ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เผยข้อสั่งการนายกฯมอบก.พลังงานเป็นหลักจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเรื่องพลังงานในภาคใต้

สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแจ้งข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีให้กระทรวงพลังงานเป็นหลักในการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนเรื่องพลังงาน เพื่อหาทางออกปัญหาความมั่นคงไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้  โดยรองนายกรัฐมนตรีพลเอกประวิตร ย้ำให้จัดภายในเดือนมี.ค.2560 นี้

ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน(Energy  News Center –ENC)รายงานว่า ทาง สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้มีหนังสือราชการด่วนที่สุดลงวันที่3 มี.ค.2560 เพื่อแจ้งข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา  ในคราวประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่28ก.พ.2560 ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  โดยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบริห ารราชการแผ่นดิน ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องพลังงานนั้น  นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงพลังงาน เป็นหน่วยงานหลักร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่นกระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  สร้างการรับรู้ความเข้าใจแก่สาธารณชนเกี่ยวกับเรื่องพลังงานในภาพรวมของประเทศ  สถานการณ์พลังงานโลก และการบริหารจัดการพลังงานของต่างประเทศ โดยอาจพิจารณาจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน ท้องถิ่น และกลุ่มองค์กรไม่แสวงหากำไร (NGO)ในพื้นที่ที่เหมาะสมหรือในแต่ละกลุ่มจังหวัด   เพื่อให้สามารถร่วมกันพิจารณากำหนดแนวทางการบริหารจัดการพลังงานที่มีความสอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่พร้อมกับการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์หลังการคระกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.)รีเมื่อวันทึ่17ก.พ.2560  ถึงโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดกระบี่ ว่า ในมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.)มีมติให้ดำเนินการโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยีสะอาดที่จังหวัดกระบี่  ไปตามขั้นตอนของกฎหมาย เพราะโครงการดังกล่าวนั้นถูกบรรจุไว้ในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า(PDP)มาตั้งแต่ปี2550 แล้ว โดยพิจารณาจากหลักการและเหตุผลของเทคโนโลยีในปัจจุบัน เห็นว่ามีความคุ้มค่าและปลอดภัย  ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้ใช้มาตรการที่เหมาะสมในการสร้างความเข้าใจมาตลอด2ปี แล้ว ดังนั้นขั้นตอนต่อไป ก็เป็นการปลอดล็อคให้สามารถดำเนินการต่อไปได้  แต่จะสร้างได้เมื่อไหร่อย่างไร ค่อยไปว่ากัน

ทั้งนี้.ในช่วงดังกล่าว ซึ่งยังมีกลุ่มผู้ชุมนุม ประท้วงอยู่ที่หน้าทำเนียบ นายกรัฐมนตรี วอนให้ทุกฝ่ายหยุดสร้างความขัดแย้ง  ซึ่งเมื่อทราบว่ามีคนมาประท้วงก็ให้กระทรวงพลังงานจัดเจ้าหน้าที่ไปชี้แจง ให้เข้าใจว่าความมั่นคงไฟฟ้าเป็นสิ่งสำคัญ  โดยปัญหาของภาคใต้คือมีอัตราการเจริญเติบโตของการใช้ไฟฟ้าสูงกว่าทุกภาค  แต่แหล่งพลังงานในพื้นที่มีไม่เพียงพอ ต้องมีการสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่ม   ซึ่งจะใช้เชื้อเพลิงอะไรก็ต้องมีความเหมาะสมคุ้มค่า  ปลอดภัย เป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ 

อย่างไรก็ตามในการให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรี หลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่28 ก.พ. 2560 ระบุถึงกระบวนการจัดทำรายงานการวิเคราะห์กระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ(EHIA)ของโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่และรายงานการวิเคราะห์กระทบทางสิ่งแวดล้อม(EIA )ของท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้ว  ที่ได้มีข้อสั่งการให้ไปจัดทำใหม่ ว่า จะต้องมีการเปิดเวทีสร้างความเข้าใจเรื่องพลังงานก่อน  ให้เข้าใจตรงกันว่าโลกเขาใช้อะไร และเราควรจะต้องใช้อะไร โดยไม่ต้องเน้นพูดเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ให้เป็นประเด็นขัดแย้ง

โดยในกระบวนการจัดทำEHIA และEIA นายกรัฐมนตรีย้ำให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งในส่วนของรัฐบาลก็จะมีคณะทำงานลงไปชี้แจงให้เข้าใจในภาพรวมก่อน  เอาข้อมูลที่ยังไม่ตรงกันมาดู เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนและไม่เชื่อใจกัน

ในขณะที่พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ  รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเช่นกันว่าได้มอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นทุกภาคส่วนเรื่องแหล่งพลังงานที่เพียงพอและเหมาพสมในพื้นที่ภาคใต้ ภายในเดือนมี.ค.2560 นี้ 

กลับสู่ข่าวทั้งหมด