ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"อนันตพร" ปิดเกมโควตาโซลาร์ฟาร์มส่วนราชการ 300 เมกะวัตต์

รัฐมนตรีพลังงานปิดเกมโควตาโซลาร์ฟาร์มส่วนราชการที่ยังเหลืออีก 300 เมกะวัตต์ ระบุเปิดรับซื้อรอบสองยื่นมาแค่ไหนก็แค่นั้น โดยอยากให้มีการเปิดประมูลแข่งขันการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ เพื่อให้ได้ต้นทุนที่ต่ำลงและผู้ใช้ไฟฟ้าไม่ต้องแบบรับค่าเอฟที

พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงโควต้าการรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนพื้นดินในส่วนของหน่วยงานราชการ หรือ โซลาร์ฟาร์มส่วนราชการ  ที่ยังมีโควต้าเหลืออยู่อีก300 เมกะวัตต์ นอกเหนือจากที่จะเปิดรับซื้อในระยะที่ 2 ของโครงการ จำนวน 100 เมกะวัตต์ ว่า การเปิดรับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์ฟาร์มส่วนราชการนั้น ในโควต้าส่วนที่เหลืออยู่ 300 เมกะวัตต์ จะไม่มีการดำเนินการอีกแล้ว โดจะถือว่าจบโครงการหลังการเปิดรับซื้อรอบสอง แม้ในกรณีที่มีผู้ยื่นเข้ามาไม่ถึง 100 เมกะวัตต์ตามจำนวนโควตาที่เปิดรับ

สำหรับการรับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ที่มีจำนวนกว่า 3,000 เมกะวัตต์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโซลาร์ฟาร์มที่รัฐให้การส่งเสริมค่าไฟฟ้าในรูป Adder และ Feed in Tariff (FiT) จนมีผลต่อค่าเอฟทีสูงถึง 21 สตางค์ต่อหน่วย หรือประมาณ 13,500 ล้านบาท ต่องวดเอฟทีล่าสุด นั้น พลเอก อนันตพร กล่าวว่า เป็นนโยบายที่เกิดขึ้นของรัฐบาลชุดที่ผ่านๆมา โดยรัฐบาลชุดนี้ ได้พยายามที่จะเข้ามาปลดล็อคและแก้ไขปัญหา  

“แนวทางการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ทั้งในรูปแบบติดตั้งบนพื้นดิน  หรือติดตั้งบนหลังคานั้น อยากจะให้มีการประมูลแข่งขันกัน เพื่อให้ได้ต้นทุนที่ต่ำที่สุด  และไม่เป็นภาระต่อค่าไฟฟ้าในส่วนของค่าเอฟทีเหมือนในอดีต”พลเอก อนันตพร กล่าว

สำหรับโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินสำหรับหน่วยงานราชการและสหกรณ์ภาคการเกษตร นั้น เดิมมีเป้าหมายการรับซื้อรวม 800 เมกะวัตต์ โดยแบ่งเป็น หน่วยงานราชการ 400 เมกะวัตต์ และ สหกรณ์ภาคการเกษตร 400 เมกะวัตต์ แต่ในส่วนของโควตาส่วนราชการนั้น ติดปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกรณีหน่วยงานราชการ เนื่องจากผลการตีความของคณะกรรมการกฤษฎีกาพบว่า หน่วยงานราชการมีเพียงองค์การทหารผ่านศึกเท่านั้นที่ร่วมโครงการได้  ทำให้ต้องลดโควตาในส่วนราชการลงเหลือเพียง 100 เมกะวัตต์

ก่อนหน้านี้ มีการคาดการณ์กันว่า อาจจะมีการโยกโควต้าที่เหลือ 300 เมกะวัตต์นี้ ไปทำโซลาร์รูฟท็อปเสรี อย่างไรก็ตาม จากนี้ คาดว่าโควตาส่วนราชการดังกล่าว จะไม่ถูกนำมาใช้ในโครงการอื่นแต่อย่างใด หากจะมีการรับซื้อใหม่ ก็น่าจะเป็นการเปิดโครงการใหม่

ทั้งนี้ โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินสำหรับหน่วยงานราชการและสหกรณ์ภาคการเกษตรนี้  แบ่งการรับซื้อเป็น 2 ระยะ โดยระยะที่ 1 ซึ่งดำเนินการไปแล้ว มีเป้าหมายการรับซื้อ 400 เมกะวัตต์ แต่สามารถคัดเลือกผู้ผลิตได้กำลังผลิตติดตั้งรวมทั้งสิ้นเพียง 281.32 เมกะวัตต์ โดยผู้ผ่านการคัดเลือกเป็นสหกรณ์ภาคการเกษตรทั้งหมด จำนวน 67 ราย และไม่สามารถรับซื้อจากส่วนราชการได้เนื่องจากติดข้อกฎหมายดังกล่าว ส่วนระยะที่ 2  มีเป้าหมายการรับซื้อ 219 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น สหกรณ์ภาคการเกษตร 119 เมกะวัตต์ และหน่วยงานราชการ 100 เมกะวัตต์ โดยจะเปิดให้ยื่นคำขอร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 15 -19 พ.ค. 2560 ด้วยวิธีการจับฉลากและประกาศรายชื่อผู้ผ่านการพิจารณา 16 พ.ย. 2560 ทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าภายในวันที่ 16 มี.ค. 2561 และกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์(SCOD) วันที่ 31 ธ.ค. 2561

กลับสู่ข่าวทั้งหมด