ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กฟผ.พร้อมลงนามสัญญาร่วมวิจัย EV Kit & Blueprint Project กับNECTEC 21มิ.ย.นี้

กฟผ.พร้อมลงนามสัญญาร่วมวิจัยพัฒนาและวิศวกรรม กับ NECTEC ในโครงการวิจัยพัฒนาชุดประกอบรถไฟฟ้าดัดแปลงและคู่มือการดัดแปลง(EV Kit &Blueprint Project) ในวันที่21 มิ.ย. 2560 นี้

ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน (Energy News Center –ENC ) รายงานว่า  พิธีลงนามสัญญาร่วมวิจัยพัฒนาและวิศวกรรมใน โครงการวิจัยพัฒนาชุดประกอบรถไฟฟ้าดัดแปลงและคู่มือการดัดแปลง(EV Kit &Blueprint Project)ระหว่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) กับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็คทรอนิกส์แคอมพิวเตอร์แห่งชาติ(NECTEC) สำนักงงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.)จัดขึ้นที่ ห้องประชุม201  อาคารสำนักผู้ว่าการ กฟผ.สำนักงานใหญ่  จ.นนทบุรี  โดยมีดร.จิราพร ศิริคำ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิจัยและพัฒนา(อจพ.) ของกฟผ. เป็นผู้กล่าวรายงานถึงความสำคัญของโครงการ โดยที่มีนายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการกฟผ. นายพฤหัส วงศ์ธเนศ รองผู้ว่าการนโยบายและแผน กฟผ. และดร. ศรัณย์ สัมฤทธิ์เดชขจร ผู้อำนวยการNECTEC ร่วมพิธีลงนาม

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้  ดร.จิราพร ศิริคำ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารวิจัยและพัฒนา กฟผ. เคยให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน ว่า กฟผ.ได้เริ่มศึกษานำรถยนต์ใช้แล้วมาดัดแปลงเป็นรถยนต์ไฟฟ้า(EV) ระยะที่ 2 ระหว่างปี 2560-2562 โดยนำรถยนต์ 4 คันจาก 2 รุ่นที่ประชาชนใช้กันมากมาดัดแปลง ได้แก่ Nissan Almera และ Toyota Altis ที่คาดว่าจะวิ่งได้ไกล ประมาณ200-300กิโลเมตร ต่อการชาร์จไฟฟ้า 1 ครั้ง   ซึ่งหากเทคโนโลยีแบตเตอรี่มีการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นคาดว่าจะวิ่งได้ไกลขึ้น อาจจะถึง400- 500 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟฟ้า 1 ครั้ง 

โครงการดังกล่าว กฟผ. ได้พัฒนาร่วมกับทางNECTEC  ด้วยงบประมาณ 60 ล้านบาท โดย กฟผ.ออก 25 ล้านบาท และสวทช.ออก 35 ล้านบาท โดยเป็นการศึกษาต้นแบบอุปกรณ์ดัดแปลง EV conversion Kit ต้นทุนไม่เกิน 2 แสนบาทต่อคัน ในระยะเวลา 2 ปี 

ทั้งนี้ หากเฟส 2 ประสบความสำเร็จ ก็จะพัฒนาสู่ เฟส 3 คึอ การพัฒนาให้เกิดศูนย์ดัดแปลงรถ EV รวมถึงถ่ายทอดเทคโนโลยี ในการผลิตอุปกรณ์ EV conversion Kit ให้กับผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมหรือผู้ที่สนใจ เบื้องต้นจะคัดเลือกอาสาสมัครจากบริษัทรถยนต์ หรือ อู่รถยนต์ 3 แห่งมาดำเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยีพร้อมมอบพิมพ์เขียวซึ่งเป็นวิธีการดัดแปลงรถใช้แล้วให้เป็นรถ EV ฟรี เพื่อดำเนินการเชิงพานิชย์ต่อไป และหลังจากนั้นจะเผยแพร่แบบมีค่าลิขสิทธิ์ 

กลับสู่ข่าวทั้งหมด