ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กกพ.แยกตรวจคุณสมบัติโซลาร์ฟาร์มราชการและสหกรณ์ฯพร้อมประกาศผล14มิ.ย.นี้

  • Date : 29/05/2017, 11:19.

“กกพ.” เปิดรับยื่นคำขอและตรวจคุณสมบัติเจ้าของโครงการ “โซลาร์ฟาร์ม” หน่วยงานราชการและสหกรณ์ภาคการเกษตร 29 พ.ค. ถึง 2 มิ.ย. นี้ โดยจะแยกตรวจสอบคุณสมบัติ เจ้าของโครงการก่อน หวัง ร่นระยะเวลาการพิจารณาให้เร็วขึ้น  พร้อมประกาศผลผู้ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติในวันที่ 14 มิ.ย.2560 เพื่อเข้าสู่กระบวนการจับสลากในวันที่ 26 มิ.ย. 2560  

 นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน และในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า มั่นใจว่าการแยกกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติเจ้าของโครงการ และผู้ร่วมลงทุนหรือผู้สนับสนุนโครงการออกจากกัน  ในขั้นตอนแรกของการพิจารณา และตรวจสอบคุณสมบัติหน่วยงานราชการ และสหกรณ์ภาคการเกษตร ที่เข้ายื่นเรื่องเพื่อขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าในโครงการ จะทำให้ระยะเวลาและขั้นตอนการพิจารณามีความรวดเร็วมากขึ้น ไม่ทำให้ส่งผลกระทบต่อกำหนดและระยะเวลาการพัฒนาพลังงานด้านอื่นๆ ภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าขอประเทศไทย หรือแผน PDP 2015 อีกด้วย

 “ที่ผ่านมาในเฟสแรก เราเปิดให้ยื่นตรวจสอบคุณสมบัติผู้ที่ประสงค์จะเป็นเจ้าของโครงการและผู้สนับสนุนโครงการ พร้อมกันในคราวเดียว ทำให้ใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบนาน แต่ในเฟสสอง เราจะเปิดให้ยื่นเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติเฉพาะเจ้าของโครงการเป็นอันดับแรก และให้เข้าสู่กระบวนการจับสลากเพื่อรับสิทธิ์และ กกพ. จะทำการจองสายป้อนเชื่อมโยงระบบไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย (Feeder) ให้ ก่อนที่จะหาผู้ร่วมลงทุนของหน่วยงานราชการ หรือผู้สนับสนุนโครงการของสหกรณ์ภาคการเกษตร เพื่อตรวจสอบในรายละเอียดของคุณสมบัติและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จะมีผลให้พิจารณาได้เร็วขึ้น”นายวีระพล กล่าว
         

ทั้งนี้ กกพ. ได้กำหนดระยะเวลาให้หน่วยราชการ และสหกรณ์ภาคการเกษตร เข้ายื่นคำขอเป็นเจ้าของโครงการเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติ ได้ตั้งแต่วันที่ 29 พ.ค. ถึงวันที่ 2 มิ.ย. 2560 เวลา 08.30 – 17.00 น. ณ บริเวณอเนกประสงค์ ชั้น G (บริเวณหน้าร้านภูฟ้า) อาคารจัตุรัสจามจุรี ถนนพญาไท กรุงเทพฯ ทั้งนี้ จะมีการตรวจสอบคุณสมบัติ และประกาศผลผู้ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติในวันที่ 14 มิ.ย.2560 เพื่อเข้าสู่กระบวนการจับสลากในวันที่ 26 มิ.ย.2560  

โดย ในการกำหนดการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้น สำหรับส่วนราชการเข้ายื่นเพื่อเป็นเจ้าของโครงการ  นั้น  เบื้องต้น จะต้องเป็นส่วนราชการที่รัฐจัดตั้งขึ้นและวัตถุประสงค์เพื่อการผลิตไฟฟ้าตามการตีความของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนสหกรณ์ภาคการเกษตรจะต้องมีที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ของสหกรณ์ภาคการเกษตร หรือหากเป็นพื้นที่เช่าจะต้องเช่าจากสมาชิกสหกรณ์ ไม่อนุญาตให้ใช้ที่ราชพัสดุ หรือที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม หรือส.ป.ก. 4-01 อย่างไรก็ตาม หากต้องการทราบรายละเอียดในคำชี้แจงเกี่ยวกับการดำเนินโครงการเพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ของสำนักที่ www.erc.or.th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 02-207-3502 หรือ 1204

สำหรับโครงการโซลาร์ฟาร์ม เฟสที่ 2 จำนวน 219 เมกะวัตต์ แบ่งออกเป็นส่วนราชการ ยื่นขอได้ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ รวมจำนวน 100 เมกะวัตต์ และสหกรณ์ภาคการเกษตรรวม  119 เมกะวัตต์ แยกเป็นภาคเหนือ    19 เมกะวัตต์ ตะวันออกเฉียงเหนือ 50 เมกะวัตต์ และภาคใต้จำนวน 50 เมกะวัตต์ ซึ่งจะมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านเม็ดเงินลงทุนใหม่อีกไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านบาท ภายใต้กรอบเวลาที่พร้อมจะจ่ายกระแสไฟฟ้า เชิงพาณิชย์ (SCOD) ได้ภายในวันที่ 30 ธ.ค. 2561 ซึ่งคาดว่า จะมีผู้มายื่นเป็นเจ้าของโครงการไม่น้อยกว่า 1,500 ราย


  เจ้าหน้าที่สำนักงาน กกพ. เปิดรับยื่นคำขอและตรวจคุณสมบัติเจ้าของโครงการ “โซลาร์ฟาร์ม”

  หน่วยงานราชการและสหกรณ์ภาคการเกษตร  29 พ.ค. - 2 มิ.ย. นี้                                                

กลับสู่ข่าวทั้งหมด