ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กพช. ยกเลิกรับซื้อไฟฟ้าชีวมวล โยกเป็นแบบ Hybrid

กพช. ยกเลิกโครงการรับซื้อไฟฟ้าชีวมวล ปรับเป็นการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานทดแทน Hybrid แทน โดยเตรียมรับซื้อจากผู้ผลิตรายเล็ก (SPP) 300 เมกะวัตต์ และต่อไปจะรับซื้อจากผู้ผลิตรายเล็กมาก (VSPP) 269 เมกะวัตต์  พร้อมเปิดโครงการรับซื้อไฟฟ้าประชารัฐ 12 เมกะวัตต์ นำร่อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  

พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีมติอนุมัติโครงการโรงไฟฟ้าประชารัฐ โดยจะเปิดรับซื้อจากโรงไฟฟ้าขนาด 1-3 เมกะวัตต์ ซึ่งผลิตจากชีวมวล ก๊าซชีวภาพจากพืชพลังงานเท่านั้น โดยจะนำร่องรับซื้อเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 12 เมกะวัตต์ก่อน เพื่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ พัฒนาสังคมและเศรษฐกิจภาคใต้ และหากพบว่าโครงการดังกล่าวมีศักยภาพการผลิตไฟฟ้าได้เพิ่มเติม จะสามารถเปิดเฟส 2 อีก 30 เมกะวัตต์ ได้ ส่วนอัตรารับซื้อไฟฟ้าจะมอบหมายให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.)และสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) พิจารณาเสนอคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ต่อไป ทั้งนี้ คาดว่าจะเปิดรับซื้อได้ประมาณปลายปี 2560 นี้

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) กล่าวว่า นอกจากนี้ กพช.ยังเห็นชอบการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานทดแทนแบบผสมผสาน (Hybrid) แบบสัญญาผลิตไฟฟ้าเสถียร (Firm) สำหรับผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) หรือ SPP Hybrid Firm ขนาด 10-50 เมกะวัตต์​ โดยอนุมัติรับซื้อจำนวน 300 เมกะวัตต์ ซึ่งมีเงื่อนไขสามารถผสมผสานเชื้อเพลิงพลังงานทดแทนชนิดใดก็ได้ และสามารถใช้ระบบแบตเตอรี่ (Energy Storage) มาประกอบการพัฒนาโครงการได้ แต่การประมูลราคาต้องเสนอเป็นราคาเดียว ซึ่งรายใดให้ราคาต่ำกว่า 3.66 บาทต่อหน่วยมากกว่ากัน รายนั้นจะชนะประมูลไป ทั้งนี้ ต้องเป็นสัญญาประเภท Firm คือ เดินเครื่องผลิตไฟฟ้า 100% ในช่วง Peak และ ในช่วง Off-peak ไม่เกิน 65 % โดยอาจต่ำกว่า 65% ได้ และห้ามใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลมาช่วยในการผลิตไฟฟ้า ยกเว้นช่วงการเริ่มเดินเครื่องโรงไฟฟ้า (Start up) โดย กกพ.จะกำหนดหลักเกณฑ์และคาดว่าจะประกาศรับซื้อได้ประมาสไตรมาส 3 หรือ 4 ในปี 2560 นี้

พร้อมกันนี้ กพช.ได้อนุมัติรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กมาก (วีเอสพีพี) ขนาดต่ำกว่า 10 เมกะวัตต์ ในรูปแบบสัญญาผลิตไฟฟ้าเสถียรชั่วคราว (Semi-Firm) ซึ่งจะรับซื้อเฉพาะโรงไฟฟ้าใหม่ ประเภทเชื้อเพลิงชีวมวล ก๊าซชีวภาพ (น้ำเสีย/ของเสีย) และก๊าซชีวภาพ (พืชพลังงาน) สามารถใช้ระบบ Energy Storage ร่วมได้ โดยการรับซื้อจาก VSPP แบบ Semi-Firm นี้ ต้องเป็นสัญญาประเภท Firm (เดินเครื่องผลิตไฟฟ้า 100% ในช่วง Peak และไม่เกิน 65 % ในช่วง Off-peak) จำนวน 6 เดือน ซึ่งต้องครอบคลุมเดือนที่คาดว่าจะมีการใช้พลังไฟฟ้าสูงสุด 4 เดือน คือ มีนาคม ถึง มิถุนายน และอีก 6 เดือนที่เหลือจะเป็นสัญญา Non-Firm ทั้งนี้ ห้ามใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลช่วยในการผลิตไฟฟ้า ยกเว้นช่วง Start up โรงไฟฟ้า

ทั้งนี้ กำหนดวันจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (SCOD) ภายในปี 2562 โดยให้รับซื้อไฟฟ้าในลักษณะการประมูลตามอัตราเงินสนับสนุนตามต้นทุนที่แท้จริง (Feed-in Tariff หรือ FiT) แบ่งตามประเภทเชื้อเพลิง โดยชีวมวล ในอัตรา 4.24 – 4.82 บาทต่อหน่วย ก๊าซชีวภาพ (น้ำเสีย/ของเสีย) ในอัตรา 3.76 บาทต่อหน่วย และก๊าซชีวภาพ (พืชพลังงาน) ในอัตรา 5.34 บาทต่อหน่วย พร้อมมี FiT ส่วนเพิ่มพิเศษ (FiT Premium) 0.30-0.50 บาทต่อหน่วย สำหรับการขายไฟฟ้าในรูปแบบ Firm ที่มีระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน และสำหรับโครงการในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา จะได้รับ FiT Premium เพิ่มอีก 0.50 บาทต่อหน่วย โดยให้รับซื้อไฟฟ้าโครงการผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก แบบ SPP Hybrid Firm ในปริมาณ 300 เมกะวัตต์ก่อน หลังจากนั้นให้เปิดรับซื้อไฟฟ้าโครงการผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก แบบ VSPP Semi-Firm 269 เมกะวัตต์

ด้าน นายวีระพล จิรประดิษฐกุล คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และในฐานะโฆษก กกพ. กล่าวว่า เมื่อ กพช.อนุมัติโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนแบบผสมผสาน (Hybrid) แบบสัญญาผลิตไฟฟ้าเสถียร (Firm) สำหรับผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (เอสพีพี) และรับซื้อไฟฟ้าจากวีเอสพีพี แล้ว จะส่งผลให้ กกพ.ต้องยุติโครงการรับซื้อไฟฟ้าชีวมวล ชีวภาพทั่วประเทศ 400 เมกะวัตต์ และเปลี่ยนเป็นการรับซื้อแบบ Hybrid ตามที่ กพช. อนุมัติแทน

รายงานข่าวจากที่ประชุมเปิดเผยว่า ในระหว่างประชุม นายกรัฐมนตรี ได้ให้ชื่อเล่นนโยบายพลังงานทดแทนใหม่ Hybrid Firm นี้ว่า “FiT & Firm”

กลับสู่ข่าวทั้งหมด