ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"กิจจา"ยึดเป้าเดิม เพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าRATCHให้ได้อีก7,000เมกะวัตต์ภายในปี2570

บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)  ภายใต้การบริหาร ของนายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ คนใหม่ ซึ่งเข้ามารับภารกิจสานต่อจากนายรัมย์ เหราบัตย์ ที่เกษียณอายุการทำงาน เมื่อวันที่ 5 เมษายน ที่ผ่านมา ยังยึด เป้าหมาย การสร้างกำลังผลิตไฟฟ้าให้ได้อีก7,000 เมกะวัตต์ ในอีก10 ปีข้างหน้า หรือปี 2570  พร้อมเตรียมแผนการจัดหาเงินรองรับการลงทุนประมาณ 300,000 ล้านบาท และบริหารสินทรัพย์ให้มีประสิทธิภาพเพื่อรักษาการเติบโตของรายได้ โดยมุ่งเน้นที่โรงไฟฟ้าสินทรัพย์หลัก ได้แก่ โรงไฟฟ้าราชบุรี  โรงไฟฟ้าหงสาใน สปป. ลาว กลุ่มโรงไฟฟ้าโคเจนเนอเรชั่น และกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน  
    
นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินงานในปีนี้จะยังคงยึดเป้าหมายเดิม แต่ก็ได้กำหนดเป้าหมายท้าทายเพื่อเพิ่มกำลังผลิตให้ได้อีก7,000 เมกะวัตต์ในปี 2570 ซึ่งส่งผลให้กำลังการผลิตไฟฟ้ารวมในปีดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 14,500 เมกะวัตต์  จากเดิมที่เคยตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตช่วง 5 ปี หรือภายในปี2566 ว่าจะ เพิ่มกำลังการผลิตให้ได้ อีก3,000 เมกะวัตต์   ทั้งนี้เป้าหมายเพื่อรักษาฐานธุรกิจไฟฟ้าระยะยาวไม่ให้ต่ำกว่า 10,000 เมกะวัตต์ และเป็นผู้นำการผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ของประเทศ 

โดยในแนวทางการลงทุนโครงการขนาดใหญ่จะใช้รูปแบบการซื้อและควบรวมกิจการให้มากขึ้น เพื่อลดระยะเวลาการพัฒนาโครงการและสามารถรับรู้เมกะวัตต์และรายได้ในทันที ส่วนการลงทุนแบบพัฒนาโครงการหรือ กรีนฟิลด์ จะมุ่งเน้นโครงการประเภทพลังงานทดแทน เพราะระยะเวลาพัฒนาโครงการสั้นเพียง 1-3 ปี ด้านเป้าหมายการลงทุนได้ขยายขอบเขตให้ครอบคลุมตั้งแต่ ธุรกิจไฟฟ้า เชื้อเพลิง พลังงานทดแทน สาธารณูปโภค ตลอดจนธุรกิจอื่นๆ ที่เป็นนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ที่ตอบสนองกระแสโลกในอนาคต เช่น ธุรกิจสีเขียว  ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับพลังงานทดแทน เป็นต้น

สำหรับเงินลงทุน 3 แสนล้านบาท จะมาจากทุนสะสมของบริษัท 25% หรือ 75,000 ล้านบาท และส่วนที่เหลือเป็นเงินกู้ โดยปัจจุบันบริษัทฯมีทุนสะสมอยู่ที่ 40,000 ล้านบาท ซึ่งมั่นใจว่าฐานะการเงินยังแข็งแกร่ง และเอื้อต่อการระดมทุนในอนาคต 

ส่วนแผนการลงทุนในปี 2560 นี้ ยังคงเป้าหมายเดิมเพิ่มกำลังการผลิตอยู่ที่ 7,500 เมกะวัตต์ ใช้เงินลงทุน 10,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันมีกำลังการผลิตรวมอยู่ที่ 6,980 เมกะวัตต์ เป็นกำลังการผลิตไฟฟ้าในประเทศ 4,948.59 เมกะวัตต์​และต่างประเทศ 2,031 เมกะวัตต์ หากโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Riau ในอินโดนีเซียดำเนินการลงทุนสำเร็จตามแผนจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 7,115 เมกะวัตต์ 


