ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปตท.สผ.ระงับการลงทุนใหม่ในอินโดนีเซีย

  • Date : 09/05/2017, 13:22.

ปตท.สผ.ตั้งโต๊ะแถลงข่าว ประกาศระงับการลงทุนโครงการใหม่ในประเทศอินโดนีเซียจนกว่าจะมีข้อยุติคดีฟ้องร้องกรณีน้ำมันรั่วไหลในแหล่งมอนทารา ระบุรัฐบาลอินโดฯไม่สามารถยึดทรัพย์ที่บริษัทมีการลงทุนอยู่เดิมได้  ย้ำผลการศึกษาจากบริษัทผู้เชี่ยวชาญอิสระ ไม่ส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อมถึงน่านน้ำอินโดนีเซีย

นายสมพร ว่องวุฒิพรชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า ปตท.สผ. จะระงับการลงทุนโครงการใหม่ในประเทศอินโดนีเซียทั้งหมด ซึ่งมีการศึกษาไว้มากกว่า 1 โครงการ รวมถึงระงับการลงทุนเพิ่มเติมต่างๆ  ไปจนกว่าจะได้ข้อยุติกรณีรัฐบาลอินโดนีเซียฟ้องร้องค่าเสียหายจาก ปตท.สผ.และ PTTEP Australasia (Ashmore  Cartier ) หรือ PTTEP AA ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ ปตท.สผ. จากเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลของแหล่งมอนทารา ในทะเลติมอร์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อปี 2552

ส่วนการลงทุนเดิมที่ ปตท.สผ.ดำเนินการอยู่ในประเทศอินโดนีเซียก็จะดำเนินการต่อไป โดยปัจจุบันมีอยู่เพียงโครงการเดียวคือ โครงการนาทูน่า ซี เอ โดยมีบริษัท PTTEP Netherlands Holding Cooperatie U.A. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ปตท.สผ. เป็นผู้ดำเนินการ มีการถือหุ้นในสัดส่วน 11.5% หรือคิดเป็นรายได้ 1% ของปริมาณการขายทั้งหมดของ ปตท.สผ. แบ่งเป็นปริมาณขายก๊าซธรรมชาติประมาณ 224 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และน้ำมันดิบประมาณ 1,200 บาร์เรลต่อวัน   

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ปตท.สผ.ยังไม่ได้รับเอกสารเกี่ยวกับการฟ้องร้องคดีดังกล่าว จึงยังไม่ทราบมูลค่าการฟ้องร้องที่ชัดเจน ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า ทางการอินโดนีเซีย อาจพิจารณาอายัดทรัพย์สินของ ปตท.สผ. และบริษัท  PTTEP AA ในอินโดนีเซียนั้น เป็นเรื่องที่ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากทั้ง 3 ประเทศ คือ ไทย อินโดนีเซีย และออสเตรเลีย ไม่มีสนธิสัญญาการยอมรับคำพิพากษาระหว่างประเทศต่อกัน ขณะที่การยึดทรัพย์แหล่งนาทูน่าก็ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะบริษัทดำเนินธุรกิจไม่ใช่นิติบุคคลเดียวกันกับแหล่งมอนทารา ดังนั้นการดำเนินคดีจะมีผลถึงการยึดทรัพย์ได้ ก็ต้องเข้ามาฟ้องร้องต่อศาลในประเทศไทยเท่านั้น ส่วนคำฟ้องที่เกิดขึ้นที่ศาลในอินโดนีเซียจะเป็นเพียงแค่หลักฐานการประกอบคดีเท่านั้น
 

“เรามั่นใจในหลักฐาน ข้อมูล ที่ได้พิสูจน์แล้วว่ากรณีน้ำมันรั่วในแหล่งมอนทารา ไม่มีความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมตามที่อินโดนีเซียกล่าวมา ที่ผ่านมาไทยและอินโดนีเซียเคยพยายามหาข้อตกลงเบื้องต้นเพื่อจะแก้ปัญหาร่วมกัน โดยทำในรูปการลงนามความร่วมมือ หรือ MOU แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถยอมรับข้อตกลงได้ทั้งสองฝ่ายจึงไม่ได้ลงนามใน MOU ต่อกัน และอินโดนีเซียก็ตัดสินใจฟ้องดำเนินคดี ซึ่งขณะนี้ ปตท.สผ.ยังไม่ได้รับรับเอกสารการฟ้องร้องดำเนินคดี คาดว่าทางอินโดนีเซียอยู่ระหว่างการแปลคำฟ้องเพื่อส่งมาไทย”

นายสมพร กล่าวว่า ปตท.สผ.ยังให้ความสำคัญกับการเข้าซื้อกิจการ(M&A) โครงการใหม่ๆเพิ่มเติม โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งหากไม่ลงทุนเพิ่มเติมในอินโดนีเซียก็จะมุ่งไปให้น้ำหนักกับการลงทุนในประเทศไทย เมียนมา และมาเลเซียแทน

สำหรับงบลงทุนของ ปตท.สผ.ในช่วง 5 ปี (ปี2560-2564) ยังวางไว้ที่ 9 พันล้านดอลลาร์ และมีเงินสดในมือกว่า 4 พันล้านดอลลาร์ที่พร้อมสำหรับการเข้าซื้อกิจการใหม่ๆ เพิ่มเติม

นายสมพร กล่าวว่า กรณีรัฐบาลอินโดนีเซียยื่นฟ้องร้อง ปตท.สผ.นั้น มั่นใจว่าจะไม่มีผลกระทบต่อการเข้าร่วมประมูลแหล่งสัมปทานปิโตรเลียมที่จะหมดอายุ (แหล่งบงกช หมดอายุปี 2566 และแหล่งเอราวัณ หมดอายุปี 2565)เพราะ ปตท.สผ.ให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยสิ่งแวดล้อมเป็นหลักอยู่แล้ว ส่วนกรณีที่ภาครัฐอาจจะเลื่อนการประมูลจากเดือนก.ค. 2560 ออกไปนั้น อาจจะมีผลกระทบต่อการคงอัตราการผลิตปิโตรเลียมแหล่งบงกชใน 5-6 ปีข้างหน้ายากขึ้น

ส่วนราคาน้ำมันที่ยังคงผันผวนในขณะนี้ ทาง ปตท.สผ.ยังคาดการณ์ว่าราคาเฉลี่ยทั้งปี 2560 จะอยู่ที่ 49 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล และปตท.สผ.ยังเตรียมพร้อมรองรับหากราคาน้ำมันกลับมาร่วงลงอีกครั้ง    

 

กลับสู่ข่าวทั้งหมด