ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เริ่มแล้ว"เซต้า2016"ไทยประกาศความพร้อมเป็นศูนย์กลางด้านพลังงานในภูมิภาค

  • Date : 23/03/2016, 16:33.

เอเชียผนึกกำลังร่วมงาน SETA 2016 ในไทย ระดมความเห็นหาพลังงานใหม่แห่งอนาคตสร้างความยั่งยืน  โดยไทยประกาศความพร้อมเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงสายส่งไฟฟ้าในภูมิภาค

การประชุมและนิทรรศการนานาชาติพลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนแห่งเอเชีย 2559 หรือเซต้า2016 ( Sustainable Energy & Technology Asia 2016 -SETA 2016เริ่มต้นขึ้นแล้วเมื่อวันที่23 มี.ค.2559 โดย ณ ห้องเเกรนด์ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์ประชุมไบเทค บางนา  กรุงเทพฯ โดย มีพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และ พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน เข้าร่วมในพิธีเปิด  ซึ่งได้รับความสนใจจากภาครัฐผู้กำหนดนโยบายด้านพลังงานหลายประเทศในภูมิภาคเอเซีย  บริษัทด้านพลังงานชั้นนำ  ผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการ ที่ส่งตัวแทนเข้าร่วมงานจำนวนมาก

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม ว่า รัฐบาลมีการดำเนินนโยบายด้านพลังงานให้มีเสถียรภาพที่เหมาะสม โดยการสร้างความมั่นคงของระบบไฟฟ้าของประเทศ ที่ครอบคลุมทั้งระบบผลิตไฟฟ้า ระบบส่งไฟฟ้า  ระบบจำหน่าย และมีการกระจายเชื้อเพลิงที่หลากหลาย ให้ต้นทุนราคาพลังงานอยู่ในระดับที่เหมาะสม สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ประชาชนไม่แบกรับภาระมากเกินไป     ไม่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว รวมถึงการผลิตไฟฟ้าที่ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน และการประหยัดพลังงาน เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

โดยงานเซต้า 2016 นับเป็นเวทีที่ประเทศไทยจะได้แสดงถึงความก้าวหน้าในการพัฒนาภาคพลังงานของประเทศ และศักยภาพในการพัฒนาสู่ความเป็นศูนย์กลางพลังงานในภูมิภาคเอเชีย นอกจากนี้ยังถือเป็นโอกาสที่สำคัญที่จะเป็นเวทีเชื่อมความร่วมมือของประเทศในเอเชีย โดยมีผู้นำประเทศ และผู้นำทางความคิดจากทั่วโลกเข้าร่วมประชุม เพื่อหาทางออกในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน รวมถึงสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนให้แก่กลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชีย และยังเปิดโอกาสให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ได้เรียนรู้แนวความคิด การพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัยและนวัตกรรมใหม่ๆ  เพื่อโอกาสในการลงทุนในอุตสาหกรรมพลังงานในประเทศไทย ซึ่งยังมีศักยภาพอยู่มาก รวมถึงการประชุม อภิปราย และการจับคู่เพื่อเจรจาทางธุรกิจที่จะเกิดขึ้นในงานนี้ ยังเปิดโอกาสให้นักลงทุนไทย ได้มองเห็นโอกาสในการขยายการลงทุนด้านพลังงานในต่างประเทศอีกด้วย

โดยในความร่วมมือเพื่อสร้างความมั่นคงด้านไฟฟ้านั้น ตัวแทนประเทศมาเลเซียได้พูดถึงการแลกเปลี่ยนพลังงานโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ของไทย ซึ่งในอนาคตจะเป็นการเชื่อมโยงสายส่งไฟฟ้าระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชีย โดยไทยพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงสายส่ง ที่ครอบคลุมทั้ง สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย เมียนมา กัมพูชา  เวียดนาม  สปป.ลาว และอาจจะเชื่อมโยงไปถึงประเทศจีนได้ด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้จะนำไปสู่ความมั่นคงพลังงานอย่างยั่งยืนในอนาคต

พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ไทยยังพร้อมก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านพลังงานและการพัฒนาสู่พลังงานที่ยั่งยืนของภูมิภาคเอเชีย โดยการจัดงานในครั้งนี้จะช่วยผลักดันไทยสู่เป้าหมายดังกล่าว โดยภายในงานจะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ 1.ส่วนวิชาการ เป็นการประชุมนานาชาติครอบคลุม 100 หัวข้อ ทั้งเรื่องการกำหนดนโยบายและวางแผนด้านพลังงาน เทคโนโลยีด้านการผลิตไฟฟ้า เทคโนโลยีปัจจุบันและแนวโน้มพลังงานทดแทน พลังงานทางเลือก และเทคโนโลยีด้านคมนาคมขนส่ง

2.ส่วนนิทรรศการ ทั้งจากหน่วยงานรัฐและบริษัทเอกชนผู้ผลิตเทคโนโลยีหลายรายเข้าร่วมแสดง เทคโนโลยีและนวัตกรรมพลังงานที่ทันสมัย ทั้งด้านเทคโนโลยการผลิตไฟฟ้า การขนส่ง และเชื้อเพลิงทางเลือก  เทคโนโลยีพลังงานสีเขียวที่สามารถนำมาทดแทนพลังงานเดิมที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล โดยไม่ก่อให้เกิดผลกระทบสิ่งแวดล้อม

นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ภาคคมนาคมเป็นผู้ใช้พลังงานจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้รัฐบาลกำลังพยายามปรับเปลี่ยนการใช้พลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เช่น รถเมล์ รถบัส ก็จะเปลี่ยนมาเป็นรถที่ใช้ระบบไฟฟ้ามากขึ้น  รวมทั้งมีการจัดเส้นทางต่างๆ ให้เหมาะสม จัดรถเมล์ รถไฟฟ้า ให้เชื่อมโยงกันเพื่อให้เกิดการประหยัดและสะดวกมากขึ้น

นายธัชชัย สุมิตร ประธานจัดงาน SETA 2016 กล่าวว่าปัจจุบันเอเชียเป็นศูนย์กลางพัฒนาเศรษฐกิจของโลก จึงเกิดการใช้พลังงานสูงขึ้นและทำให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาขึ้น ดังนั้นเอเชียจึงร่วมกันหาแนวทางผลิตพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ดังนั้นงาน SETAในครั้งนี้จึงมีการประชุมหารือกันใน 4 หัวข้อหลัก ได้แก่ 1.การกำหนดนโยบายการใช้พลังงานให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจ สังคม 2.เทคโนโลยีถ่านหินสะอาด 3.การคมนาคมที่หันมาใช้ไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิงแห่งอนาคต และ4.พลังงานสีเขียวที่ช่วยลดก๊าซเรือนกระจก

ภายในงานจะมีไฮไลต์เด่น อาทิ รถยนต์ของค่ายโตโยต้า ‘MIRAI’ ที่ใช้เซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน (Hydrogen Fuel Cell Vehicle) มาแสดงในงาน ซึ่งคุณสมบัติสอดคล้องกับเป้าหมายของการมุ่งสู่เป็นสังคมคาร์บอนต่ำ เพราะ
ไม่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เหมือนเครื่องยนต์ระบบเผาไหม้ และความหนาแน่นของพลังงานไฮโดรเจนจะสูงกว่าแบตเตอรี่ที่ใช้ในรถขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า และมีความความสะดวกในการเก็บรักษาและการขนส่ง นอกจากนี้ ยังมีการประชุมคู่ขนานที่เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศอีกหลายการประชุม อาทิ การประชุมเชิงปฏิบัติการของกลุ่มประเทศความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) เกี่ยวกับทิศทางการใช้พลังงานนิวเคลียร์ในอนาคต, การสัมมนาวิชาการด้านพลังงานแสงอาทิตย์ จัดโดย สมาคมอุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์ไทย,การสัมมนาวิชาการด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า จัดโดยสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าแห่งประเทศไทย ร่วมกับ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน เป็นต้น

เซต้า 2016  ที่จัดขึ้นในครั้งแรกนี้นับว่าประสบความสำเร็จ เนื่องจากมีผู้แสดงความจำนงเข้าร่วมการสัมมนาและเข้าชมงานกว่า 1,000 คน  จาก 35 ประเทศจากทั่วโลก ทั้งในทวีเอเชีย ยุโรปและอเมริกา  นอกจากนี้ยังมีนักธุรกิจจากประเทศต่างๆ  แสดงความจำนงจับคู่เจรจาธุรกิจด้านพลังงานในงานมากกว่า 250 คู่อีกด้วย

กลับสู่ข่าวทั้งหมด