ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กฟผ.ประเมินใหม่ ปี2560ไม่เกิดพีคไฟฟ้าครั้งแรกในรอบ7ปี

  • Date : 16/05/2017, 10:03.

กฟผ.ประเมินใหม่ ปีนี้ไม่เกิดพีคไฟฟ้า หลังผ่าน15พ.ค.2560 โดยนับเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี โดยจะเป็นผลดีต่อภาพรวมของประเทศ ในการชะลอการก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่  พร้อมสั่งลดปริมาณรับซื้อ LNG จาก ปตท. เดือนมิ.ย.นี้ เหลือ 500-600 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน

นายเริงชัย คงทอง ผู้อำนวยการฝ่ายควบคุมระบบกำลังไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ.ได้มีการประเมินข้อมูลใหม่ โดยเชื่อว่าในปี 2560 คงจะไม่เกิดความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด(พีค)แล้ว หลังผ่านพ้นช่วงฤดูร้อนและระยะเวลาที่ต้องติดตามสถานการณ์เป็นพิเศษคือช่วงเดือนเม.ย.-15พ.ค. และนับเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี นับจากปี 2554 ที่เกิดปัญหาน้ำท่วมใหญ่ ที่ไม่มีพีคไฟฟ้าเกิดขึ้น  ซึ่งกฟผ.ได้มีการปรับลดปริมาณการซื้อก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG)จากบริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน)ที่ใช้ในโรงไฟฟ้า ลงเหลือ 500-600 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ตั้งแต่มิ.ย. 2560 เป็นต้นไป จากเดิมช่วงหน้าร้อน(เม.ย.-พ.ค.) ที่ได้สั่งเพิ่มปริมาณการซื้อก๊าซ LNG สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1,000 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน

"ในอดีตประเทศไทยเคยไม่เกิดพีคไฟฟ้า 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเมื่อปี 2540 เนื่องจากเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศลดลง ส่วนครั้งที่สอง ในปี 2554 เกิดปัญหาน้ำท่วมใหญ่ ทำให้ภาคอุตสาหกรรมลดการผลิตสินค้าลง ส่วนปีนี้ที่คาดว่าจะไม่เกิดพีค จากปัจจัยภาคประชาชนหันมาใช้พลังงานทดแทนมากขึ้น ขณะเดียวกันผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (VSPP) ผลิตไฟฟ้าเข้าระบบสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 2,300 เมกะวัตต์ จากที่คาดการณ์ไว้ 2,000  เมกะวัตต์ และประชาชนร่วมมือประหยัดการใช้ไฟฟ้า รวมถึงสภาพอากาศร้อนไม่พร้อมกันทั้งประเทศ" นายเริงชัย กล่าว

ทั้งนี้ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2560 เมื่อเวลา 14.20 น. ที่ 30,303.4 เมกะวัตต์ ที่อุณหภูมิเฉลี่ย 35.2 องศา โดยกฟผ.คาดว่าจะเป็นพีคของปีนี้ แต่ถือว่าต่ำกว่าสถิติพีคไฟฟ้าในปี 2559 อยู่ที่ 30,972.73 เมกะวัตต์ หรือต่ำกว่า 2% และต่ำกว่าคาดการณ์พีคปีนี้ที่เคยมีการคาดว่าจะสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 32,000 เมกะวัตต์ 

โดยการที่ประเทศไทยไม่เกิดพีคในปีนี้ จะเป็นผลดีต่อภาพรวมของประเทศ ที่จะช่วยชะลอการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ และเห็นว่าประชาชนหันมาพึ่งพาพลังงานทดแทนมากขึ้น แต่การตั้งสมมติฐานพีคไว้ในระดับสูง รวมถึงพลังงานทดแทนที่เข้าระบบสูงกว่าคาดการณ์จะส่งผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าหรือไม่ ต้องรอให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เป็นผู้พิจารณาต้นทุนในภาพรวม

ส่วนประมาณการณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าในปี 2561  กฟผ.จะต้องนำข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงไปจากสมมติฐานในปีนี้ ไปใช้ในการประเมินพีคไฟฟ้าในปีหน้า ซึ่ง กฟผ.จะต้องเก็บข้อมูลกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าใช้เองเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่กำลังเป็นที่นิยม  และวางแผนมาตรการเก็บสำรองปริมาณน้ำจากเขื่อนใน สปป.ลาว โดยอาจลดการเก็บสำรองลงได้ จากปีนี้ที่เก็บเต็มประสิทธิภาพของเขื่อน 

 

กลับสู่ข่าวทั้งหมด