ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โซลาร์ฟาร์มAdder8บาทต่อหน่วยคุ้มทุนแล้ว กระทรวงพลังงานยันไม่ช่วยอุดหนุนอีก

รัฐมนตรีพลังงาน ยืนยันผู้ผลิตโซลาร์ฟาร์มที่ได้รับ Adder 8 บาทต่อหน่วย ซึ่งจะหมดสัญญาการอุดหนุนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า จะไม่ได้รับการช่วยเหลือเพิ่ม  ด้านปลัดพลังงานระบุ เอกชนได้ผลตอบแทนคุ้มค่าการลงทุนไปแล้ว ที่เหลือต้องจ่ายไฟฟ้าให้ครบตามสัญญา   ในขณะที่ผู้ประกอบการโซลาร์ฟาร์มรายใหญ่ ของประเทศ แนะรัฐเริ่มต้นเปิดรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการโซล่าร์รูฟท็อปเสรีแบบจำกัดจำนวน  พร้อมตรวจสอบมาตรฐานแผงป้องกันปัญหาไฟไหม้  เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบทั้งวงการ

พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน  เปิดเผยในระหว่างการเดินทางไปเยี่ยมชมโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี  ของบริษัท พัฒนาพลังงานธรรมชาติ จำกัด(NED)  เมื่อวันที่2 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า  การสนับสนุนผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนภาคพื้นดิน(โซล่าร์ฟาร์ม)ด้วยระบบ "ให้เงินส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า หรือ adder  ในอัตรา8 บาทต่อหน่วย ที่จะครบกำหนดสัญญากลุ่มแรกในปี2561  นั้น กระทรวงพลังงานคงจะปล่อยให้หมดสัญญาไปตามกฎเกณฑ์ เนื่องจากขณะนี้กระทรวงพลังงานได้เปลี่ยนมาส่งเสริมในรูปแบบ " การให้เงินสนับสนุนตามต้นทุนที่แท้จริง หรือ ฟีดอินทารีฟ(FiT)" แทนแล้วซึ่งสะท้อนต้นทุนการผลิตโซล่าเซลล์ได้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพราะขณะนี้ต้นทุนแผงโซล่าร์เซลล์ได้พัฒนาเทคโนโลยีไปมากแล้วและมีต้นทุนลดลง หากยังสนับสนุนในอัตราสูงต่อไปจะส่งผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าโดยรวมของประเทศให้สูงขึ้น  โดย กระทรวงพลังงานจำเป็นต้องพิจารณาถึงผลกระทบรวมต่อประเทศเป็นหลักก่อน 

ในขณะที่ นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวเสริมว่า โครงการโซลาร์ฟาร์มที่จะหมดสัญญาการสนับสนุนค่าไฟฟ้าในระบบadder กลุ่มแรกนั้น ทางกระทรวงพลังงานจะไม่มีการต่ออายุการสนับสนุนใดๆ ให้เพราะถือว่าเอกชนที่เข้าร่วมโครงการแต่แรก มีความคุ้มทุนแล้ว  ซึ่งระยะเวลาหลังจากนี้ที่จะต้องจ่ายไฟฟ้าจนครบสัญญาโดยได้รับอัตราค่าไฟฟ้าปกตินั้น  เป็นเรื่องของภาคเอกชนที่จะต้องดำเนินธุรกิจต่อไปตามสัญญา

นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และในฐานะโฆษกกพ.  กล่าวว่า โครงการโซลาร์ฟาร์มที่ได้รับAdder ในอัตรา 8 บาทต่อหน่วย เป็นระยะเวลา 10 ปีนั้น นั้นจะเริ่มครบ กลุ่มแรกในปี 2561 และจากนั้นจะทยอยครบกำหนดจนหมดหลังปี 2563 เป็นต้นไป  ซึ่งการครบกำหนดดังกล่าวจะส่งผลให้หยุดการให้เงิน adder สนับสนุนการผลิตไฟฟ้า และจะมีผลดีต่อภาระค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ(Ft) ลดลงด้วย

อย่างไรก็ตามปัจจุบันโครงการโซล่าร์ฟาร์มทั้งหมดที่เข้าระบบมีอยู่ 2,627 เมกะวัตต์ เป็นของผู้ประกอบการ 466 ราย ซึ่ง กกพ.ต้องเข้าไปตรวจสอบข้อมูลก่อนว่าในกลุ่มนี้มีโครงการที่ได้รับ adder 8 บาทต่อหน่วย มีทั้งหมดกี่ราย และเป็นปริมาณไฟฟ้าเท่าไหร่ เพื่อสรุปว่าจะช่วยลดค่า เอฟที ได้มากน้อยเพียงใด 

ปัจจุบันโครงการพลังงานหมุนเวียนส่วนใหญ่โดยเฉพาะโครงการโซลาร์ฟาร์ม ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ และกลายเป็นภาระค่าไฟฟ้าถึง 21 สตางค์ต่อหน่วย หรือคิดเป็นเงินที่นำไปสนับสนุน 13,500 ล้านบาทต่อ 4 เดือน" 

ด้าน นายไชยวุฒิ แสงปรีดีกรณ์ ผู้จัดการโรงไฟฟ้าลพบุรีโซล่าร์ บริษัท พัฒนาพลังงานธรรมชาติ จำกัด(NED) กล่าว ว่าโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์หรือโซลาร์ฟาร์มของบริษัท นั้นอยู่ในกลุ่มที่ได้รับ adder 8 บาทต่อหน่วย  มาตั้งแต่ปี 2554 และจะครบสัญญาในปี 2564  ซึ่งจะไม่ได้รับผลกระทบอะไรภายหลังหมดสัญญาการช่วยเหลือเรื่องadder  จากภาครัฐ แต่กำไรอาจลดลงเพราะขายไฟฟ้าได้ในราคาทั่วไปประมาณ 3 บาทต่อหน่วย โดยจะยังดำเนินการขายไฟฟ้าเข้าระบบตามสัญญา 25 ปี  

ส่วนกรณีที่ภาครัฐจะหันมาเน้นการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าบนหลังคา(โซล่าร์รูฟท็อป)แบบเสรีนั้น เห็นว่าในช่วงเริ่มต้นภาครัฐควรทยอยดำเนินการด้วยการจำกัดปริมาณก่อน เพื่อให้ระบบสายส่งและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้เตรียมพร้อมปรับตัว รวมทั้งต้องมีการตรวจสอบมาตรฐานแผงโซล่าร์เซลล์อย่างเหมาะสม เพราะหากเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้บ้านเพราะแผงโซล่าร์เซลล์เพียงแห่งเดียวก็จะทำให้ธุรกิจโซล่าร์เซลล์ทั้งวงการได้รับผลกระทบทั้งหมด 

สำหรับ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของบริษัทNED  ถือเป็นโรงไฟฟ้าที่ใช้เทคโนโลยีแผงโซลาร์แบบฟิล์มบาง ที่มีขนาดใหญ่ติดอันดับโลก โดยติดตั้งมากกว่า 640,000 แผง บนพื้นที่กว่า 1,400 ไร่ มีกำลังการผลิตทั้งหมด 84เมกะวัตต์ โดยได้รับการสนับสนุนทางด้านการเงินและที่ปรึกษาโครงการจากธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) ได้รับใบรับรองมาตรฐานมงกุฎไทยในฐานะผู้ดำเนินโครงการกลไกการพัฒนาที่สะอาด ตามกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 

กลับสู่ข่าวทั้งหมด