ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เร่งจุฬาฯสรุปแผนศึกษาโซลาร์รูฟท็อปเสรีรอบใหม่ภายใน ส.ค.นี้

  • Date : 08/06/2017, 20:35.
กระทรวงพลังงาน เร่งจุฬาฯ สรุปแผนศึกษาโซลาร์รูฟท็อปเสรีรอบใหม่ภายในส.ค.นี้ ก่อนเดินหน้าโครงการจริงปลายปี 2560 ระบุยังไม่ได้ข้อสรุปชัดเจนว่า จะเปิดรับซื้อไฟฟ้าเข้าระบบหรือไม่ เผยกรณีถ้าไม่เปิดรับซื้อจริง ภาครัฐอาจใช้มาตรการลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาแทน ชี้โครงการโซลาร์ในอนาคตต้องเปิดประมูลเหมือนพลังงานหมุนเวียนชนิดอื่น
 
นายสุรีย์ จรูญศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.) เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานเร่งให้จุฬาลงกรณ์ลงกรณ์มหาวิทยาลัยสรุปผลการศึกษาการเปิดโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา(โซลาร์รูฟท็อป)เสรีที่จะเปิดรอบใหม่ ให้เสร็จภายในเดือนส.ค. 2560 นี้ ซึ่งต้องศึกษาทั้งเรื่องปริมาณเมกะวัตต์ที่เหมาะสมจะเปิดรับ สายส่งไฟฟ้าที่จะรองรับ ผลกระทบต่อระบบการจำหน่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้า เป็นต้น เพื่อให้สามารถเดินหน้าโครงการได้ภายในปลายปี 2560 นี้  ทั้งนี้เนื่องจากประชาชนกดดันให้กระทรวงพลังงานเปิดโซลาร์รูฟท็อปเสรีโดยเร็ว 
 
อย่างไรก็ตามสาระสำคัญต้องมีการพิจารณาว่า โซลาร์รูฟท็อปเสรีจะเปิดรับซื้อไฟฟ้าเข้าระบบหรือไม่ หากรับซื้อจะต้องเป็นราคาต่ำเพื่อไม่จูงใจให้เกิดการผลิตเพื่อจำหน่ายเป็นหลัก แต่ต้องผลิตเพื่อใช้เองเป็นหลักส่วนเกินจึงจะส่งขายเข้าระบบ แต่หากไม่รับซื้อไฟฟ้า ทางภาครัฐก็ต้องให้การสนับสนุนที่มีแรงจูงใจเพียงพอให้ประชาชนติดตั้ง เช่น การอนุญาตให้นำเงินลงทุนโซลาร์รูฟท็อปเสรีมาหักลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาได้ เป็นต้น 
 
“ปัจจุบันต้นทุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปสำหรับกลุ่มบ้านเรือนอยู่ที่ 5-6 หมื่นบาทต่อกิโลวัตต์ ส่วนโรงงานมีต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 4 หมื่นบาทต่อกิโลวัตต์   ดังนั้นการส่งเสริมโซลาร์รูฟท็อปเสรี ระหว่างกลุ่มบ้านเรือนกับกลุ่มโรงงานต้องต่างกัน เนื่องจากปัจจุบันกลุ่มโรงงานนอกจากจะมีศักยภาพผลิตได้มากทำให้ต้นทุนต่ำแล้ว ยังได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(BOI) สามารถนำเงินลงทุนไปลดหย่อนภาษีนิติบุคคลได้ ขณะที่กลุ่มบ้านเรือนมีต้นทุนการผลิตที่สูงกว่า จึงต้องได้รับการสนับสนุนที่แตกต่างกัน ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา แต่มาตรการส่งเสริมนั้นจะต้องไม่มีผลกระทบต่อภาพรวมของค่าไฟฟ้าประชาชนด้วย” 
 
นายสุรีย์ กล่าวว่า นอกจากนี้กระทรวงพลังงานยังอยู่ระหว่างการจัดทำแผนพลังงานหมุนเวียนรายภูมิภาค โดยมอบหมายให้ 7 มหาวิทยาลัย เป็นแม่ข่ายให้การศึกษาแผนดังกล่าว อาทิ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นต้น ซึ่งต่อไปจะทราบว่าจะกำหนดแผนส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนแต่ละภาคอย่างไร โดยกำหนดให้เสร็จก่อนปี 2561 นี้  รวมทั้งการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ต่อไปอาจต้องเป็นระบบการประมูลเช่นเดียวกับพลังงานหมุนเวียนชนิดอื่นด้วย
กลับสู่ข่าวทั้งหมด