ข่าวที่เกี่ยวข้อง

น้ำมันร่วงหลังโอเปกขยายเวลาลดผลิตแค่ 9 เดือน แต่คาดราคาจะปรับขึ้นครึ่งปีหลัง

ราคาน้ำมันในตลาดโลกร่วงแรงเกือบ 5% เมื่อคืนวันพฤหัสที่ผ่านมา ภายหลังกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ หรือ โอเปก และพันธมิตรนอกกลุ่มที่นำโดยรัสเซีย ตกลงขยายเวลามาตรการลดกำลังการผลิตออกไปอีก 9 เดือน ซึ่งน้อยกว่าที่ตลาดคาดหวัง อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าราคามีโอกาสไต่กลับขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ เมื่อสต็อกน้ำมันลดระดับลง

สมาชิกโอเปก 14 ประเทศ และพันธมิตรนอกกลุ่มอีก 10 ประเทศ บรรลุข้อตกลงร่วมกันอย่างเป็นทางการในการประชุมที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เมื่อวันพฤหัสบดี (25 พ.ค. 2560) หรือเช้ามืดวันศุกร์ที่ 26 พ.ค. 2560 ตามเวลาในประเทศไทย เห็นชอบขยายเวลาการลดกำลังการผลิตออกไปอีก 9 เดือน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 จนถึงสิ้นเดือน มีนาคม 2561 จากเดิมที่มาตรการดังกล่าวจะยุติลงในสิ้นเดือน มิ.ย. นี้ โดยเป็นความพยายามของกลุ่มผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลกที่จะยกระดับราคาน้ำมัน ซึ่งเผชิญภาวะตกต่ำมาตลอดสามปี

อย่างไรก็ตาม การขยายเวลามาตรการลดกำลังการผลิตออกไปถึงแค่ มี.ค. ปีหน้า สร้างความผิดหวังให้แก่ตลาด เนื่องจากต่างคาดหวังให้โอเปกและพันธมิตรขยายเวลาการลดกำลังการผลิตออกไปให้นานกว่านี้ หรือถึงกลางปี 2561 ทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดซื้อขายล่วงหน้าในยุโรปและสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงเกือบ 5%  โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ตกลง 2.60 เหรียญสหรัฐฯ   มาอยู่ที่ 51.36 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เมื่อคืนวันพฤหัสที่ผ่านมา ส่วนราคาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส  ร่วงลงไป 2.58 เหรียญสหรัฐฯ  มาอยู่ที่ 48.82 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ทั้งนี้ กลุ่มโอเปกและพันธมิตร ได้บรรลุความตกลงครั้งสำคัญร่วมกันเมื่อเดือน พ.ย. 2559 ที่ผ่านมา โดยร่วมกันดำเนินมาตรการลดกำลังการผลิตเพื่อจำกัดปริมาณน้ำมันที่ล้นตลาดและเป็นสาเหตุหลัดที่กดดันราคา อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวที่เริ่มตั้งแต่ 1 ม.ค. 2560 ยังไม่สามารถขจัดปริมาณน้ำมันส่วนเกินที่ล้นตลาดออกไปได้ เป็นผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังคงถูกกดดันจากปริมาณผลผลิตและสต็อกที่ยังอยู่ในระดับสูง

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จาก Wood Mackenzie มีความเห็นว่า การปรับตัวลงของราคาตลาดครั้งนี้ ค่อนข้างจะเกินความเป็นจริง (overreaction) เนื่องจากมองว่าตลาดกำลังเข้าสู่ภาวะสมดุลมากขึ้นในไตรมาสที่สามและสี่ของปี

ทั้งนี้ Wood Mackenzie คาดว่า หลังการลดกำลังการผลิตของโอเปก ปริมาณผลผลิตในตลาดจะเพิ่มขึ้นอยู่ที่วันละ 200,000 บาร์เรลต่อวัน ในขณะที่ความต้องการอยู่ที่ 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน  ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า สต็อกจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งจะช่วยยกระดับราคาขึ้น โดย Wood Mackenzie คาดว่าราคาน้ำมันดิบในครึ่งปีหลังจะอยู่ที่ราว 55 เหรียญต่อบาร์เรล

กลับสู่ข่าวทั้งหมด