ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เตรียมออกกฎหมายคุมโรงงานเอสเอ็มอีให้มีมาตรการประหยัดพลังงาน

พพ.เล็งคุมโรงงานเอสเอ็มอี ให้มีมาตรการประหยัดพลังงาน  โดยจะร่วมมือกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม ร่างกฎหมาย เพื่อบังคับใช้ ให้เกิดความคาดชัดเจนในปีหน้า  แต่ในช่วงเริ่มต้น จะส่งเสริมโรงงานเอสเอ็มอี ต้นแบบนำร่องเพื่อสร้างความเชื่อมั่น

นายประพนธ์ วงษ์ท่าเรือ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.) เปิดเผยว่า พพ. เตรียมมาตรการขยายการควบคุมการประหยัดพลังงานไปสู่กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม ที่เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม(SME) ทั่วประเทศที่มีจำนวนกว่าแสนรายเป็นครั้งแรก เนื่องจากกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมดังกล่าวมีการใช้พลังงานโดยรวมในสัดส่วนที่สูง 

โดยมาตราการดังกล่าว พพ. จะร่วมมือกับ กรมโรงงานอุตสาหกรรม(กรอ.) ในการออกกฎหมาย ให้โรงงานอุตสาหกรรมเอสเอ็มอี ที่ตั้งใหม่ต้องมีมาตรการประหยัดพลังงาน รวมไปถึงโรงงานเก่าที่ดัดแปลง ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่จะออกมาด้วย ทั้งนี้การออกกฎหมายดังกล่าวอยู่ระหว่างการหาแนวทางที่เหมาะสม  ซึ่งคาดว่าจะเกิดความชัดเจนในปี 2561


อย่างไรก็ตามในขั้นตอนก่อนที่จะออกกฎหมายมาบังคับใช้ พพ.จะมีมาตรการส่งเสริมด้านการเงิน เพื่อจูงใจผู้ประกอบการโรงงานที่เป็นเอสเอ็มอี ก่อน  จากนั้นจึงจะมีการออกประกาศของ กรอ.เกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงานที่ไม่เป็นภาระต่อประชาชน โดยจะมีการจัดทำโครงการโรงงานต้นแบบที่แสดงให้เห็นถึงการอนุรักษ์พลังงานและเกิดการประหยัดพลังงานได้จริง   และขั้นตอนสุดท้ายจะเป็นการออกกฎหมายมาตรฐานประสิทธิภาพพลังงานของโรงงานอุตสาหกรรม(Factory Energy Code)อย่างชัดเจนที่ต้องปฏิบัติตามต่อไป 
    
นอกจากนี้ พพ.ยังอยู่ระหว่างการออกกฎหมาย "ร่างกฎหมายเกณฑ์มาตรฐานการอนุรักษ์พลังงานในอาคาร"  บังคับให้อาคารสร้างใหม่และอาคารดัดแปลงซึ่งที่มีเนื้อที่ 10,000 ตารางเมตร ขึ้นไปต้องออกแบบให้เกิดการประหยัดพลังงานให้ได้ขั้นต่ำ 10% เมื่อเทียบกับอาคารแบบเดิม คาดว่ามีผลบังคับใช้เร็วๆนี้ 

สำหรับ ความคืบหน้าในการปรับแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก(AEDP)นั้น  นายประพนธ์ กล่าวว่า  พพ. กำลังเร่งดำเนินการเพื่อให้เสร็จตามกรอบระยะเวลาใน 2-3 เดือนนี้ที่กระทรวงพลังงานกำหนดไว้ โดยคาดว่าเดือน ก.ย. 2560 จะดำเนินการเสร็จ เบื้องต้นจะปรับเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจาก 20% เป็น 40% ภายในปี 2579 

ส่วนแผนอนุรักษ์พลังงาน(EEP)นั้น พพ.กำลังพิจารณาความเหมาะสมว่า จำเป็นต้องปรับใหม่หรือไม่ จากปัจจุบันที่กำหนดให้เกิดการอนุรักษ์พลังงานให้ได้ 30% ภายในปี 2579 ใน 7 ประเภทเป้าหมาย อาทิ กลุ่มอาคารโรงงาน กลุ่มภาคขนส่ง การประหยัดพลังงานของลูกค้าการไฟฟ้าต่างๆ การส่งเสริมมาตรการปิดสลากเบอร์5 และมาตรการส่งเสริมทางการเงินสำหรับการประหยัดพลังงาน เป็นต้น 

กลับสู่ข่าวทั้งหมด