ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วงเสวนาสาธารณะจุฬาฯชงรัฐบาลใช้SEAโดยเริ่มต้นจากโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่

วงเสวนาสาธารณะที่จุฬาฯ นักวิชาการเสนอให้นำกระบวนการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์หรือ SEA(Strategic Environmental Assessment)มาใช้ในการพิจารณาโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่มีผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง โดยที่ยังคงต้องมีการจัดทำรายงานประเมินผลกระทบวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม  โดยเริ่มต้นจากโรงไฟฟ้ากระบี่

งานเสวนาดังกล่าวจัดขึ้นที่ห้อง 701 อาคารเฉลิมราชกุมารี 60 พรรษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2560

ในเว็บไซต์www.onep.go.th ของ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.) อธิบายถึง SEAว่า เป็นการใช้กรอบแนวคิดและกระบวนการในการวิเคราะห์ ประเมินศักยภาพและข้อจำกัดของสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การพัฒนานโยบาย แผน แผนงาน และโครงการขนาดใหญ่ในรายสาขา (sectoral based) หรือในเชิงพื้นที่ (area based) ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยบูรณาการมิติด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี และเปรียบเทียบทางเลือกในการตัดสินใจ เพื่อให้การตัดสินใจนั้นมีคุณภาพ รอบคอบ โปร่งใส และมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน

 ทั้งนี้ SEA จะเป็นการดำเนินการก่อนถึงขั้นตอนการพัฒนา โดยสามารถช่วยชี้ว่า นโยบาย แผน แผนงาน และโครงการขนาดใหญ่ ลักษณะใดเหมาะสมกับพื้นที่และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และช่วยบ่งชี้เรื่องหรือในประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญในการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในระดับโครงการด้วย  ดังนั้น SEA จึงเป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะนำมาสู่การบูรณาการ ทั้งความคิดและการปฏิบัติการร่วมกันของหลายฝ่ายให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบและมีกระบวนการตัดสินใจจากหลายฝ่ายอย่างมีส่วนร่วม โดยมุ่งเป้าประสงค์ของการพัฒนาที่ยั่งยืน

รศ.ดร.อดิศร์  อิศรางกูร ณ อยุธยา ที่ปรึกษา ด้านการวิจัยทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สถาบันเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ กล่าวในเวทีเสวนาว่า  เราต้องเพิ่มยกระดับEHIA ที่พิจารณาเฉพาะรายโครงการ ให้เป็น SEA  แต่การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือ EIA (Environmental Impact Assessment) ยังต้องคงอยู่  โดย SEA จะทำให้อำนาจและการประสานงานระหว่างหน่วยงานดียิ่งขึ้นการควบคุมมลพิษทางอากาศจะเกิดขึ้นหลังจากทำ SEA

ในขณะที่นาย ประสิทธิชัย หนูนวล แกนนำเครือข่ายประชาชนปกป้องอันดามันจากถ่านหิน ซึ่งร่วมในวงเสวนาด้วย กล่าวว่า  EIA มีบทบาทแค่การประเมินเชิงโครงการ ถึงแม้โครงการจะได้รับอนุมัติ แต่ก็พบว่ายังมีปัญหาตลอด  ดังนั้นถ้ามีการใช้SEA จะมีการประเมินสิ่งแวดล้อมก่อนที่จะเริ่มทำโครงการใดๆ  แต่ในโครงสร้างของระบบยังต้องมี EIA เพราะเป็นเงื่อนไขในการทำโครงการต่างๆตามกฎหมาย

 นายประสิทธิชัย ยังโพสต์ข้อความลงในเฟซบุคส่วนตัวหลังการร่วมเสวนาด้วยว่า พื้นที่ชุ่มน้ำกระบี่ นานาชาติให้การยกย่องว่า มีความอุมสมบูรณ์ จนได้รับการยกย่อง เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำนานาชาติ (Ramsar Site) กว่า1 แสนไร่ พื้นที่เช่นนี้ควรหรือไม่ที่จะนำมาเป็นพื้นที่สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน. พร้อมระบุด้วยว่า หากมีการทำ SEA  โรงไฟฟ้าถ่านหินจะไม่ควรมาอยู่ในแรมซ่าร์ไซต์ ด้วยประการทั้งปวง

ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์  ผู้อำนวยการสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม (GSEI) กล่าว เสนอข้อคิดเห็นในการปฎิรูป ปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรโดยเพิ่ม  คณะกรรมการ3ชุด เพื่อมาควบคุม การเพิ่มกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้ง การศึกษาและการประเมินผลกระทบและ การพิจารณารายงาน EHIA ที่ต้องสอดคล้องกับ SEA  โดยมีกรอบระยะเวลาชัดเจน ในการป้องกันและเยียวยาผลกระทบอย่างเป็นธรรม   โดยระบุว่า คณะกรรมการปฎิรูป (คปก.)มีร่างกฎหมาย SEA อยู่ในมือทั้งหมดแล้ว

ดร.อุทัย ดุลยเกษม  อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าวว่า  การท่องเที่ยวนั้นส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมของกระบี่ ถ้าอยากให้ยั่งยืน หลัก ECOLOGY ต้องมาก่อน ECONOMY  โดยมอว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินที่กระบี่  จะมีส่วนกระทบทั้งอันดามัน การคิดมูลค่าไม่ใช่แค่ผลกระทบเชิงนิเวศ และสุขภาพ แต่ต้องรวมไปถึงเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ต่อพื้นที่ 

กลับสู่ข่าวทั้งหมด