ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไทยเนื้อหอมหลายประเทศรุกเจรจาขายLNG

  • Date : 22/05/2017, 16:30.

“อารีพงศ์”ชี้ไทยเนื้อหอม หลายประเทศรุกเจรจาขายLNG  ในขณะที่มอบปตท.เจรจาหารือซื้อLNGจากนอร์เวย์ วันที่26มิ.ย.2560นี้ย้ำต้องได้ต้นทุนราคาที่ไม่แพง 

นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานได้มอบหมายให้บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) เป็นผู้เจรจาหลักในการหารือซื้อขายก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG)จากนอร์เวย์ ในวันที่ 26 มิ.ย. 2560 นี้  ซึ่งการจะซื้อ หรือร่วมทุนธุรกิจ LNG ระหว่างกันนั้น จะต้องอยู่บนพื้นฐานต้นทุนราคาที่ไม่แพง และความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นจะต้องได้รับการอนุมัติจากกระทรวงพลังงานก่อน
อย่างไรก็ตามการจัดหา LNG เป็นแนวทางหนึ่งที่กระทรวงพลังงานให้ความสำคัญตามแนวทางเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสภาวะวิกฤติก๊าซธรรมชาติปี 2564-2566 ที่ก๊าซฯในอ่าวไทยจะหายไปราว 2 ล้านตัน กระทบพลังงานไฟฟ้า 13,623 ล้านหน่วย หรือ เทียบเท่าโรงไฟฟ้า 1,700 เมกะวัตต์
กระทรวงพลังงาน จึงมีนโยบายให้ ปตท.ในฐานะผู้จัดหา LNG จัดทำแผนซื้อ LNG โดยกระจายแหล่งเพิ่มขึ้นและเน้นสัญญาระยะยาว เพื่อความมั่นคงด้านพลังงานและไม่กระทบต่อต้นทุน

 "ปัจจุบัน ปตท.มีแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสร้างคลังรับ-จ่าย LNG เพื่อรองรับ LNG นำเข้า ซึ่งกระทรวงพลังงานไม่ได้ดูแค่ความพร้อมของการสร้าง แต่จะดูถึงแหล่งที่มาในการจัดซื้อ LNG ด้วย ซึ่งจะทยอยเพิ่มแหล่งจัดซื้อที่ไม่ใช่มีแค่รายเดิมๆ เพื่อไม่ให้กระทบต่อต้นทุนค่าไฟฟ้าในอนาคต" นายอารีพงศ์ กล่าวว่า

นายอารีพงศ์ กล่าวว่า ขณะนี้ ผู้ค้า LNG ต่างประเทศ ให้ความสนใจเสนอขาย LNG ให้กับประเทศไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงการจัดงานโตเกียวแก๊ส มีผู้ค้าจากหลายประเทศเข้ามาเจรจากับไทย ซึ่งขณะนี้ไทยอยู่ระหว่างพิจารณาความเหมาะสมในการจัดหาแอลเอ็นจีให้เพียงพอกับความต้องการใช้ในประเทศ

สำหรับแนวทางการบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติและ LNG เพื่อความมั่นคงซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ มีมติให้ความเห็นชอบไปเมื่อวันที่8ธ.ค.2559 ที่ผ่านมาตามที่กระทรวง กระทรวงพลังงานนำเสนอนั้น  ได้มีการทบทวนและปรับประมาณการความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติตามแผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ พ.ศ. 2558 – 2579 (Gas Plan 2015) ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ความต้องการใช้ในประเทศ โดยคาดว่า ในปี 2579 ความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติจะอยู่ที่ระดับ 5,062 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ประมาณการไว้ตามแผน PDP 2015 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 4,344 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ในขณะที่การจัดหาก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยจะมีปริมาณลดลงในอนาคต ส่งผลทำให้ประเทศไทยจำเป็นต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เพิ่มขึ้น โดยคาดว่า ในปี 2565 ความต้องการการนำเข้าจะอยู่ที่ประมาณ 17.4 ล้านตันต่อปี ซึ่งเพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมอยู่ที่ 13.5 ล้านตันต่อปี ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2559 และในช่วงปลายแผน คือ ในปี 2579 ความต้องการการนำเข้า LNG จะเพิ่มสูงขึ้นถึง 34 ล้านตันต่อปี จากประมาณการเดิมอยู่ที่ 31 ล้านตันต่อปี ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการปรับแผนโครงสร้างพื้นฐานและการจัดหา LNG ในระยะยาวของประเทศ ให้สอดคล้องและสามารถรองรับความต้องการใช้และการจัดหาที่เพิ่มมากขึ้นตามที่คาดการณ์ไว้

โดย ที่ประชุม กพช. รับทราบการปรับปรุงประมาณการความต้องการใช้และแผนจัดหาก๊าซธรรมชาติตามแผน Gas Plan 2015 ที่ปรับปรุงใหม่ข้างต้น พร้อมเห็นชอบโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการจัดหา/นำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG Receiving Facilities) ดังนี้

 1) โครงการ LNG Receiving Terminal แห่งใหม่ จ.ระยอง [T-2] ที่มอบหมายให้บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เป็นผู้ดำเนินโครงการ ให้ดำเนินการขยายกำลังการแปรสภาพ LNG เพื่อให้สามารถรองรับการนำเข้า LNG ที่เพิ่มขึ้นตามการคาดการณ์ความต้องการ LNG ในอนาคต จากเดิม 5 ล้านตันต่อปี เป็น 7.5 ล้านตันต่อปี ประมาณการเงินลงทุนรวม 38,500 ล้านบาท และกำหนดส่งก๊าซธรรมชาติได้ภายในปี 2565

2) โครงการ Floating Storage and Regasification Unit (FSRU) ในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน เพื่อรองรับการจัดหา LNG ในอนาคต รองรับการใช้ก๊าซฯ ของโรงไฟฟ้าพระนครใต้และโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ และเพิ่มการแข่งขันธุรกิจจัดหา LNG ในอนาคต ขนาด 5 ล้านตันต่อปี ประมาณการเงินลงทุนรวม 24,500 ล้านบาท และกำหนดส่งก๊าซธรรมชาติได้ภายในปี 2567 โดยมอบหมายให้ กฟผ. เป็นผู้ดำเนินการ และรายงานความก้าวหน้าการดำเนินโครงการฯ เป็นระยะ

 3) โครงการ Floating Storage and Regasification Unit (FSRU) ในประเทศเมียนมา เพื่อทดแทนการผลิตก๊าซฯจากพม่าที่จะหมดไปในอนาคต และกระจายความเสี่ยงในการจัดหาก๊าซฯ โดยกระจายไปฝั่งตะวันตก เพื่อลดการพึ่งพาการจัดหาจากฝั่งตะวันออก ขนาด 3 ล้านตันต่อปี กำหนดส่งก๊าซธรรมชาติได้ภายในปี 2570 โดยมอบหมายให้ ปตท. ไปดำเนินการศึกษาในรายละเอียดให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 พฤษภาคม 2560 และนำเสนอผลการศึกษาต่อ กบง. ต่อไป

กลับสู่ข่าวทั้งหมด