ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"อนันตพร" ชี้ กฟผ. ลงทุนพลังงานหมุนเวียน 2,000 เมกะวัตต์ ต้นทุนต้องต่ำกว่าเอกชน

รัฐมนตรีพลังงานย้ำ กฟผ. ลงทุนพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy-RE ) 2,000 เมกะวัตต์ ราคาต้นทุนค่าไฟฟ้าต้องต่ำกว่าเอกชน พร้อมพิจารณาปรับแผนพีดีพี2015ภายในปีนี้  ยืนยันกระทรวงพลังงานยังไม่ยอมแพ้สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่

พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงแผนพัฒนาพลังงานหมุนเวียน 2,000 เมกะวัตต์ ในระยะเวลา 20 ปี ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ว่า กระทรวงพลังงานอยู่ในระหว่างดูในรายละเอียด ก่อนที่จะนำเสนอให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ให้ความเห็นชอบ โดยโจทย์ของกระทรวงพลังงาน คือ ต้องการให้ กฟผ. ใช้พื้นที่ของตัวเองที่มีอยู่แล้ว อาทิ พื้นที่เขื่อน มาพัฒนาเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน แต่จะต้องมีราคาต่ำกว่าที่เอกชนลงทุน ซึ่งในข้อเท็จจริง กฟผ. ก็น่าจะทำได้อยู่แล้ว เพราะไม่มีต้นทุนเรื่องของที่ดิน

พลเอก อนันตพร กล่าวอีกว่า แนวโน้มในอนาคต การลงทุนเรื่องของพลังงานหมุนเวียนคงจะมีมากขึ้น และเพื่อความมั่นคงทางไฟฟ้า ในเมื่อ กฟผ. ยังไม่สามารถที่จะลงทุนโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิลได้  กฟผ .ก็ควรจะต้องมีสัดส่วนการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนด้วย

"ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมโรงไฟฟ้าที่ลงทุนแล้วมีผลตอบแทนสูงจะต้องให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนทั้งหมด ทำไมไม่ให้ กฟผ. เข้าไปลงทุนด้วย เพราะในส่วนที่ กฟผ.จะลงทุนเรื่องของพลังงานหมุนเวียนนั้น รัฐไม่ต้องเข้าไปอุดหนุน โดย กฟผ. จะต้องทำให้มีต้นทุนค่าไฟที่ต่ำกว่าที่เอกชนลงทุนด้วย" พลเอก อนันตพร กล่าว

สำหรับการปรับแผนพัฒนาการผลิตไฟฟ้า หรือ PDP 2015 นั้น พลเอก อนันตพร กล่าวว่า ภายในปีนี้คงจะต้องมาพิจารณากัน ว่าจะปรับกันแค่ไหน อย่างไร  ทั้งนี้ ในทางปฏิบัติ ก็มีการปรับกันภายในไปก่อนล่วงหน้าอยู่แล้ว เพราะมีบางเรื่อง บางโครงการที่ล่าช้า ไม่เป็นไปตามแผนอยู่แล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้แก้ไขแผนอย่างเป็นทางการเท่านั้น

สำหรับแผน PDP ที่จะปรับปรุงใหม่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า คงจะต้องมีการลงทุนเรื่องของพลังงานหมุนเวียน 2,000 เมกะวัตต์ของ กฟผ. รวมอยู่ในแผนด้วย อีกทั้งยังต้องมีโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยีสะอาด ที่กระบี่และเทพา เพียงแต่ว่าอาจจะต้องมีการชะลอระยะเวลาการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบออกไปเท่านั้น  รวมทั้งอาจจะต้องมีการบรรจุแผนการสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ จะนะแห่งที่ 3 เข้าไปด้วย ซึ่งก็อยู่ที่ว่า กฟผ. จะสามารถเจรจาซื้อก๊าซเพิ่มในแหล่งพัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย หรือ JDA ได้หรือไม่ โดยความจำเป็นที่จะต้องมีโรงไฟฟ้าใหม่ในภาคใต้ ก็เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น  แต่ถึงอย่างไรก็ตาม แม้จะมีโรงไฟฟ้าจะนะแห่งที่ 3 แต่ภาคใต้ก็ยังต้องมีโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่

"กระทรวงพลังงาน ยังไม่ได้ยอมแพ้เรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ โดยยังเดินหน้าตามมติของ กพช. ที่ให้เริ่มต้นกระบวนการใหม่ทั้งหมด ซึ่งก็คงต้องรอกระบวนการทางด้านสิ่งแวดล้อม ว่าพร้อมจะให้เริ่มได้เมื่อไหร่" พลเอก อนันตพร กล่าว

กลับสู่ข่าวทั้งหมด