ข่าวที่เกี่ยวข้อง

GPSC รุกธุรกิจ Energy storage

GPSC รุกธุรกิจ Energy storage ชงบอร์ดตั้งโรงงานในไทยเร็วๆนี้ มั่นใจธุรกิจเติบโตเหนือคู่แข่งจากการพัฒนาเทคโนโลยีที่ลดต้นทุนได้ถึง 50% พร้อมชะลอการลงทุนหลายโครงการในอินโดฯ จนกว่าคดีฟ้อง ปตท.สผ. เรื่องน้ำมันรั่ว จะยุติ

นายเติมชัย บุนนาค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC เปิดเผยว่า GPSC อยู่ระหว่างหาผู้ร่วมทุนในการลงทุนธุรกิจระบบกักเก็บพลังงาน (Energy storage) และรายละเอียดการลงทุนเพื่อเสนอเข้าคณะกรรมการ (บอร์ด) GPSC โดยเร็วที่สุด หากได้รับการอนุมัติ จะสามารถตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่ในไทย และดำเนินธุรกิจให้บริการ Energy storage ทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยจะเน้นให้บริการในพื้นที่ที่ไม่มีสายส่งไฟฟ้า เช่น เกาะต่างๆ ซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้ และเมื่อนำ Energy storage ไปใช้จะทำให้สามารถสำรองไฟฟ้าไว้ใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน

ทั้งนี้ มั่นใจว่า GPSC สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง เนื่องจากมีกลยุทธ์ที่ชัดเจน โดยเฉพาะการลงทุนเทคโนโลยีและนวัตกรรม Energy storage ที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญ โดย GPSC ได้ทำการศึกษาวิจัยแบตเตอรี่ร่วมกับบริษัท 24M Technologies (24 M) ของสหรัฐอเมริกา ที่สามารถลดต้นทุนได้ 50% เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่ในปัจจุบัน และสามารถปรับขนาดโรงงานให้เล็กลงแต่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นจุดเด่นของ GPSC ที่เหนือคู่แข่งได้

ส่วนการลงทุนในประเทศอินโดนีเซียนั้น คงต้องชะลอออกไปก่อนตามนโยบายของ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ เพื่อให้คดีที่อินโดนีเซียฟ้องร้องบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. กรณีน้ำมันรั่วที่ทะเลติมอร์ ยุติลงก่อน ทำให้ GPSC ต้องชะลอโครงการที่กำลังศึกษาในอินโดฯ หลายโครงการออกไป

สำหรับในปี 2560 นี้ GPSC ยังคงแผนการลงทุนเกือบ 4,000 ล้านบาทในโครงการตามแผนที่กำหนดไว้ เช่น โครงการโรงไฟฟ้าบางปะอินโคเจนเฟส 2 โครงการโรงไฟฟ้าไออาร์พีซี คลีนพาวเวอร์ เฟส 2 และโครงการโรงไฟฟ้าโซล่าร์เซลล์อิชิโนเซกิ ประเทศญี่ปุ่น เป็นต้น

ทั้งนี้  ผลการดำเนินงานของบริษัทในไตรมาส 1 /2560 มีรายได้รวมทั้งสิ้น 5,366 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 750 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 79% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2559 ในขณะที่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (Q1/59) บริษัทฯ มีรายได้ลดลง 118 ล้านบาท คิดเป็น 2% กำไรสุทธิลดลง 121 ล้านบาท หรือ หรือลดลง 14% โดยเป็นผลจากการรับเงินปันผลจาก บริษัท ราชบุรีเพาเวอร์ จำกัด ลดลง 60 ล้านบาท ประกอบกับโรงไฟฟ้า IRPC -CP กำไรลดลงจากลูกค้ามีการหยุดซ่อมบำรุง

กลับสู่ข่าวทั้งหมด