ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นอร์เวย์เล็งขายLNGให้ไทย

นอร์เวย์สนใจขายก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG)ให้กับไทย ในขณะที่กระทรวงพลังงานของไทยขอเงื่อนไขให้ปตท.เข้าไปมีส่วนร่วมในการลงทุนในแหล่งผลิตเพื่อสร้างองค์ความรู้ด้านLNGให้มากขึ้นเนื่องจากในอนาคตไทยจะต้องนำเข้าLNG เข้ามาทดแทนก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยที่จะลดปริมาณลง พร้อมเปิดเวทีให้ นอร์เวย์แสดงศักยภาพด้านLNG วันที่26มิ.ย.นี้ที่กระทรวงพลังงาน

พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงการเดินทางไปยังประเทศนอร์เวย์ เมื่อวันที่19พ.ค.2560 ที่ผ่านมาและได้มีการพบปะหารือกับ Ms.Elisabeth Berge ปลัดกระทรวงปิโตรเลียมและพลังงานของนอร์เวย์ ว่า ทางนอร์เวย์ ซึ่งมีการค้นพบปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติในประเทศจำนวนมากและมีการส่งออกในรูปของก๊าซธรรมชาติเหลวหรือLNG  โดยเพราะส่งขายให้ประเทศยุโรปเป็นหลัก ได้แสดงความสนใจที่จะขายLNG ให้กับประเทศไทย ด้วย  ทั้งนี้ไทยเองที่มีความจำเป็นจะต้องนำเข้าLNG มากขึ้นในอนาคตเพื่อทดแทนก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยที่จะลดปริมาณลง ก็พร้อมที่จะให้มีการเริ่มต้นเจรจา  แต่ต้องพิจารณาดูทั้งเรื่องของราคา การขนส่ง รวมทั้งเงื่อนไขที่จะให้ ปตท.เข้าไปร่วมถือหุ้นในแหล่งผลิต  เนื่องจากปตท.ควรจะต้องมีองค์ความรุ้ที่ครบวงจร ตั้งแต่การผลิต การค้า LNG ด้วย จากเดิมที่เป็นแต่เพียงเฉพาะผู้ซื้อเท่านั้น

โดยกระทรวงพลังงานของไทยและทางสถานฑูตนอร์เวย์  จะจัดเวทีให้ทางผู้ผลิตLNGของนอร์เวย์ ได้มาแสดงศักยภาพด้านการผลิตและการค้าLNG โดยเฉพาะในวันที่26มิ.ย.นี้ ที่กระทรวงพลังงาน  

นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ รองอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติในฐานะรองโฆษกกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ปัจจุบันการใช้พลังงานของนอร์เวย์ ในด้านไฟฟ้านั้น กว่า90% เป็นการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ในขณะที่นอร์เวย์มีการค้นพบปริมาณสำรองทั้งน้ำมันและก๊าซจำนวนมาก  ทำให้นอร์เวย์กลายเป็นประเทศนอกกลุ่มโอเปก ที่มีการส่งออกน้ำมันดิบ มากเป็นอันดับสองของโลก รองจากรัสเซีย เพราะความต้องการใช้ในประเทศมีไม่มาก  โดยผลิตน้ำมันดิบได้มากถึงวันละเกือบ2ล้านบาร์เรล  ในขณะที่ก๊าซธรรมชาติที่ค้นพบมีการส่งออกทางท่อส่งก๊าซไปขายให้กับประเทศในกลุ่มยุโรป กว่า25% ของความต้องการใช้  ส่วนประเทศที่อยู่ไกลออกไป ก็ส่งออกในรูปของก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG  ซึ่งการที่ไทยมีแนวโน้มจะต้องมีการนำเข้าLNG จำนวนมากขึ้น  จึงเป็นประเทศเป้าหมายที่นอร์เวย์ให้ความสนใจ

ทั้งนี้เมื่อวันที่8ธ.ค.2559 คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) ได้เห็นชอบตามที่กระทรวงพลังงานเสนอให้มีการทบทวนและปรับประมาณการความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติตามแผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ พ.ศ. 2558 – 2579 (Gas Plan 2015) ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ความต้องการใช้ในประเทศ โดยคาดว่า ในปี 2579 ความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติจะอยู่ที่ระดับ 5,062 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ประมาณการไว้ตามแผน PDP 2015 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 4,344 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ในขณะที่การจัดหาก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยจะมีปริมาณลดลงในอนาคต ส่งผลทำให้ประเทศไทยจำเป็นต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เพิ่มขึ้น โดยคาดว่า ในปี 2565 ความต้องการการนำเข้าจะอยู่ที่ประมาณ 17.4 ล้านตันต่อปี ซึ่งเพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมอยู่ที่ 13.5 ล้านตันต่อปี ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2559 และในช่วงปลายแผน คือ ในปี 2579 ความต้องการการนำเข้า LNG จะเพิ่มสูงขึ้นถึง 34 ล้านตันต่อปี จากประมาณการเดิมอยู่ที่ 31 ล้านตันต่อปี ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการปรับแผนโครงสร้างพื้นฐานและการจัดหา LNG ในระยะยาวของประเทศ ให้สอดคล้องและสามารถรองรับความต้องการใช้และการจัดหาที่เพิ่มมากขึ้นตามที่คาดการณ์ไว้

กลับสู่ข่าวทั้งหมด