ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"เทวินทร์"นำทีมเอกชนไทยหารืออังกฤษหนุนนโยบายไทยแลนด์4.0

ซีอีโอปตท.นำทีมภาคเอกชนไทยหารือภาคเอกชนประเทศอังกฤษตั้งคณะทำงานผลักดันการค้าการลงทุนของทั้งสองประเทศหนุนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 โดย แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม เพื่อประสิทธิภาพดำเนินการ ประกอบด้วย ด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และโอกาสในการลงทุน  ด้านการอำนวยความสะดวกต่อการดำเนินธุรกิจ และด้านส่งเสริมโอกาสทางธุรกิจของผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศ   มั่นใจการเมืองอังกฤษเปลี่ยนแปลงหลังเลือกตั้งใหม่ 8 มิถุนายน 2560 ไม่กระทบความสัมพันธ์ทางการค้าที่มีมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน

เมื่อวันที่ 24-25 เม.ย.2560 ที่ผ่านมา ผู้นำภาคธุรกิจฝ่ายไทยและอังกฤษได้มีการประชุมหารือความร่วมมือ ณ กรุงลอนดอน เพื่อเพิ่มการค้าระหว่างสองประเทศ โดยเป็นการประชุมครั้งที่สอง ต่อเนื่องจากการประชุมครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคม 2559 โดยในการประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้แทนรัฐบาลฝ่ายอังกฤษคือ นายมาร์ค การ์นิเยร์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการค้าระหว่างประเทศ รวมทั้ง นายไบรอัน เดวิทสัน เอกอัคราชทูตอังกฤษ ประจำประเทศไทย และผู้แทนฝ่ายไทยโดย นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ชี้แจงข้อมูล Thailand 4.0 ให้นักลงทุนอังกฤษ พร้อมทั้งนายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายพิษณุ สุวรรณะชฎ เอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ เป็นสักขีพยาน รวมถึงนักธุรกิจสองฝ่ายเข้าร่วมประชุมกันกว่า 65 คน   

นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานสภาผู้นำธุรกิจไทย-สหราชอาณาจักร ฝ่ายไทย กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้มีผลให้เกิดความก้าวหน้าด้านการผลักดันการลงทุนระหว่างกัน โดยสภาผู้นำธุรกิจฯ ได้จัดตั้งคณะทำงานออกเป็น 3 กลุ่ม เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพโดยสมาชิกสามารถเป็นสมาชิกได้มากกว่า หนึ่งคณะทำงาน โดยกลุ่มต่างๆประกอบด้วย

1)      คณะทำงานด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และโอกาสในการลงทุน มีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล ในการสื่อสารกับนักลงทุนในเรื่องThailand 4.0  การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ Eastern Economic Corridor (EEC) และการพัฒนาเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ Eastern Economic Corridor of Innovation (EECi)  รวมทั้งเป็นโอกาสในการสร้างเวทีสำหรับนักลงทุนเพื่อให้เกิดการเข้าถึงข้อมูล และประสานงานได้โดยตรงกับหน่วยงานของฝ่ายรัฐบาลไทย ทั้งนี้มีบริษัท โรลส์ รอยซ์ (Rolls Royce) และบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTT Global Chemical Plc) เป็นหัวหน้าคณะทำงาน

2)      คณะทำงานด้านการอำนวยความสะดวกต่อการดำเนินธุรกิจ โดยเน้นการพูดคุยแลกเปลี่ยนความต้องการของนักธุรกิจ และนักลงทุนของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะในด้านการขอใบอนุญาตในการทำงานในประเทศไทย ซึ่งควรจะเริ่มดำเนินการขอใบอนุญาตทำงานจากสถานทูตไทยในประเทศอังกฤษก่อนเดินทางมาประเทศไทย ในขณะเดียวกันหัวข้อการสนทนาเรื่องการขอใบอนุญาตในการทำงานประเทศอังกฤษก็ยังคงเป็นปัญหาอยู่ โดยนักธุรกิจฝ่ายไทยยังได้มีโอกาสพูดคุยโดยตรงกับรัฐบาลเพื่อชี้แจงปัญหาด้านแรงงานที่เกิดขึ้น และความกังวลใจของนักลงทุนหลังจากที่ประเทศอังกฤษออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ทั้งนี้หัวหน้าคณะทำงานคือ สภาหอการค้าอังกฤษแห่งประเทศไทย (British Chamber of Commerce) และ สภาหอการค้าไทย

3)      คณะทำงานด้านส่งเสริมโอกาสทางธุรกิจของผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศ โดยมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลของธุรกิจที่ดำเนินกิจการอยู่แล้ว และหาโอกาสเพิ่มเติมให้เกิดการค้าเพิ่มขึ้น อีกทั้งเรื่องโควตาการส่งออกเนื้อสัตว์ไปยังประเทศอังกฤษอีกด้วย โดยผู้นำคณะทำงานนี้ได้แก่ เทสโก้ โลตัส (Tesco Lotus) และธนาคารกรุงเทพ

นายเทวินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาก่อให้เกิดความร่วมมือกันในหลายๆ โครงการ อาทิการตั้งศูนย์ซ่อมบำรุง ณ สนามบินอู่ตะเภา หรือโครงการตั้งศูนย์วิจัยพัฒนาเครื่องยนต์ ของ โรลส์ รอยซ์ (Rolls Royce) ร่วมกับบริษัทการบินไทย เป็นต้น

นอกจากนั้นแล้วคณะผู้แทนภาครัฐบาล และภาคธุรกิจได้รับเกียรติจาก ดร. เลียม ฟอกซ์ (Dr. Liam Fox) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าระหว่างประเทศ (Secretary of State for International Trade) เพื่อรับฟังรายงานผลการดำเนินงานของสภานักธุรกิจฯ ทั้งนี้รัฐบาลอังกฤษเองกำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลง โดยจะมีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 8 มิถุนายน 2560 อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์ทางการค้าที่มีมาอย่างต่อเนื่องยาวนานก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป และอังกฤษเองก็จะให้ความสำคัญกับตลาดเอเชียมากขึ้นอีกด้วย การดำเนินการของสภาผู้นำธุรกิจฯ นี้จะเป็นอีกกลไกหนึ่งที่จะทำให้เกิดความร่วมมือ และสามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อีกทางหนึ่ง

ในโอกาสเดียวกันนี้บริษัท เทสโก้ (Tesco) ได้จัดงานเพื่อประชาสัมพันธ์ Taste of Thailand ที่สาขา เคนซิงตั้น (Kensington) ณ กรุงลอนดอน เพื่อให้อาหารไทยได้เป็นที่รู้จัก โดยได้รับเกียรติจากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ของไทย และเอกอัคราชทูตไทยประจำสหราชอาณาจักรฯ รวมทั้งนักธุรกิจของฝ่ายไทย และอังกฤษเข้ามาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง  ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จจากความตั้งใจดีของทางรัฐบาลที่ต้องการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เติบโตไปอย่างต่อเนื่องยาวนาน

สภาผู้นำธุรกิจไทย-สหราชอาณาจักรได้ก่อตั้งในปี 2559 เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการเพิ่มปริมาณการค้าและการลงทุนของทั้งสองประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มโอกาสในการขยายความร่วมมือระหว่างธุรกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม ผ่านการสร้างพันธมิตร การพัฒนาธุรกิจ และการแลกเปลี่ยนข้อเท็จจริง ของกฎระเบียบ ที่อาจเป็นอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ ระหว่างภาครัฐบาล และภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศ

 

กลับสู่ข่าวทั้งหมด