใช้เอง แต่ยังต้องการใช้ไฟฟ้าสำรองจากระบบด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม กกพ. กำลังพิจารณาศึกษา “อัตราค่าไฟฟ้าสำรอง” ที่เหมาะสมสำหรับผู้ติดตั้งโซลาร์รูฟท๊อปว่าขนาดกำลังผลิตติดตั้งเท่าใดจึงจะเข้าข่ายต้องถูกเรียกเก็บ

“กฟผ. ในฐานะรัฐวิสาหกิจที่ดูแลระบบไฟฟ้าของประเทศ ยืนยันสนับสนุนพลังงานหมุนเวียน เพื่อให้เกิดการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ เช่น การพัฒนาพลังงานหมุนเวียนที่มีความเสถียร หรือไฮบริด  โดยจัดทำแผนระยะยาว 20 ปี นอกจากนี้ จะมีการเตรียมระบบไฟฟ้ารองรับในการที่ประชาชนจะผลิตไฟฟ้าแสงอาทิตย์ใช้เอง เช่น การมีแบตเตอรี่สำรอง โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ การสร้างระบบส่งไฟฟ้ารองรับในพื้นที่ต่าง ๆ  รวมทั้งการพัฒนาระบบสมาร์ทกริด มาช่วยการบริหารจัดการระบบไฟฟ้า เป็นต้น เพื่อให้ระบบไฟฟ้ายังมีความมั่นคง และมีค่าไฟฟ้า เหมาะสมเป็นธรรมกับผู้ใช้ไฟฟ้าในภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจ และประชาชนทั่วไป” โฆษก กฟผ. กล่าวในที่สุด

 

กลับสู่ข่าวทั้งหมด