 “บริษัทฯ ได้ขยายเป้าหมายจากเดิมที่ต้องสร้างกำลังผลิตให้เติบโตอีกประมาณ 3,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2566 เป็น 7,000 เมกะวัตต์ในปี 2570 เพื่อรักษาความมั่นคงของบริษัทฯในระยะยาว สำหรับแผนงานหลักที่จะต้องดำเนินการให้ก้าวหน้าต่อเนื่องในปีนี้มี 3 เรื่องด้วยกัน คือ 1.การติดตามโครงการที่กำลังพัฒนาและก่อสร้างจำนวน 6 โครงการ รวม 537 เมกะวัตต์ให้แล้วเสร็จสามารถเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ได้ตามกำหนดเวลา   2.การปรับปรุงประสิทธิภาพความเชื่อถือได้และความสามารถในการการพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้าที่เป็นสินทรัพย์หลัก เพื่อให้สร้างรายได้ได้ตามประมาณการ ส่วนการลงทุนจะเร่งหาโครงการในต่างประเทศ  และ 3ปรับวิธี ประเมินความเสี่ยงและผลตอบแทนโครงการให้สอดคล้องกับปัจจัยและสภาพแวดล้อมของแต่ละประเทศให้มากขึ้น   โดยจะนำความรู้และประสบการณ์มาเสริมการทำงานของราชบุรีโฮลดิ้งให้เข้มแข็งและนำพาบริษัทฯ ไปให้ถึงเป้าหมายให้สำเร็จ ” นายกิจจา กล่าว
 
นายกิจจา กล่าวว่า บริษัทฯ ยังคงเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนให้ได้  20% ของกำลังการผลิตรวม จากปัจจุบันมีอยู่ 10% ซึ่งรวมพลังงานน้ำแล้ว โดยปัจจุบันบริษัทฯสนใจเข้าร่วมประมูลโครงการผลิตไฟฟ้าแสงอาทิตย์ภาคพื้นดิน(โซลาร์ฟาร์ม) สำหรับหน่วยงานราชการและสหกรณ์การเกษตร ระยะที่ 2  ที่ภาครัฐจะเปิดรับซื้อไฟฟ้า 219 เมกะวัตต์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างกับองค์การทหารผ่านศึกและสหกรณ์การเกษตร รวมถึงยังศึกษาการเข้าร่วมประมูลโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนแบบผสมผสาน(Hybrid )แบบสัญญาFirm สำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก หรือ SPP Hybrid Firm และโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนแบบผสมผสาน(Hybrid)แบบสัญญาFirm สำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็กมาก หรือ VSPP Hybrid Firm

ส่วนความคืบหน้าโครงการลงทุนสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและชมพู คาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี(ครม.)เพื่ออนุมัติร่างสัญญาโครงการได้ในเดือน พ.ค. 2560 นี้ รวมถึงบริษัทฯ ยังสนใจร่วมลงทุนพัฒนาโครงการรถไฟฟ้าที่ภาครัฐเตรียมเปิดประมูลอีก 4-5 สาย เช่น สายสีเทา และสายสีแดง กับบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด(มหาชน) หรือ บีทีเอส โดยขณะนี้กำลังเจรจาแผนการลงทุนร่วมกัน

สำหรับการบริหารสินทรัพย์ของบริษัทฯ จะมุ่งรักษากำลังการผลิตเดิมเพื่อสร้างผลตอบแทนในระยะยาว บริษัทฯจึงได้ส่งแผนให้กระทรวงพลังงานพิจารณาต่ออายุโรงไฟฟ้าโครงการไอพีพีเดิมที่ทยอยหมดอายุตั้งแต่ปี 2563-2579 หลายโครงการ โดยขอต่ออายุออกไปอีก 5-10 ปี แม้ว่ากำลังการผลิตไฟฟ้าสำรองประเทศจะอยู่ระดับสูงเกินกว่า 30% แต่บริษัทฯเห็นว่าโรงไฟฟ้าเดิมยังมีความคุ้มค่าต่อการลงทุนและอัตราค่าไฟฟ้าที่เสนอไปต่ำกว่าอัตราเดิมเล็กน้อย จึงไม่น่าสงผลกระทบต่อค่าไฟฟ้ารวมของประเทศมากนัก 

ปัจจุบัน ราชบุรีโฮลดิ้ง รับรู้กำลังผลิตจากการลงทุน รวม 6,980 เมกะวัตต์ โดยเป็นกำลังผลิตในประเทศ 4,948.59 เมกะวัตต์ และต่างประเทศ 2,031 เมกะวัตต์ หากโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Riau ในอินโดนีเซียดำเนินกระบวนการลงทุนสำเร็จกำลังผลิตจะเพิ่มขึ้นเป็น 7,115 เมกะวัตต์

กลับสู่ข่าวทั้งหมด